สมุนไพรระงับกลิ่นปาก


วันที่ 29 มิถุนายน 2557


กลิ่นปากหรือปากเหม็น หากเกิดขึ้นกับใครก็รู้สึกเป็นสิ่งน่าอาย ทำให้ขาดความมั่นใจ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านทันตกรรมบอกว่า หนึ่งในสี่ของคนเรามีกลิ่นปากและงานวิจัยระบุว่า ประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ของประชากรวัยผู้ใหญ่ต่างก็มีกลิ่นปาก ขณะที่ในชาวอเมริกันเกือบ 60 ล้านคนจะมีปัญหาในเรื่องลมหายใจมีกลิ่นเรื้อรัง

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าประมาณ 75% ของกลิ่นปาก มีสาเหตุมาจากเรื่องของช่องปาก สาเหตุอื่นๆ ประกอบด้วย ปัญหาทางกระเพาะอาหาร การติดเชื้อที่ไซนัส หรือโรคเหงือกที่มีความรุนแรง

กล่าวว่า หนึ่งในความสำเร็จสำคัญในการรักษากลิ่นปาก คือ การตรวจหาสาเหตุ เมื่อทราบสาเหตุ การรักษาจึงจะเริ่มต้น กลิ่นปากที่เกิดจากสุขอนามัยของฟันไม่ดี แก้ไขด้วยการอุดฟัน การขูดหินปูน และการรักษาโรคเหงือก เป็นต้น

สมุนไพรต่อไปนี้อาจเป็นทางเลือกในการระงับกลิ่นปาก
**ใบฝรั่ง สารคลอโรฟิลล์ในใบฝรั่งช่วยระงับกลิ่นปากได้ดี - สูตรที่ 1 นำใบฝรั่ง 2-3 ใบมาล้างให้สะอาด นำมาเคี้ยวและคายทิ้งหลังอาหาร หรือเมื่อต้องการ - สูตรที่ 2 หั่นใบฝรั่งเป็นฝอยพอประมาณ แล้วนำไปคั่วไฟในกระทะพอเหลือง ชงกับน้ำร้อน 1 แก้ว ใช้อมหรือบ้วนปากเป็นประจำ จะช่วยระงับกลิ่นปากได้
**กานพลู ใช้ดอกตูมแห้งของกานพลู 2-3 ดอก อมไว้ในปากแล้วคายทิ้ง หรืออาจบดเป็นผงใช้อม หรือผสมในน้ำยาบ้วนปากก็ได้
**เมล็ดผักชี ก็สามารถนำมาทำน้ำยาบ้วนปาก หรือเครื่องดื่มเพื่อกลิ่นลมหายใจหอมสดชื่นได้ง่ายๆ เช่นกัน โดยนำเมล็ดผักชีพอประมาณ ต้มในน้ำ 250 มิลลิลิตร ทิ้งให้เดือดสัก 2-3 นาที กรองเอาแต่น้ำแล้วทิ้งไว้ให้เย็น ใช้ดื่มหรือบ้วนปาก
**เคี้ยวหรืออมเมล็ดกระวาน ซึ่งจะช่วยสร้างกลิ่นหอม และมีคุณสมบัติในการระงับแบคทีเรียในช่องปาก
**เคี้ยวใบพาร์สลีย์ หรือ สมุนไพรที่มีคลอโรฟิลล์เข้มข้นชนิดอื่น เช่น ใบโหระพา สะระแหน่
**ดื่มชาเปปเปอร์มินต์ชาสเปียร์มินต์ หรือ ชามะกรูด ก็ช่วยได้เช่นกัน
**น้ำมะนาว ดื่มน้ำอุ่น 1 แก้ว ผสมน้ำมะนาว 1 ซีกทุกเช้าหลังตื่นนอน
**เอนไซม์ระงับกลิ่นปาก-นำแครอท เซเลอรี พาร์สลีย์ ผักโขม พืชน้ำ หรือแตงกวา ชนิดใดชนิดหนึ่งมาคั้นน้ำดื่ม จะสามารถช่วยลดปัญหาเรื่องกลิ่นปาก
**สมอไทย ใช้ในการดับกลิ่นปาก แก้แผลร้อนใน วิธีคือ นำไปต้มกับน้ำ 1 แก้ว ใช้เวลาประมาณ 10นาที จากนั้นก็นำน้ำที่ได้ไปกรอง แล้วนำไปใช้อมบ้วนปาก

ป้องกันกลิ่นปากโดยใช้ไหมขัดฟันทำความสะอาดซอกฟันทุกวัน และการแปรงฟันอย่างถูกวิธี อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ครั้งละไม่ต่ำกว่า 2 นาที-การใช้น้ำยาบ้วนปากเป็นครั้งเป็นคราวหลังแปรงฟันไม่ใช้ติดต่อกันเป็นระยะเวลานานๆ จะเป็นอันตรายก่อให้เกิดโรคอื่นๆ ทางช่องปากได้ และควรหมั่นพบทันตแพทย์เป็นประจำ อย่าปล่อยให้ปากแห้ง เพราะจะทำให้เกิดความเข้มข้นของแบคทีเรียในปากเพิ่มมากขึ้น ทำให้เกิดกลิ่นปากได้ง่าย ดังนั้น ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว จะช่วยล้างแบคทีเรียออกจากน้ำลาย หลังอาหารทุกมื้อ ถ้าไม่ สะดวกในการแปรงฟันควรจะบ้วนปากทุกครั้ง

เมืองมิน-เรียบเรียง
สุขสาระ กรกฎาคม 2557




  • คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • สำนักจุฬาราชมนตรี
  • มูลนิธิสันติชน
  • มูลนิธิรณรงค์เพื่อ
    การไม่สูบบุหรี่