การดื่ม ‘น้ำเย็น’ เป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือ?


วันที่ 20 กรกฎาคม 2558


บทความฉบับนี้ผมเขียนขึ้นด้วยความสงสัยว่าการดื่มน้ำเย็น เป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือไม่ เพราะแหล่งข้อมูลที่ได้รับรู้มาได้กล่าวไว้ทั้งโทษและคุณประโยชน์ของการดื่มน้ำเย็น ซึ่งเกิดความขัดแย้งกันระหว่าง 2 ประเด็น ดังกล่าว ดังนั้นสุขสาระฉบับนี้ผมขอนำเสนอข้อมูลของการดื่มน้ำเย็น ว่ามีอันตรายต่อสุขภาพหรือไม่ โดยขอเริ่มจากอันตรายจากการดื่มน้ำเย็น โดยเฉพาะหลังจากการรับประทานอาหารในแต่ละมื้อ อันตรายของการดื่มน้ำเย็นหลังอาหาร ก็คือ มันจะทำให้บรรดาไขมันที่เราเพิ่งจะกินเข้าไปนั้นจับตัวเป็นไขขึ้นมา อันจะทำให้การย่อยอาหารช้าลง อีกทั้งคราบไขมันเหล่านี้จะเข้าไปทำปฏิกิริยากับกรด โดยมันจะแตกตัวแล้วจะถูกดูดซึมไปที่ลำไส้ ซึ่งไขมันที่แตกตัวนี้จะดูดซึมได้เร็วกว่าอาหารทั่วไป...แล้วก็จะเริ่มเคลือบลำไส้ของเราไว้ และในไม่ช้ามันก็จะแปรสภาพเป็นไขมันก้อนๆ และเป็นบ่อเกิดของมะเร็งในที่สุด ดังนั้น จึงควรดื่มน้ำอุ่น หรือ น้ำในอุณหภูมิห้องตามปกติหลังอาหารเป็นดีที่สุด มีผลรับรองในทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ว่าดีกว่า การดื่มเครื่องดื่มเย็น หรือ น้ำเย็นหลังรับประทานอาหารอย่างแน่นอน

อีกหนึ่งแนวความคิดที่ผู้เขียนต้องการนำเสนอคือแนวคิดที่แตกต่างจากนั้นคือ การดื่มน้ำเย็นไม่เป็นอันตรายอย่างที่คิด เกี่ยวกับเรื่องนี้ นพ.กฤษดา ศิรามพุช ผอ.ศูนย์เวชศาสตร์ อายุรวัฒน์นานาชาติ อธิบายว่า ความจริงการดื่มน้ำเย็นหลังอาหาร คงไม่เป็นอันตราย ถึงขั้นทำให้ไขมันจับตัวเป็นไข เป็นก้อนขนาดนั้น เพราะปกติอุณหภูมิร่างกายคนเราอยู่ที่ประมาณ 37 องศาเซลเซียส น้ำที่เราดื่มเข้าไปถึงจะเย็น แต่ร่างกายเราร้อนอยู่แล้ว ก็จะเปลี่ยนให้เป็นน้ำอุ่น ๆ อยู่ดี ไขมันกว่าจะจับกันเป็นก้อนแข็ง ต้องอาศัยอุณหภูมิเหมือนอยู่ในตู้เย็น 3-4 องศาเซลเซียส กรณีการดื่มน้ำเย็นจึงไม่เป็นอันตรายอย่างที่คิด

ถ้าถามว่า เราควรจะดื่มน้ำเย็นหรือน้ำอุ่นดี ก็ต้องขอเรียนว่า น้ำเย็นจะช่วยเติมน้ำให้ร่างกายได้ดีกว่าน้ำอุ่น เพราะว่าน้ำเย็นดูดซึมได้เร็วกว่า ตรงนี้เป็นข้อมูลจากสถาบันวิทยาศาสตร์การกีฬาของสหรัฐฯ เขาบอกเลยว่า น้ำที่ควรจะดื่มถ้าอยากให้สดชื่น ออกกำลังกายได้อึดขึ้น อุณหภูมิควรอยู่ที่ประมาณ 15-22 องศาเซลเซียส หรือง่าย ๆ คือ ให้ดื่มน้ำที่อุณหภูมิต่ำกว่าอุณหภูมิร่างกาย

ไม่มีงานวิจัยฉบับไหนเลย ที่บอกว่าดื่มน้ำเย็นแล้วจะเป็นมะเร็ง เรื่องการดื่มน้ำเย็นในลักษณะนี้มีการบอกต่อกันไปทั่ว แม้แต่ในต่างประเทศ ดูเหมือนจะเป็นวิชาการ แต่กลับไม่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์มารับรอง ทำให้คนกลัวกันมาก ดังนั้นคนที่ได้รับข่าวสารดังกล่าวจะต้องใช้วิจารณญาณให้ดี

