ระวังโรคอุจจาระร่วงช่วงหน้าฝน


วันที่ 18 สิงหาคม 2558


นายแพทย์โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในช่วงฤดูฝนนี้หลาย ๆ พื้นที่ของประเทศกำลังมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง บางพื้นที่ยังมีน้ำท่วมขัง ทำให้การใช้ชีวิตประจำวันของประชาชนลำบากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการขับถ่ายอุจจาระที่ไม่ถูกสุขลักษณะอาจเป็นสาเหตุให้เกิดโรคอุจจาระร่วงได้ ซึ่งโรคอุจจาระร่วงนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับประชาชนทุกวัยและพบได้บ่อยทุกปี จากรายงานการเฝ้าระวังโรคสำนักระบาดวิทยา ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. - 10 ส.ค. 2558 พบผู้ป่วยทั่วประเทศ จำนวน 651,945 ราย เสียชีวิต 7 ราย โดยกลุ่มอายุที่พบมากที่สุด คือ อายุมากกว่า 65 ปี (12.54%) รองลงมาคือ 15-24 ปี (11.29%) และกลุ่มอายุ 25-34 ปี (10.53%) ตามลำดับ ภาคที่มีอัตราป่วยสูงสุด คือ ภาคเหนือ รองลงมาคือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ ส่วนจังหวัดที่มีผู้ป่วยสูงสุด 5 อันดับแรกคือ แม่ฮ่องสอน ฉะเชิงเทรา ภูเก็ต เชียงราย และปราจีนบุรี

นายแพทย์โสภณ กล่าวต่อว่า สาเหตุของโรคอุจจาระร่วงเกิดได้ทั้งจากเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส โปรโตซัวปรสิต หนอนพยาธิ และเชื้อไวรัสโรต้า โดยเชื้อจะปนเปื้อนในอาหารและน้ำดื่ม จากการกินอาหารหรือดื่มน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อที่ออกมากับอุจจาระของผู้ป่วย โดยผู้ป่วยจะมีอาการถ่ายอุจจาระเหลว 3 ครั้งต่อวัน หรือมากกว่า หรือถ่ายมีมูกหรือปนเลือดอย่างน้อย 1 ครั้ง อาเจียนบ่อย กินอาหารไม่ได้ กระหายน้ำมากกว่าปกติ มีไข้สูง สำหรับการดูแลผู้ที่ป่วยโรคอุจจาระร่วง กรณีที่เป็นเด็ก ขอให้เด็กกินอาหารเหลวบ่อย ๆ หากเป็นกลุ่มประชาชนทั่วไปและผู้สูงอายุ ขอให้กินอาหารตามปกติ แต่ควรเป็นอาหารอ่อนและย่อยง่าย ที่สำคัญควรให้ผู้ป่วยดื่มน้ำละลายผงน้ำตาลเกลือแร่ (โอ อาร์ เอส) เพื่อป้องกันการขาดน้ำ ไม่ควรกินยาเพื่อให้หยุดถ่าย เพราะจะทำให้เชื้อโรคค้างอยู่ในร่างกาย ซึ่งจะเป็นอันตรายมากขึ้น และถ้าอาการไม่ดีขึ้นขอให้ไปพบแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขใกล้บ้าน

ที่มา :
ไอ.เอ็น.เอ็น.
เว็บไซต์สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ-ภาพและข่าว







  • สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขพาพ (สสส.)
  • คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • สำนักจุฬาราชมนตรี
  • ศูนย์นโยบายโลกมุสลิม
  • มูลนิธิสันติชน
  • มูลนิธิรณรงค์เพื่อ
    การไม่สูบบุหรี่