หนุนแม่ยุคใหม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่


วันที่ 17 สิงหาคม 2558


เมื่อวันที่ 12 ส.ค. ที่ผ่านมา ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รมว.สาธารณสุข เปิดเผยว่า วันที่ 12 สิงหาคมของทุกปีเป็นวันแม่แห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุขให้ความสำคัญการพัฒนาสุขภาพแม่และเด็ก ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่สุดในการพัฒนาคนไทยให้มีสุขภาพแข็งแรง ทั้งร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม ปีนี้เน้นหนัก 2 เรื่อง คือ 1.โครงการฝากครรภ์ได้ทุกที่ ฟรีทุกสิทธิ์ รณรงค์ให้หญิงตั้งครรภ์ที่มีปีละประมาณ 8 แสนคน ฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขที่อยู่ใกล้ทันทีที่รู้ว่าตั้งครรภ์หรือก่อนอายุครรภ์ 3 เดือน ยิ่งเร็วยิ่งดี เด็กจะได้รับการดูแลครบถ้วนทั้งสารอาหารที่จำเป็น ไม่เป็นโรคกรรมพันธุ์ เช่น ธาลัสซีเมีย และฝากครบ 5 ครั้งตามนัด ล่าสุดในปีนี้มีหญิงฝากครรภ์อายุครรภ์ก่อน 3 เดือนร้อยละ 60 จะรณรงค์ให้ได้สูงกว่าร้อยละ 80 และเรื่องที่ 2 การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวติดต่อกัน 6 เดือน ไม่ต้องให้น้ำหรืออาหารอื่น หลังจากนั้นจึงให้กินนมแม่ร่วมกับอาหารอื่นจนถึง 2 ปี ตามคำแนะนำองค์การอนามัยโลกในปีนี้ตั้งเป้าให้ได้ร้อยละ 30

ศ.นพ.รัชตะกล่าวว่า ผลสำรวจอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนของไทย ล่าสุดในปี 2554 อยู่ที่ร้อยละ 12 ติดอันดับ 1 ใน 10 ประเทศที่มีอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนน้อยที่สุดของโลก เนื่องมาจากยังมีแม่ร้อยละ 47 ที่เชื่อว่าต้องให้ลูกกินน้ำตามหลังกินนมแม่เพื่อล้างปาก ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาว่ามีผลให้เด็กได้สารอาหารจากนมแม่น้อยลงหรือไม่ นอกจากนี้ยังเป็นผลมาจากการโฆษณาของบริษัทผลิตภัณฑ์นมผง อวดอ้างสรรพคุณว่ามีสารช่วยให้เด็กฉลาด แข็งแรง ทำให้แม่เข้าใจผิด พลาดโอกาสทองเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ช่วง 2 ปีแรกเป็นช่วงที่สมองกำลังพัฒนาสูงสุด จึงเร่งผลักดันกฎหมายควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็กและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง คาดว่าจะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีภายในเดือนนี้

ที่มา
-หนังสือพิมพ์ข่าวสด
-สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
ภาพจากแฟ้มภาพ

เรื่องที่เกียวข้อง
นมแม่




  • สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขพาพ (สสส.)
  • คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • สำนักจุฬาราชมนตรี
  • ศูนย์นโยบายโลกมุสลิม
  • มูลนิธิสันติชน
  • มูลนิธิรณรงค์เพื่อ
    การไม่สูบบุหรี่