การดื่มน้ำเย็นเป็นผลดีด้วยซ้ำ เพราะจะช่วยเผาผลาญไขมันในร่างกาย เนื่องจากร่างกายต้องใช้พลังงานในการทำให้น้ำอุ่นขึ้น โดยน้ำ 1 แก้ว จะช่วยเผาผลาญไขมันประมาณ 9 กิโลแคลอรี ถ้าเราดื่มน้ำ 8 แก้วก็จะเผาผลาญไขมันได้ถึง 70 กิโลแคลอรีเลยทีเดียว นั่นก็หมายความว่า ยิ่งดื่มน้ำมาก ก็จะยิ่งช่วยลดความอ้วน แต่ในคนที่กำลังลดความอ้วน ลดปริมาณอาหารแต่ลืมดื่มน้ำ ต้องระวัง เพราะน้ำหนักจะไม่ลง เพราะน้ำคือตัวช่วยทำให้ไขมันสลายเร็วขึ้นนั่นเอง

ดังนั้นไม่ว่าจะดื่มน้ำเย็น น้ำร้อน หรือน้ำอุณหภูมิปกติ ก็ไม่เป็นปัญหาอะไร หลักการ ง่าย ๆ คือ น้ำเย็น ควรดื่มเวลาออกกำลังกาย จะดูดซึมเร็ว แต่มีข้อห้ามในผู้หญิงที่มีประจำเดือน ไม่ควรดื่มน้ำเย็น เพราะจะยิ่งทำให้ปวดท้องมากขึ้น ส่วนน้ำอุ่น ควรดื่มเพื่อกระตุ้นลำไส้ ทำให้ลำไส้บีบตัวดี เช่น เวลาท้องเสีย เจ็บคอ เป็นหวัด

ส่วนแนวทางการดื่มน้ำของท่านนบีมุฮัมมัด ซ็อลฯ ในหนังสือการแพทย์ตามแนวทางท่านศาสดามุฮัมมัด ซล. ที่ประพันธ์โดย อิบนิกอยยิม อัลเญาซียะห์ ได้กล่าวเกี่ยวกับเครื่องดื่มที่ท่านนบีมุฮัมมัด ซ็อลฯ ชอบดื่ม โดยพระนางอาอีชะห์ รด. ได้รายงานว่า “เครื่องดื่มที่ท่านนบี ซ็อลฯ ชอบ ก็คือเครื่องดื่มที่หวานและเย็น” (ซอเฮียะห์อะหมัด ,38/6) เครื่องดื่มที่เป็นของหวานและให้ความเย็นด้วยนั้นเป็นสิ่งที่มีประโยชน์กับร่างกาย เป็นการรักษาสุขภาพที่ดีที่สุด ทำความชุ่มชื่นให้กับจิตใจ ตับ และหัวใจ เป็นสิ่งที่หัวใจและตับชอบมาก ทำให้มันเข้าสู่สมดุลได้ ยิ่งถ้าหากมีสองลักษณะร่วมกันคือทั้งความหวานและความเย็นแล้วจะเพิ่มคุณค่าทางอาหารมากขึ้น ทำให้อาหารถูกนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นและให้ประโยชน์อย่างสมบูรณ์ น้ำเย็นฉ่ำจะดับอันตรายของความร้อนได้ทำให้ร่างกายโดยรวมชุ่มชื่น ช่วยทดแทนน้ำที่ถูกใช้ออกไปจากร่างกาย ทำให้อาหารอ่อนนุ่มลงมากขึ้น ช่วยขับเหงื่อให้ออกมากขึ้น

จากข้อมูลทั้งหมดที่ผู้เขียนได้นำเสนอนั้น ผู้อ่านจะต้องใช้วิจารณญาณให้ดีในการตัดสินใจปฏิบัติตาม เนื่องจากข้อมูลที่กล่าวมามีหลักฐานที่มาของข้อมูลที่ต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่เราควรปฏิบัติตามอย่างยิ่ง คือแนวทางของท่านนบี ซ็อลฯ เพราะท่านรักสิ่งที่ดี ท่านจึงแนะนำให้ประชาชาติของท่านในสิ่งที่ดีกว่าทั้งโลกนี้และโลกหน้า

โดย..ดาวุด ทับอุไร
สุขสาระ พฤษภาคม 2555




  • สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขพาพ (สสส.)
  • คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • สำนักจุฬาราชมนตรี
  • ศูนย์นโยบายโลกมุสลิม
  • มูลนิธิสันติชน
  • มูลนิธิรณรงค์เพื่อ
    การไม่สูบบุหรี่