พบขยะอิเล็กทรอนิกส์ทะลักกาฬสินธุ์ 



พบขยะอิเล็กทรอนิกส์ทะลักกาฬสินธุ์


วันที่ 11 มิถุนายน 2561


ผู้ว่าฯ กาฬสินธุ์สั่งสอบปัญหาการคัดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ในชุมชน อ.ฆ้องชัย พบขยะอิเล็กทรอนิกส์ทะลักกว่า 20,000 ตันต่อปี จนขาดสถานที่จัดเก็บขยะและส่งผลกระทบต่อสุขภาพชาวบ้าน

ผู้สื่อข่าวรายงายว่า ขยะอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งโทรทัศน์ พัดลม ตู้เย็น คอมพิวเตอร์ และโทรศัพท์มือถือ ถูกนำมาคัดแยกชิ้นส่วนขายเป็นอาชีพหลักของชาวบ้านทั้ง 12 หมู่บ้าน ใน ต.โคกสะอาด อ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ เจ้าหน้าที่พบข้อมูลว่ามีขยะอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาในพื้นที่มากกว่า 1,200 ตันต่อเดือน เฉลี่ยปีล่ะกว่า 20,000 ตัน ทำให้ประสบปัญหาการกำจัดขยะที่ไม่ถูกวิธี และขาดสถานที่จัดเก็บ ล่าสุด พื้นที่บ่อฝังกลบขยะอิเล็กทรอนิกส์ขององค์การบริหารส่วนตำบลโคกสะอาด ทั้ง 23 ไร่ ไม่เพียงพอที่จะรองรับการฝังกลบขยะแล้ว


นายวิจิตร มูลเอก นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโคกสะอาด เรียกร้องทางภาครัฐที่เคยรับปากว่าจะสร้างเตาเผาขยะเมื่อหลายปีก่อน ให้เร่งดำเนินการเพื่อแก้ปัญหา เนื่องจากที่ผ่านมาการคัดแยกขยะที่ไม่ถูกวิธีส่งผลต่อสิ่งแวดล้อม และกระทบต่อสุขภาพประชาชน เนื่องจากทำให้เกิดสารพิษปนเปื้อนและเข้าสู่ร่างกาย

ด้านนายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ สั่งการให้ฝ่ายปกครอง ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เร่งตรวจสอบและแก้ปัญหาทั้งระยะสั้น และกำหนดแนวทางแก้ไขในระยะยาว

ส่วนที่ จ.ฉะเชิงเทรา นายกิตติพันธุ์ โรจนชีวะ รองผู้ว่าราชการจังหวัด พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานอุตสาหกรรมประเภท 105 และ 106 ซึ่งหมายถึง โรงงานจำพวกฝังกลบและแปรูปวัสดุขยะอุตสาหกรรม ที่อาจส่งผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมและอาจมีการกระทำผิดกฎหมาย ในพื้นที่ ต.เขาหินซ้อน อ.พนมสารคาม คือ บริษัท โยชิต้าเทคโนโลยีไทยแลนด์ จำกัด, บริษัทเอเซีย รีไซเคิ้ล เทคโนโลยี จำกัด, ห้างจัดการ วิบูลย์ชัย แมนเนจเมนท์ ซึ่งประกอบกิจการนำของเสียจากอุปกรณ์ไฟฟ้าและอีเลคทรอนิกส์ มาผ่านกรรมวิธีบดย่อยและหลอมโลหะกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ ซึ่งได้ขออนุญาตสร้างโรงงาน แต่ยังไม่มีการประกอบกิจการ

นอกจากนี้ยังตรวจสอบโรงงานของบริษัท กำจัดของเสียไทย จำกัด ซึ่งเป็นกิจการฝังกลบสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว เนื่องจากได้รับการร้องเรียนจากประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำเสีย ที่ไหลลงพื้นที่ของชาวบ้าน จากการตรวจสอบ ไม่มีระบบบำบัดน้ำเสียที่ได้มาตรฐาน จึงสั่งให้หยุดปรับปรุงแก้ไข

ส่วนผลการตรวจสอบบริษัท เหอเจีย เอนเตอรไพรส์ จำกัด โรงงานขยะอิเล็กทรอนิกส์ ใน อ.พนมสารคาม พบว่ามีการกระทำผิดหลายประเภท เช่น ไม่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการโรงงาน แต่มีการนำวัตถุดิบและมีพนักงานเข้าทำงานก่อนล่วงหน้า มีเครื่องจักรและจำนวนคนงานเกินจำนวนที่ได้รับ และไม่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ซึ่งผลการตรวจพบลักลอบคัดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ ที่นำเข้าจากต่างประเทศและภายในโรงงานส่งกลิ่นเหม็น และพบการชะล้างสารเคมีลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ จึงมีคำสั่งให้ปิดโรงงานทันที

ที่มา ไทยพีบีเอส
ภาพ แฟ้มภาพ




  • สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขพาพ (สสส.)
  • คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • สำนักจุฬาราชมนตรี
  • ศูนย์นโยบายโลกมุสลิม
  • มูลนิธิสันติชน
  • มูลนิธิรณรงค์เพื่อ
    การไม่สูบบุหรี่