ไข้เลือดออกเลี่ยงไอบูโพรเฟน


วันที่ 24 กันยายน 2558


นพ.นิพนธ์ ชินานนท์เวช ผอ.โรคติดต่อนำโดยแมลง กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า สถานการณ์โรคไข้เลือดออกในปีนี้ถือว่ามีการระบาดอย่างหนัก โดยเฉพาะในช่วงเดือนที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าสถานการณ์จะเริ่มทุเลาลง แต่จากสภาพอากาศแปรปรวน ฝนตกช้ากว่าปกติ ทำให้สถานการณ์ระบาดยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั่วประเทศพบผู้ป่วยใหม่ 5-6 พันรายในแต่ละสัปดาห์ ทั้งนี้ ข้อควรระวังสำหรับผู้ปกครองเมื่อพบเด็กป่วยในช่วงนี้ โดยเฉพาะมีไข้ นอกจากแอสไพรินควรหลีกเลี่ยงกลุ่มยาไอบูโพรเฟน ซึ่งเป็นยาที่อยู่ในกลุ่มลดการอักเสบ (NSAIDs) ทำให้เกิดการระคายเคืองในกระเพาะอาหารเป็นแผลได้ง่าย อาจทำให้เกิดเลือดออกได้ และยังทำให้เกล็ดเลือดไม่แข็งตัว ซึ่งหากเป็นไข้เลือดออกจะทำให้อาการแย่ลงได้

นพ.นิพนธ์กล่าวว่า สำหรับยากลุ่มไอบูโพรเฟนจะช่วยลดไข้สูงได้ดี หากเกิดจากไวรัสชนิดอื่น เช่น ไข้หวัดใหญ่ แต่จะมีผลกระทบหากเป็นไวรัสเด็งกี่ หรือไข้เลือดออก เนื่องจากผลข้างเคียงของยา ดังนั้น ในช่วงที่มีการระบาดสูงหากเด็กมีไข้สูงสามารถใช้ยากลุ่มพาราเซตามอลในการลดไข้ ร่วมกับการเช็ดตัวช่วยลดไข้ เพื่อป้องกันผลข้างเคียงของยา ซึ่งการให้ยาพาราฯ ก็ควรให้เฉพาะช่วงไข้สูงเพื่อไม่ให้กระทบต่อตับ ทั้งนี้ ควรเฝ้าระวังอาการอื่นร่วมด้วย เช่น อาการขาดน้ำ เพราะอาจทำให้เกิดอาการช็อกได้ โดยไข้เลือดออกถือเป็นโรคที่ยังไม่มียารักษาและต้องรักษาตามอาการ

ที่มา :
หนังสือพิมพ์ข่าวสด
ภาพประกอบจาก blogสาระสุขภาพยาน่ารู้โดยเภสัชกรอุทั




  • สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขพาพ (สสส.)
  • คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • สำนักจุฬาราชมนตรี
  • ศูนย์นโยบายโลกมุสลิม
  • มูลนิธิสันติชน
  • มูลนิธิรณรงค์เพื่อ
    การไม่สูบบุหรี่