หนีโรคอ้วน ใช้น้ำตาลซองละ 4 กรัม


วันที่ 3 พฤศจิกายน 2558


นายแพทย์วิฑูรย์ เหลืองดิลก นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตรัง กล่าวว่า ข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขเผยคนไทยกินหวานจัด เฉลี่ยคนละเกือบ 30 กิโลกรัมต่อปี สูงกว่าเกณฑ์องค์การอนามัยโลก 3 เท่าตัว ทั้งนี้ ในกลุ่มอายุ 15 ปีขึ้นไปพบถึง 1 ใน 10 หรือ 5.5 ล้านคน ป่วยเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง อาทิ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยบริโภคน้ำตาลที่มีอยู่ในอาหารมื้อหลัก อาหารว่าง และชา กาแฟ หากใช้น้ำตาลซองจาก 6 กรัมเป็น 4 กรัม จะลดปริมาณน้ำตาลได้คนละประมาณ 3 กิโลกรัม ต่อปี

ดังนั้น อาหารว่างเพื่อสุขภาพ จึงควรเป็นอาหารว่างที่ให้พลังงานต่ำกว่า 150 กิโลแคลอรีต่อวัน เช่น ผลไม้ ขนมที่ไม่หวานจัด และใช้น้ำตาลซอง 4 กรัม และจัดกิจกรรมยืดเหยียดร่างกายคลายความเครียดระหว่างการประชุมด้วย ในส่วนของผู้ป่วยเบาหวานควรใช้ความหวานจากธรรมชาติหรือพืชสมุนไพร 3 ชนิด ได้แก่ 1.หญ้าหวาน ให้ความหวานมากกว่าน้ำตาลทราย 150 - 300 เท่า และไม่มีผลเพิ่มพลังงานแก่ร่างกาย 2.ชะเอมเทศ มีสารให้ความหวานมากกว่าน้ำตาลทราย 50-100 เท่า โดยใช้รากหรือเนื้อไม้ชะเอมเทศบดใส่ในอาหาร ใส่หรือต้มลงในเครื่องดื่ม ไม่ควรใช้เกิน 50 กรัมต่อวัน ติดต่อกัน 6 สัปดาห์ เนื่องจาก จะทำให้มีปัญหาน้ำคั่งในร่างกาย เกิดอาการบวมได้ จึงไม่ควรใช้ในผู้ป่วยความดันโลหิตสูงหรือมีภาวะโพแทสเซียมต่ำ 3.น้ำตาลจากธรรมชาติ เช่น น้ำตาลมะพร้าว ซึ่งจะให้พลังงานน้อยกว่าน้ำตาลทราย โดยน้ำตาลมะพร้าว 1 ช้อนชา ให้พลังงาน 15 กิโลแคลอรี ขณะที่ น้ำตาลทรายให้พลังงาน 20 กิโลแคลอรี จึงขอให้มาเป็นคนไทยอ่อนหวาน เพื่อสุขภาพที่ดี ลดการเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง

ที่มา-กรมประชาสัมพันธ์
ภาพจากสำนักข่าวไทย



  • คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • สำนักจุฬาราชมนตรี
  • มูลนิธิสันติชน
  • มูลนิธิรณรงค์เพื่อ
    การไม่สูบบุหรี่