แนะดูแลจิตใจหลังเหตุรุนแรง


วันที่ 26 สิงหาคม 2558


นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า หลังเกิดเหตุความรุนแรง เป็นเรื่องปกติ ธรรมดาที่จะเกิดอาการต่างๆ เหล่านี้ เช่น โกรธ หงุดหงิด วิตกกังวล เศร้า ร้องไห้ อาจมีอารมณ์รุนแรงมากขึ้นกว่าเดิมหรือเฉื่อยชาลงมากกว่าเดิม ครุ่นคิด คิดซ้ำๆ ถึงภาพและเหตุการณ์ความรุนแรง ที่ได้พบ สับสน ไม่มีสมาธิ เงียบขึ้น หรือแยกตัว นอน ไม่หลับ ฝันร้าย ฯลฯ ซึ่ง ต้องขอย้ำว่า อาการดังกล่าวที่เกิดขึ้นนี้ ถือเป็นปฏิกิริยาปกติ ที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์ ไม่ปกติ โดยอาการเหล่านี้ จะค่อยๆ หายไปเองเมื่อเวลาผ่านไป บางคนอาจมี อาการเหล่านี้เป็นสัปดาห์ หรือเป็นเดือนได้ แต่ไม่ควรเกิน 1 เดือน ที่สำคัญ ต้องเข้าใจว่าผู้ที่ มีอาการเหล่านี้ไม่ใช่ผู้เจ็บป่วยทางจิตและไม่ใช่ผู้อ่อนแอ แต่อย่างใด อาการที่เกิดขึ้นเป็นเพียงการแสดงออกทางจิตใจ อารมณ์ และพฤติกรรมที่ตอบสนองต่อ เหตุการณ์ที่ไม่ปกติเท่านั้น ทั้งนี้ หากได้รับการช่วยเหลือ และดูแลทางด้านจิตใจอย่างเหมาะสม ส่วนใหญ่ จะสามารถปรับตัวและกลับมาใช้ชีวิตปกติได้ มีเพียง ประมาณ ร้อยละ 5-10 ที่มีความจำเป็นต้อง ได้รับการดูแลและบำบัดรักษาจากจิตแพทย์หรือ ทีมสุขภาพจิต

อย่างไรก็ตาม อธิบดีกรมสุขภาพจิต ได้แนะให้สังเกต 8 สัญญาณเตือน ที่บ่งชี้ว่าบุคคลต้องได้รับการช่วยเหลือจากจิตแพทย์หรือบุคลากรสุขภาพจิต ได้แก่ 1.มีความสับสนรุนแรง รู้สึกราวกับว่าโลกนี้ไม่มีอยู่จริง เหมือนกำลังฝันไป ล่องลอย 2.รู้สึกถึงเหตุการณ์นั้นอยู่ซ้ำๆ บ่อยๆ หยุดไม่ได้ จำแต่ภาพ โหดร้ายได้ติดตา ฝันร้าย ย้ำคิดแต่เรื่องเดิมๆ 3.หลีกหนี สังคม กลัวที่กว้าง ไม่กล้าเข้าสังคม 4.ตื่นกลัวเกินเหตุ ฝันร้ายน่ากลัว ควบคุมตนเองให้มีสมาธิไม่ได้ กลัวว่า จะตาย 5.วิตกกังวลมากเกินไปจนทำอะไรไม่ได้ หวาดกลัวรุนแรง มีความคิดฝังใจ ประสาทมึนชา 6.ซึมเศร้าอย่างรุนแรง รู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า ท้อแท้ ตำหนิตัวเอง หมดความสนใจในสิ่งที่ชอบ อยากตาย 7.ติดสุราและสารเสพติด และ 8.มีอาการทางจิต หลงผิด ประสาทหลอน ฯลฯ

สำหรับการดูแลจิตใจตนเองและคนรอบข้าง เมื่อประสบเหตุรุนแรง ทำได้โดย พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ใช้สุรา ยาเสพติด พยายามหากิจกรรมทำให้เกิด ความเพลิดเพลิน พยายามใช้ชีวิตประจำวันให้เป็นปกติ ปรึกษา พูดคุย เรื่องไม่สบายใจ หรือขอความช่วยเหลือ จากคนใกล้ชิด หรือจากคนที่ไว้ใจ และเข้าร่วมกิจกรรม ในชุมชมหรือสังคม เช่น การบำเพ็ญประโยชน์ กิจกรรมทางศาสนา ฯลฯ ตลอดจน ขอรับคำปรึกษา ได้ที่ สายด่วนสุขภาพจิต 1323 โทร.ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง

หนังสือพิพม์แนวหน้า
http://www.hiso.or.th
ภาพจากเว็บไซต์พันทิพ




  • คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • สำนักจุฬาราชมนตรี
  • มูลนิธิสันติชน
  • มูลนิธิรณรงค์เพื่อ
    การไม่สูบบุหรี่