ห้ามใช้สารบีพีเอ ผลิตขวดนมเด็ก


วันที่ 24 มีนาคม 2558


อย. ออกประกาศห้ามใช้สารบีพีเอ ผลิตขวดนมเด็ก เหตุขวางการทำงานฮอร์โมนเอสโทรเจน กระทบระบบสืบพันธุ์และการผลิตฮอร์โมน ห่วงเด็กอายุ 0 - 3 ปี เสี่ยงรับสารมากสุด ชี้ สหภาพยุโรป แคนาดา ประกาศเลิกใช้แล้ว ย้ำให้ใช้พลาสติกประเภทพอลิพรอพิลีน

นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า ขณะนี้ อย. ได้ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 369) พ.ศ. 2558 เรื่อง ขวดนม และภาชนะบรรจุนมสำหรับทารกและเด็กเล็ก เพื่อกำหนดมาตรการควบคุมความปลอดภัยของขวดนมที่มีสารบิสฟีนอลเอ (บีพีเอ) ซึ่งเป็นสารตั้งต้นในการผลิตพลาสติก “พอลิคาร์บอเนต” ที่ใช้ในการผลิตขวดนมและภาชนะบรรจุนมสำหรับทารกและเด็กเล็ก และเป็นการทบทวนข้อกำหนดการใช้ ชนิด ตลอดจนคุณภาพมาตรฐานของวัสดุที่จะนำมาทำขวดนม รวมทั้งภาชนะบรรจุนมสำหรับทารกและเด็กเล็ก เนื่องจากที่ผ่านมาประชาชนมีความกังวลเรื่องนี้มาตลอด แม้องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) และองค์การอนามัยโลก (WHO) ยังไม่ได้จัดสารบีพีเอเป็นสารก่อมะเร็ง และยังสรุปไม่ได้ว่ามีความเป็นพิษต่อพันธุกรรมของมนุษย์ในระดับยีนก็ตาม

นพ.ไพศาล กล่าวว่า สาเหตุที่ประกาศเนื่องจากข้อมูลการศึกษาในสัตว์ทดลองสารบีพีเอ อาจมีผลไปขัดขวาการทำงานของฮอร์โมนเอสโทรเจนในร่างกาย ส่งผลกระทบต่อระบบการสืบพันธุ์และระบบการผลิตฮอร์โมน เนื่องจากโครงสร้างของสารบีพีเอมีความคล้ายกับฮอร์โมนเอสโทรเจน นอกจากนี้ จากผลการประเมินการได้รับสัมผัสสารบีพีเอของประชากรไทย พบว่า กลุ่มเด็กอายุ 0 - 3 ปี มีโอกาสได้รับสารบีพีเอสูงกว่าประชากรกลุ่มอื่น และการใช้ขวดนมพอลิคาร์บอเนตซ้ำๆ ระยะเวลาหนึ่งมีแนวโน้มปล่อยสารบีพีเอเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังไม่มีข้อมูลที่สามารถสร้างความมั่นใจต่อความปลอดภัยของสารบีพีเอ ประกอบกับหลายๆ ประเทศได้ห้ามผลิตหรือจำหน่ายขวดนมพอลิคาร์บอเนต ซึ่งมีสารบีพีเอแล้ว เช่น สหภาพยุโรป แคนาดา เป็นต้น

“ตามกฎหมายใหม่นี้จะมีผลให้ไม่อนุญาตการใช้พลาสติกพอลิคาร์บอเนต มาทำเป็นขวดนม รวมทั้งภาชนะบรรจุนมสำหรับทารกและเด็กเล็ก สำหรับวัสดุที่อนุญาตให้ใช้ มีดังนี้ ประเภทขวดนมและภาชนะบรรจุนมสำหรับทารกและเด็กเล็กแบบใช้ซ้ำ เช่น ถ้วยหัดดื่ม วัสดุที่อนุญาต ได้แก่ แก้วชนิดบอโรซิลิเคต และพลาสติกชนิดพอลิพรอพิลีน พอลิอีเทอร์ซัลโฟน ภาชนะบรรจุนมสำหรับทารกและเด็กเล็กแบบใช้ครั้งเดียว เช่น ถุงพลาสติกที่ใช้เก็บน้ำนมมารดา ถุงพลาสติกบรรจุนมแบบใช้ครั้งเดียวที่ต้องใช้ร่วมกับขวดนม

วัสดุที่อนุญาต ได้แก่ พอลิพรอพิลีน และ พอลิเอทิลีน หัวนมยาง วัสดุที่อนุญาตได้แก่ ยางธรรมชาติ ยางสังเคราะห์ สำหรับวัสดุชนิดอื่นที่ประกาศยังไม่กำหนดต้องมายื่นให้ อย.พิจารณาตามเอกสารหรือหลักฐานที่กำหนดไว้” รองเลขาธิการ อย. กล่าวและว่า ประกาศดังกล่าวประกาศในราชกิจจานุเบกษาเล่ม 132 ตอนพิเศษ 28 ง วันที่ 3 ก.พ. 2558 จะมีผลบังคับใช้เมื่อพ้นกำหนด 180 วัน นับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา คือวันที่ 1 ส.ค. 2558

ASTVผู้จัดการออนไลน์
ภาพอินเทอร์เน็ต




  • คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • สำนักจุฬาราชมนตรี
  • มูลนิธิสันติชน
  • มูลนิธิรณรงค์เพื่อ
    การไม่สูบบุหรี่