มะรุม


วันที่ 10 กันยายน 2557


มะรุมเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางมีปลูกไว้ในบริเวณบ้านมาตั้งแต่สมัยโบราณ ลักษณะทั่วไป ลำต้นสูงประมาณ 3-4 เมตร แผ่กิ่งก้านโปร่ง ชอบแดดเต็มวัน เป็นไม้ผลัดใบ ออกดอกเป็นช่อสีขาว กลีบดอกมี 5 กลีบ เริ่มออกดอกฝอยคล้ายดอกมะขาม ในปลายฤดูฝนต้นฤดูหนาว จากนั้นก็ทยอยตกฝักอ่อน ช่อหนึ่งมีฝัก 2-3 ฝัก โดยใช้เวลา 2-3 เดือนก็ตกฝักเปลือกสีเขียว ฝักเป็นแท่งยาวเหมือนไม้ตีกลอง ตัวฝักมีลักษณะเป็นลอน ๆ ใบเป็นแบบขนนกหรือคล้ายกับใบมะขามเรียงสลับกัน ผิวใบสีเขียว ด้านล่างจะมีสีอ่อนกว่าด้านบน ต้นมะรุมสามารถกินได้ทั้งต้น ไม่ว่าจะเป็นยอด, ดอก และฝัก แต่ที่นิยมกินกันมากกว่าส่วนอื่นๆ ก็คือ ส่วนที่เป็นฝัก ซึ่ง เราจะกินฝักมะรุมได้เฉพาะช่วงหน้าหนาวเท่านั้น

ต้นมะรุมพบได้ในทุกภาคของประเทศไทย ในแต่ละภาคมีชื่อเรียกแตกต่างกัน คือ ภาคอีสานเรียก ผักอีฮุมหรือผักอีฮึม ภาคเหนือเรียก มะค้อนก้อม ชาวกะเหรี่ยงแถบกาญจนบุรีเรียก กาแน้งเดิง แม่ฮ่องสอนเรียก ผักเนื้อไก่ คนไทยส่วนใหญ่เกือบทุกภาค นิยมนำฝักไปทำแกงส้มคู่กับปลาช่อน จะต่างกันก็ในรายละเอียดของแกงตามแบบอย่างของแต่ละท้องถิ่น ภาคใต้นิยมนำมะรุมมาทำแกงส้มปลาช่อน โดยจะใช้ขมิ้นเพื่อดับกลิ่นคาวปลาและเพิ่มสีสันของน้ำแกง คนเฒ่าคนแก่นิยมกินมะรุมในช่วงต้นฤดูหนาว เพราะว่าเป็นฤดูกาลของฝักมะรุม หาได้ง่าย รสชาติอร่อยเพราะสดเต็มที่ นอกจากฝักมะรุมแล้วส่วนอื่น ๆ ของต้นมะรุมก็สามารถทานได้เช่นกัน อย่างช่อดอกนำไปดองเก็บไว้กินกับน้ำพริก ยอดมะรุม ใบอ่อน,ช่อดอกและฝักอ่อนนำมาลวกหรือต้มให้สุก จิ้มกับน้ำพริกปลาร้า, น้ำพริกแจ่วบอง หรือว่าจะใช้ช่อดอกทำแกงส้มหรือแกงอ่อมก็ได้

มะรุมถือได้ว่าเป็นพืชมหัศจรรย์ที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงสุด ใบมะรุมมีโปรตีนสูงกว่านมสดถึง 2 เท่า ช่วยแก้เลือดออกตามไรฟัน และแก้อักเสบ รากจะมีรสเผ็ด, หวาน, ขม แก้อาการบวม และบำรุงธาตุไฟ เปลือกจะมีรสร้อน ช่วยขับลมในลำไส้ แก้ฝี และขับพยาธิ ดอก ช่วยบำรุงร่างกาย, ขับปัสสาวะ และขับน้ำตา ฝัก มีรสหวาน ช่วยแก้ไข้หรือลดไข้ กระพี้ มีรสร้อนเฝื่อน นอกจากนี้ มะรุมยังมีธาตุอาหารปริมาณสูงเป็นพิเศษที่ช่วยป้องกันโรคต่าง ๆ ได้ดังนี้ มีวิตามินเอซึ่งบำรุงสายตา มากกว่าแครอทถึง 3 เท่า มีวิตามินซึ่งช่วยป้องกันหวัดประมาณ 7 เท่าของส้ม มีแคลเซียมซึ่งบำรุงกระดูกเกินกว่า 3 เท่าของนมสด มีโปแตสเซียมสำหรับบำรุงสมองและระบบประสาทประมาณ 3 เท่าของกล้วย แต่มีใยอาหารและพลังงานไม่สูงมากเหมาะกับผู้ที่ควบคุมน้ำหนัก

นอกจากนี้มะรุมยังช่วย
1. บำบัดโรคขาดอาหารในเด็กแรกเกิดถึง 10 ขวบ และลดสถิติการเสียชีวิต พิการ และตาบอดได้เป็นอย่างดี
2. บำบัดผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวานให้อยู่ในภาวะควบคุมได้
3. บำบัดโรคความดันโลหิตสูง
4. เพิ่มและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย ว่ากันว่าถ้าแม่ทานผลิตผลจากมะรุมในระหว่างตั้งครรภ์เด็กที่เกิดมาจะไม่ติดเชื้อ HIV และนอกจากนี้ยังช่วยให้คนทั่วไปสามารถสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตัวเองถ้ารับประทานอย่างน้อยอาทิตย์ละ 3 ครั้ง
5. บำบัดผู้ป่วยโรคเอดส์ให้อยู่ในภาวะควบคุมได้
6. บำบัดโรคไขข้ออักเสบ, โรคเก๊าท์, โรคกระดูกอักเสบ, โรคมะเร็งในกระดูก, โรครูมาติซั่ม
7. บำบัดโรคตาเกือบทุกชนิด เช่น โรคตามืดตามัวเพราะขาดอาหารที่จำเป็น โรคตาต้อ เป็นต้น
8. บำบัดโรคลำไส้อักเสบ,โรคเกี่ยวกับท้อง, ท้องเสีย, ท้องผูก, โรคพยาธิในลำไส้
9. บำบัดปอดให้แข็งแรง, รักษาโรคทางเดินของลมหายใจ และโรคปอดอักเสบ

จะเห็นได้ว่าประโยชน์และสรรพคุณต่าง ๆ ของต้นมะรุมสามารถรักษาโรคได้หลายโรค แต่ก็ต้องใช้เวลาในการรักษานานกว่ายาสามัญประจำบ้าน ดังนั้น การรับประทานพืชสมุนไพรชนิดนี้จึงเป็นการสร้างภูมิคุ้ม กันให้แก่ร่างกายก่อนที่จะเกิดโรคต่าง ๆ ตามมา

กัลยาณา-เรียบเรียง
สุขสาระ กุมภาพันธ์ 2551




  • สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขพาพ (สสส.)
  • คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • สำนักจุฬาราชมนตรี
  • ศูนย์นโยบายโลกมุสลิม
  • มูลนิธิสันติชน
  • มูลนิธิรณรงค์เพื่อ
    การไม่สูบบุหรี่