ลุยดอนเมืองจับผู้ฝ่าฝืน กม.เหล้า ยาสูบ


วันที่ 5 กรกฎาคม 2561


กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับภาคีเครือข่าย ลงพื้นที่สนามบินดอนเมือง เพื่อดำเนินการประชาสัมพันธ์และตรวจจับการกระทำความผิดตามกฎหมายควบคุมเหล้า-ยาสูบ พบการกระทำผิด รวม 5 ราย โดยได้ดำเนินคดีและเปรียบเทียบปรับตามกฎหมาย พร้อมเชิญชวนประชาชนมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังและร้องเรียนการกระทำผิดตามกฎหมายดังกล่าวผ่านโปรแกรมประยุกต์ “TAS”

ที่ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง กรุงเทพฯ นายแพทย์ขจรศักดิ์ แก้วจรัส รองอธิบดีกรมควบคุมโรค พร้อมนางสาวอังคณา บริสุทธิ์ ผู้อำนวยการศูนย์กฎหมาย พ.ต.ท. ภฤศ ฉายวัฒนะ ร.ต.อ. รัฐภูมิ โมรา และ ส.ต.อ. มานะวุฒิ รัตตะกุญชร จากสถานีตำรวจนครบาลดอนเมือง ร่วมกับเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเขตดอนเมือง สำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง ได้ร่วมกันลงพื้นที่ปฏิบัติงาน ณ ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง เพื่อชี้แจงข้อกฎหมายตามพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 และพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 แก่ผู้รับผิดชอบสถานที่ของท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมืองและผู้ประกอบการต่างๆ พร้อมติดตามการดำเนินการจัดเขตปลอดบุหรี่และเขตสูบบุหรี่ภายในท่าอากาศยานดังกล่าว ตลอดจนบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560

นายแพทย์ขจรศักดิ์ กล่าวว่า ผลการดำเนินงานในครั้งนี้ พนักงานเจ้าหน้าที่ได้พบบุคคลชาวไทย จำนวน 3 ราย และชาวต่างชาติ จำนวน 2 ราย กำลังสูบบุหรี่ ณ บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ ซึ่งตั้งอยู่ข้างประตูทางออกที่ 8 ของอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศที่ 1 ซึ่งมีเครื่องหมายเขตปลอดบุหรี่แสดงไว้อย่างเปิดเผยและเห็นได้อย่างชัดเจน โดยพื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตปลอดบุหรี่ตามกฎหมาย การสูบบุหรี่ในบริเวณดังกล่าวจึงเป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 มาตรา 42 ซึ่งต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจและพนักงานเจ้าหน้าที่ ได้แสดงตัวเพื่อจับกุมตัวผู้กระทำผิดทั้ง 5 ราย และนำตัวไปดำเนินการตามกฎหมาย ณ สถานีตำรวจนครบาลดอนเมือง ส่วนแยกท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง ซึ่งผู้กระทำผิดทั้ง 5 ราย ให้การรับสารภาพและยินยอมเสียค่าปรับตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ดำเนินการเปรียบเทียบปรับไปรายละ 500 บาท

สำหรับเจ้าของสถานที่ นอกจากต้องจัดเขตปลอดบุหรี่หรือเขตสูบบุหรี่ให้มีสภาพและลักษณะตามที่กฎหมายกำหนดแล้ว ยังมีหน้าที่ต้องประชาสัมพันธ์หรือแจ้งเตือนว่าสถานที่นั้นเป็นเขตปลอดบุหรี่ และควบคุมดูแลหรือห้ามปรามไม่ให้มีการสูบบุหรี่ในเขตปลอดบุหรี่ด้วย ซึ่งการบังคับใช้กฎหมายจะประสบความสำเร็จได้ ต้องได้รับความร่วมมือจากเจ้าของสถานที่หรือผู้ประกอบการในการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างจริงจังด้วย ทั้งนี้ หากประชาชนและผู้ประกอบการร้านค้าให้ความสำคัญและร่วมมือในการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างจริงจัง ย่อมส่งผลให้สังคมไทยเป็นสังคมที่ปลอดควันบุหรี่และพิษภัยจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สมตามเจตนารมณ์ของกฎหมายทั้งสองฉบับที่มุ่งปกป้องคุ้มครองสุขภาพของประชาชนจากพิษภัยของผลิตภัณฑ์ยาสูบและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้อย่างแท้จริง

นายแพทย์ขจรศักดิ์ กล่าวอีกว่า กรมควบคุมโรค ขอชวนประชาชนร่วมเป็นหูเป็นตา มีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังและร้องเรียนการกระทำผิดกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และกฎหมายควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบผ่านช่องทางโปรแกรมประยุกต์ (Application) “TAS” ที่จะทำให้การร้องเรียนง่ายขึ้น โดยสามารถร้องเรียนผ่านเว็บไซต์ ใช้ได้ทั้งสมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ (Android) และไอโอเอส (IOS) ประชาชนและพนักงานเจ้าหน้าที่สามารถเข้าใช้งานผ่านเว็บไซต์ “http://TAS.go.th” หรือค้นหาจาก google คำว่า “ระบบแจ้งร้องเรียนการกระทำผิดเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และยาสูบ” ท่านก็สามารถเข้าใช้งานได้ฟรีทันที หากประชาชนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามได้ที่สำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โทร. 02 590 3342 และศูนย์กฎหมาย 02 590 3318 หรือสายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

ที่มา กรมควบคุมโรค
ภาพ แฟ้มภาพ



  • สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขพาพ (สสส.)
  • คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • สำนักจุฬาราชมนตรี
  • ศูนย์นโยบายโลกมุสลิม
  • มูลนิธิสันติชน
  • มูลนิธิรณรงค์เพื่อ
    การไม่สูบบุหรี่