พฤติกรรมเสี่ยงความดันสูง 



พฤติกรรมเสี่ยงความดันสูง


วันที่ 16 พฤษภาคม 2557


นพ.สุพรรณผ ศรีธรรมา อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ปัจจุบันมีคนจำนวนมากไม่ทราบว่ามีภาวะโรคความดันโลหิตสูง หรือภาวะที่มีระดับความดันโลหิตสูงเรื้องรัง เนื่องจากไม่ปรากฎอาการในช่วงแรก แต่เมื่อปล่อยนานโดยไม่รับการรักษา แรงดันในหลอดเลือดที่สูงไปทำลายผนังหลอดเลือดและอวัยวะที่สำคัญหลายระบบในร่างกาย เป็นเหตุให้เกิดโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต หัวใจและไต จากสถิติขององค์การอนามัยโลกคาดการณ์ว่าปี 2568 จะมีผู้ป่วยความดันโลหิตสูงทั่วโลกสูงถึง 1.56 พันล้านคน โดยข้อมูลของสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.)พบว่า ไทยมีผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่เข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลของสธ.มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2544 พบผู้ป่วย 156,442 ราย แต่ปี 2555 พบผู้ป่วยถึง 1,009,385 ราย ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 5 เท่า

อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวต่อไปว่า ปัจจัยเสี่ยงการเกิดความดันโลหิตสูง ได้แก่ พฤติกรรมการใช้ชีวิต โดยเฉพาะการบริโภคอาหารเค็ม รับประทานผักและผลไม้ไม่เพียงพอ ภาะวะอ้วน ขาดการออกกำลังกาย ดื่มแอลกฮอล์มาก สูบบุหรี่ และมีภาวะเครียดรวมทั้งอายุที่เพิ่มขึ้นอาจส่งผลให้ความดันโลหิตเพิ่มสูงขึ้นได้ ดังนั้นวิธีการปฏิบัติตนเพื่อหลีกเลี่ยงและป้องกันโรคความดันโลหิตสูง คือ ลดการบริโภคอาหารรสเค็ม ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพิ่มการบริโภคผักและผลไม้ ลดการรับประทานอาหารหมักดอง อาหารสำเร็จรูป ลดอาหารที่มีไขมันและน้ำตาลสูง ลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และงดการสูบบุหรี่

เว็บไซต์สารสนเทศสุขภาพไทย
ไทยรัฐ-16/05/2557



  • สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขพาพ (สสส.)
  • คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • สำนักจุฬาราชมนตรี
  • ศูนย์นโยบายโลกมุสลิม
  • มูลนิธิสันติชน
  • มูลนิธิรณรงค์เพื่อ
    การไม่สูบบุหรี่