ป้องกันมะเร็งด้วยตนเอง


วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2559


นายแพทย์สุพรรณ ศรีธรรมมา อธิบดีกรมการแพทย์กล่าวว่า โรคมะเร็งเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญ ของประชากรทั่วโลก สมาพันธ์ควบคุมโรคมะเร็งสากล (Union for International Cancer Control, UICC) และองค์การอนามัยโลก (World Health Organization, WHO) จึงกำหนดให้วันที่ 4 กุมภาพันธ์ของ ทุกปีเป็น "วันมะเร็งโลก" หรือ "World Cancer Day" เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ให้คนทั่วโลกตระหนักถึง ความสำคัญและสาเหตุของโรคมะเร็ง ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของประชากรทั่วโลก

โดยปี 2559 ใช้หัวข้อ“We can. I can.” (เราท่าได้ฉันก็ท่าได้) ในการรณรงค์เพื่อแสดงให้เห็นถึงพลังความร่วมมือของแต่ ละภาคส่วนในการต่อสู้กับโรคมะเร็ง ส่วนสถานการณ์โรคมะเร็งในประเทศไทยจากสถิติพบว่าโรคมะเร็งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 รองลงมา คือ อุบัติเหตุ และโรคหัวใจ ซึ่งข้อมูลล่าสุดจากกระทรวงสาธารณสุขยังพบว่าคนไทยเสียชีวิตด้วย โรคมะเร็งประมาณ 60,000 คนต่อปีหรือเฉลี่ยชั่วโมงละเกือบ 7 ราย

โดยโรคมะเร็งที่ท่าให้เสียชีวิตมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ มะเร็งตับและท่อน้ำดี มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม มะเร็งล่าไส้ใหญ่และทวารหนัก และมะเร็ง ปากมดลูก ตามล่าดับ ซึ่งโรคมะเร็งแต่ละชนิดจะมีการด่าเนินของโรคและวิธีการรักษาที่แตกต่างตามอวัยวะที่ เป็นมะเร็ง ระยะของมะเร็ง สภาพร่างกาย และความเหมาะสมของผู้ป่วยมะเร็ง ส่วนการรักษาจะยากหรือง่าย ขี้นอยู่กับชนิดของเซลล์มะเร็งและการด่าเนินโรคของมะเร็ง เช่น มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งผิวหนัง รักษาง่าย กว่า มะเร็งปอด มะเร็งสมอง เป็นต้น ดังนั้น การปฏิบัติตนเพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งถือเป็นเรื่องสำคัญที่เราทุกคนสามารถ ท่าได้เหมือนกับประเด็นที่ใช้รณรงค์ในวันมะเร็งโลก ปี 2559 คือ “We can. I can.” (เราท่าได้ฉันก็ท่าได้) ด้วยการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่ ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มสุรา หรือเครื่องดื่มที่มีส่วนผสม ของแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด อาหารหมักดอง อาหารเนื้อสัตว์รมควัน ปิ้ง ย่าง ทอดจนไหม้เกรียม อาหารที่มีเชื้อราขึ้น อาหารที่ใส่ดินประสิว (ไนเตรท) และไนไตรท์ เช่น ปลาร้า ปลาจ่อม ปลาส้ม แหนม ไส้กรอก เบคอน ฯลฯ อาหารสุกๆ ดิบๆ โดยเฉพาะปลาน้ำจืด

นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงการรับมลพิษจาก รถยนต์ โรงงานอุตสาหกรรมและในสิ่งแวดล้อมที่มีมลพิษ เมื่อต้องสัมผัสกับสารพิษหรือสารเคมีควรปฏิบัติตาม กฎข้อบังคับหรือค่าแนะน่าอย่างเคร่งครัด หลีกเลี่ยงการได้รับแสงแดดมากเกินไป ควรลดความเครียด พักผ่อน ทั้งร่างกายและจิตใจ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ควบคุมน ่าหนักตัวไม่ให้เกินมาตรฐาน ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไวรัส ตับอักเสบชนิดบีในเด็กแรกเกิด และควรตรวจหามะเร็งระยะเริ่มแรกโดยเฉพาะมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้า นมสามารถตรวจได้แม้ไม่มีอาการผิดปกติใดๆ ก็จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งได้

อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า พฤติกรรมสุขภาพและสิ่งแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมมีส่วนสัมพันธ์ กับการเกิดโรคมะเร็ง ดังนั้น การป้องกันให้ห่างไกลโรคมะเร็งจึงเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถท่าได้ด้วยการออกกำลังกาย เป็นนิจ ท่าจิตแจ่มใส กินผักผลไม้กินอาหารหลากหลายตรวจร่างกายเป็นประจ่า ไม่สูบบุหรี่ ไม่มีเซ็กมั่ว ไม่มัวเมา สุรา ไม่ตากแดดจ้า ไม่กินปลาน้ำจืดดิบ เพียงเท่านี้ ก็สามารถช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคมะเร็งด้วยตัวเราเองได้

ข้อมูล-กรมการแพทย์
ภาพ-แฟ้มภาพ




  • คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • สำนักจุฬาราชมนตรี
  • มูลนิธิสันติชน
  • มูลนิธิรณรงค์เพื่อ
    การไม่สูบบุหรี่