ปัญหาสุขภาพชายไทย


วันที่ 11 กรกฎาคม 2558


ศ.นพ.สมบุญ เหลืองวัฒนากิจ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินปัสสาวะ รพ.กรุงเทพ ให้ความรู้และคำแนะนำเรื่องสุขภาพเพศชาย ในกิจกรรม "ใส่รหัส ใส่ใจ อย่าใช้ยาปลอม" โดย ศ.นพ. สมบุญ กล่าวว่า ปัญหาของชายไทยในปัจจุบันมี 3 เรื่องหลัก ๆ ได้แก่ ปัญหาการปัสสาวะ, ปัญหาทางเดินปัสสาวะติดเชื้อ และปัญหาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ โดยเฉพาะผู้มีอายุเพิ่มขึ้นยิ่งประสบปัญหาปัสสาวะมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งปัญหาที่พบได้บ่อยคือ ปัสสาวะยาก สาเหตุอาจมีสิ่งกีดขวางทางเดินปัสสาวะ ปัสสาวะไม่สุด ปัสสาวะเล็ด การเร่งปัสสาวะหรือมีอาการเจ็บขณะปัสสาวะ อาการเหล่านี้อาจเป็นผลมาจากภาวะต่อมลูกหมากโตหรือปัญหาด้านสุขภาพ อื่น ๆ หากตรวจพบและรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ ผู้ป่วยก็มีโอกาสกลับมาใช้ชีวิตตามปกติมากยิ่งขึ้น จึงแนะนำให้เมื่อมีอาการผิดปกติควรรีบพบแพทย์และรับคำปรึกษา ตลอดจนการรักษาที่ถูกต้องทันที

ศ.นพ.สมบุญ เผยต่อว่า ปัจจุบันชายไทยประสบปัญหาเรื่องสมรรถภาพทางเพศบกพร่องสูงขึ้น หรือที่รู้จักกันคืออาการอีดี ซึ่งผู้ชายไม่สามารถทำให้อวัยวะเพศแข็งตัวได้หรือแข็งตัวได้ไม่นาน อาการเหล่านี้ส่งผลต่อสภาพจิตใจทำให้ผู้ชายขาดความมั่นใจ ร้อยละ 50 ของคู่ที่มีการฟ้องหย่า ครึ่งหนึ่งมาจากปัญหาทางเพศสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นอวัยวะเพศไม่แข็งหรือไม่หลั่งก็ตาม จากการสำรวจเมื่อ พ.ศ. 2542 พบว่า ผู้ชายไทยอายุระหว่าง 40-70 ปี มีปัญหาด้านนี้ร้อยละ 37.5 จากนั้นอีก 5 ปี มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 42 และเชื่อว่าปัจจุบันมีจำนวนเพิ่มขึ้นแต่ยังไม่มีการสำรวจอย่างเป็นทางการ ส่วนอาการอีดีมี 4 ระดับคือ ขั้น 1 อวัยวะเพศตื่นตัว แต่ไม่แข็ง (อีดีระดับรุนแรง), ขั้น 2 อวัยวะเพศแข็งตัว แต่ไม่เพียงพอที่จะสอดใส่เพื่อมีเพศสัมพันธ์ได้ (อีดีระดับกลาง), ขั้น 3 อวัยวะเพศแข็งตัวไม่เต็มที่ แต่เพียงพอที่จะสอดใส่ได้ (อีดีระดับต้น) และขั้น 4 อวัยวะแข็งตัวเต็มที่ สามารถร่วมรักได้ (ปลอดจากอาการอีดี)

สำหรับวิธีการรักษามีทั้งยากิน ยาสอดทางท่อปัสสาวะ การฉีดยาที่องคชาติ ใส่แกนและปั๊มสุญญากาศ แม้บางครั้งร่างกายไม่มีความผิดปกติ แต่เป็นเพราะขาดความมั่นใจ อาจเป็นผลมาจากการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกที่อาจล้มเหลวมาก่อน วิธีสังเกตว่ามีอาการอีดีหรือไม่ก่อนไปปรึกษาแพทย์คือ ให้สังเกตเวลานอน โดยปกติผู้ชายมีการแข็งตัว 3-5 ครั้งต่อคืน ครั้งละ 15-20 นาที ให้ลองใช้แสตมป์พันรอบปลายองคชาติ ถ้าตื่นมาแล้วแสตมป์ขาดถือว่าเกิดการแข็งตัว, การแข็งตัวจากการสัมผัสจากผู้อื่น ถ้าไม่เกิดการแข็งตัวถือว่าผิดปกติ และการแข็งตัวจากความต้องการทางจิตใจ เช่น หากเห็นภาพหรือเจอสิ่งถูกใจก็สามารถแข็งตัวได้ อาการอีดีไม่ใช่โรคหากมีปัญหาควรไปพบแพทย์ก่อน เพราะอาจมาจากความผิดปกติทางร่างกายบางส่วน โดยเฉพาะปัญหาทางเส้นเลือด เช่น เบาหวาน ระดับฮอร์โมนผิดปกติ ความดันโลหิตสูง ซึ่งผู้ป่วยเหล่านี้ส่วนใหญ่มักพบว่ามีอาการอีดี.

เดลินิวส์
เว็บสารสนเทศสุขภาพไทย
ภาพจากอินเทอร์เน็ต




  • คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • สำนักจุฬาราชมนตรี
  • มูลนิธิสันติชน
  • มูลนิธิรณรงค์เพื่อ
    การไม่สูบบุหรี่