อย. ระงับโฆษณาอาหารเสริม


วันที่ 14 พฤษภาคม 2558


อย. สั่งระงับการโฆษณา "อาหารเสริม" อ้างเพิ่มค่า CD4 ชี้ชัดผิดฐานโฆษณาแน่นอน แต่ยังไม่ฟันโทษ เหตุต้องรอการตรวจสอบผิดฐานโฆษณาเท็จหรือโอ้อวดก่อนหรือไม่ เผยยังไม่ได้รับการประสานเอกสารหลักฐานจากผู้ประกอบการ คาด 2 สัปดาห์รู้ผล แนะกรมแพทย์แผนไทยฯ ช่วยดูงานวิจัย

ภก.ประพนธ์ อางตระกูล รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และโฆษก อย. กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบบริษัทผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสารสกัดจากสมุนไพรที่ระบุว่าช่วยเพิ่มค่าระดับภูมิคุ้มกัน (CD4) และลดเชื้อไวรัสเอชไอวีได้ ว่า ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวขึ้นทะเบียนเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ซึ่งไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสรรพคุณในเรื่องของการรักษา ซึ่งก่อนหน้านี้ อย.ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบเบื้องต้นแล้วพบว่าทำผิดในเรื่องของการโฆษณาแน่นอน แต่จะถือว่าเป็นการโฆษณาเท็จหรือโฆษณาโอ้อวดสรรพคุณเกินจริงหรือไม่นั้น ยังต้องขอพิสูจน์จากหลักฐานต่างๆ ก่อน ซึ่งคาดว่าน่าจะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ จึงจะได้คำตอบว่าเป็นเช่นไร แต่ขณะนี้ อย.ยังไม่ได้รับเอกสารหลักฐานต่างๆจากผู้ประกอบการ

"เบื้องต้นคือผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร โฆษณาเรื่องการบำบัดรักษาไม่ได้ ส่วนเรื่องที่ว่าจะโฆษณาเกินจริงหรือไม่ ต้องเอาข้อมูลมาดู และดูที่เจตนาพยานหลักฐานที่โฆษณาออกไป ว่ามันเพิ่มภูมิคุ้มกันได้จริงหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอยการตรวจสอบ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้แจ้งระงับเรื่องการโฆษณาแล้ว ส่วนการดำเนินคดียังไม่สามารถทำได้ เพราะต้องรอการพิจารณาก่อนว่าเป็นโฆษณาอันเป็นเท็จหรือโอ้อวดก่อนหรือไม่เพราะหากเป็นโฆษณาโดยไม่ได้รับอนุญาตจะมีโทษแค่ ปรับเพียง 5,000 บาทเท่านั้น แต่หากโฆษณาเป็นเท็จจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ" รองเลขาธิการ อย.กล่าว

ภก.ประพนธ์ กล่าวว่า สำหรับผลการวิจัยของบริษัทดังกล่าวนั้น หากทำถูกต้องตามหลักวิชาการจริง และได้ผลจริง ก็ควรขึ้นทะเบียนเป็นยามากกว่า ซึ่งขั้นตอนการวิจัยยาจะมีขั้นตอนอยู่ คือดูความปลอดภัยในระดับสัตว์ทดลอง ดูความปลอดภัยในมนุษย์ และดูเร่องผลการรักษา ซึ่งขณะนี้ไม่ทราบว่าผลวิจัยของบริษัทดังกล่าวทำตามขั้นตอนพวกนี้หรือไม้ ซึ่งขั้นตอนในส่วนนี้คงกล่าวทำตามขั้นตอนพวกนี้หรือไม่ ซึ่งขั้นตอนมในส่วนนี้คงไม่ใช่หน้าที่ของ อย. แต่ต้องเป็นกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกที่ต้องเข้าไปดูในเรื่องการวิจัยดังกล่าว เพราะเป็นเรื่องของภูมิปัญญาและสารสกัดจากสมุนไพร ถ้ากรมแพทย์แผนไทยฯ ลงไปสนับสนุนแล้วทำวิจัยออกมาได้สำเร็จจริงก็ค่อยขึ้นทะเบียนเป็นยากับ อย.ต่อไปได้

คมชัดลึก
เว็บไซต์สารสนเทศสุขภาพไทย
ภาพจากอินเทอร์เน็ต



  • คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • สำนักจุฬาราชมนตรี
  • มูลนิธิสันติชน
  • มูลนิธิรณรงค์เพื่อ
    การไม่สูบบุหรี่