พบหมอจินตนา-โรคหืดในเด็ก


วันที่ 18 ธันวาคม 2557


เด็กชายนาดิซอายุ 6 ปี เคยมีอาการหอบมานานประมาณ 1 ปี วันหนึ่งแม่ของนาดิซสังเกตว่า เขามีเสียงหายใจออกดังวี้ดคล้ายนกหวีด ไอและหอบในช่วงกลางคืนมากกว่ากลางวันมีอาการเหนื่อยง่าย และเริ่มมีอาการเขียวรอบปาก แม่จึงรีบพาเขาไปโรงพยาบาลทันที เมื่อถึงโรงพยาบาล แพทย์ให้ยาสูดเข้าทางปาก ให้หายใจลึกๆ เพื่อให้ยาเดินทางตามลมหายใจจากช่องปากเข้าหลอดลมไปสู่ปอด ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีการตีบตัวและการอักเสบของหลอดลมทำให้ยาสามารถออกฤทธิ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ณ จุดที่เกิดปัญหาอย่างรวดเร็ว ในปริมาณของยาสูดซึ่งออกฤทธิ์เร็วกว่ายารับประทาน แพทย์กล่าวว่า

“ลูกของคุณเป็นโรคหืด ดีแล้วที่คุณรีบพามาโรงพยาบาล ถ้าปล่อยไว้นานเกินไปเขาจะเหนื่อยมากจนไม่สามารถพูดเป็นประโยคได้ อ่อนเพลีย, ซึมลง, หายใจเร็ว, เสียงหายใจดังวี้ด, หายใจลำบาก, ผิวหนังซีด, เล็บสีคล้ำ เนื่องจากมีการตีบแคบลงของหลอดลม นับเป็นปัญหาฉุกเฉินเร่งด่วน ถ้าไม่ได้รับการรักษาบรรเทาอาการอย่างเหมาะสม หลอดลมจะยิ่งตีบแคบลงอาการจะรุนแรงมากขึ้น ทำให้ร่างกายได้รับอากาศหรือออกซิเจนลดลง จนอาจทำให้เสียชีวิตได้”

“ ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดโรคหืดคือพันธุกรรม และสิ่งแวดล้อม แต่ต้นเหตุสำคัญของโรคนี้เกิดจากสิ่งแวดล้อม เช่น สารก่อภูมิแพ้, ไรฝุ่น, เชื้อรา, เกสรดอกไม้, แมลงสาบ, อาหาร, การติดเชื้อไวรัสของทางเดินหายใจ, มลพิษต่าง ๆ และยังมีสาเหตุกระตุ้นที่ทำให้เกิดอาการหอบจากการติดเชื้อหวัด การออกกำลังกาย สารก่อภูมิแพ้ต่าง ๆ สิ่งระคายเคือง อากาศที่เปลี่ยนแปลง มลพิษ ความเครียด การใช้ยาไม่ถูกต้อง และการใช้ยาไม่สม่ำเสมอ ส่วนการรักษาโรคหืดให้หายขาดนั้น ทำได้ยาก เพียงแต่สามารถควบคุมได้เท่านั้น การควบคุมได้หมายถึงผู้ป่วยสามารถมีชีวิตตามปกติไม่ต้องไปโรงพยาบาล ไม่ต้องสูดยาขยายหลอดลม สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้ เล่นกีฬาได้เหมือนคนปกติ แต่ที่พบได้บ่อยคือ เมื่ออายุมากขึ้น สมรรถภาพปอดซึ่งเคยต่ำอยู่แล้วจะต่ำลงไปอีกอย่างชัดเจน จนทำให้สมรรถภาพของปอดในผู้ที่มีอาการของโรคหืดที่เคยหายไปแล้ว อาจกลับมาปรากฏอีกครั้งหนึ่ง สำหรับลูกของคุณนั้นมีอาการดีขึ้นแล้วหมอจะให้ยาขยายหลอดลมชนิดออกฤทธิ์ช้า เพื่อบรรเทาอาการตีบแคบลงของหลอดลม เช่น ซัลบูทามอล (salbutamol) หรือ เทอร์บูทาลีน ( terbutaline) ในรูปของน้ำเชื่อมไปรับประทาน และจะใช้ยาขยายหลอดลมออกฤทธิ์เร็วชนิดสูด ซึ่งออกฤทธิ์ได้ภายใน 5 – 10 นาที ไว้พกติดตัวตลอดเวลา แต่ยากลุ่มนี้นอกจากจะมีฤทธิ์ในการขยายหลอดลมที่ปอดแล้ว ยังมีผลต่อการเต้นของหัวใจด้วย ทำให้หัวใจเต้นเร็วและแรงขึ้น ทำให้เด็กบางคนมีอาการใจสั่น กระวนกระวาย งอแง คุณคงจะต้องแจ้งให้ครูประจำชั้นทราบหรือครูพี่เลี้ยงได้รับทราบเข้าใจด้วย เพื่อจะช่วยเหลือเด็กได้อย่างถูกต้องทันท่วงที เมื่อเขามีอาการจับหืดขึ้นที่โรงเรียน”

แม่ของนาดิซถามแพทย์ต่อไปว่า “คุณหมอค่ะ ดิฉันควรจะดูแลลูกอย่างไรบ้าง เพื่อไม่ให้เขากลับมาเป็นอีก หรือเป็นน้อยลงกว่าเดิม”

“ให้สังเกตเรื่องของการไอ ซึ่งเป็นสัญญาณเตือน ที่ดีที่สุดคือถ้าลูกเริ่มไอรุนแรงและต่อเนื่อง ให้สงสัยไว้ก่อนว่าเขาจะเริ่มหอบแล้ว ต้องรีบให้เขาสูดยาขยายหลอดลมซึ่งพกติดตัวไว้ ให้สังเกตว่าเขาแพ้อะไรในบ้านหรือที่โรงเรียนบ้าง เช่น บุหรี่, ไรฝุ่น, สัตว์เลี้ยง, แมลงสาบ ให้พยายามขจัดสิ่งที่แพ้ออกไปเสีย โดยมีเป้าหมายว่าลูกจะไม่หอบ สามารถนอนหลับสนิทได้ตลอดคืน ไม่ต้องลุกขึ้นมาสูดยา หรือรับประทานยาขยายหลอดลมอีก” แพทย์ตอบ

แม่ของนาดิซพาลูกกลับบ้านหลังจากเขามีอาการดีขึ้น และแพทย์นัดให้มาตรวจอีกใน 2 สัปดาห์ข้างหน้า

โดย พญ.จินตนา โยธาสมุทร
ภาพอินเทอร์เน็ต
สุขสาระ สิงหาคม 2552




  • สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขพาพ (สสส.)
  • คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • สำนักจุฬาราชมนตรี
  • ศูนย์นโยบายโลกมุสลิม
  • มูลนิธิสันติชน
  • มูลนิธิรณรงค์เพื่อ
    การไม่สูบบุหรี่