การุณยฆาตเด็ก


วันที่ 23 มิถุนายน 2557


การุณยฆาต คือการทำให้บุคคลตายโดยเจตนาด้วยวิธีการที่ไม่รุนแรง หรืองดเว้นการช่วยเหลือ หรือรักษา โดยปล่อยให้ตายอย่างสงบ เพื่อระงับการเจ็บปวดอย่างสาหัสของบุคคลนั้น ในกรณีที่บุคคลนั้นป่วยเป็นโรคอันไร้หนทางเยียวยา (ทั้งนี้การการุณยฆาตยังอนุญาตให้ใช้กับสัตว์ได้)

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานจากกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยี่ยม เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 56 ว่า สภาสูงของเบลเยี่ยมมีมติสนับสนุนการการุณยฆาตเด็กที่ป่วยทางจิตเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ท่ามกลางการโต้เถียงกันในสังคมอย่างเข้มข้น

ทั้งนี้ ร่างกฎหมายฉบับนี้ อนุญาตให้ผู้เยาว์ ขอร้องให้การุณยฆาตได้ด้วยเหตุผลที่ว่า พวกเขามีอาการป่วยทางจิต ซึ่งอยู่ในสภาพที่ต้องทนทุกทรมานอย่างแสนสาหัส และไม่มีวิธีการรักษาให้เพื่อบรรเทาอาการดังกล่าว แต่ข้อเรียกร้องนี้ ต้องผ่านความเห็นชอบและอยู่ในดุลพินิจของคณะแพทย์ที่ดูแลผู้ป่วย และได้รับอนุญาตจากพ่อแม่ของเด็กด้วย

เบลเยี่ยมเคยใช้มาตรการการุณยฆาตสำหรับเด็กอายุ 18 ปีขึ้นไปมาแล้วในปี 2545 และเนเธอร์แลนด์ก็เดินตามรอย ซึ่งอนุญาตให้การุณยฆาตเด็กอายุมากกว่า 12 ปีขึ้นไปได้

ล่าสุด เจสสิก้า ซาบ้า เด็กหญิงวัย 4 ขวบในแคนาดากล่าวผ่านคลิปวิดีโอเผยแพร่ในเวบไซต์ยูทูบ วิงวอนให้กษัตริย์เบลเยียมทรงขัดขวางกฎหมายฉบับนี้

เธอบอกว่าเธอเกิดมาโดยมีระบบหัวใจผิดปกติรุนแรงและหากแพทย์ไม่ช่วยเหลือ เธอจะมีชีวิตอยู่ได้เพียงไม่กี่ชั่วโมงหรือมากที่สุดก็เพียงไม่กี่วันเท่านั้น และหากเธอเกิดในประเทศที่มีกฎหมายการุณยฆาต เธอก็อาจจะได้รับการกระทำการุณยฆาตไปแล้ว

คลิปวีดีโอนี้ยังบอกด้วยว่า ทุกๆ ปีมีเด็กที่มีปัญหาทางร่างกายเช่นเดียวกับเธอนับล้านคน หากเบลเยี่ยมเริ่มต้นทำให้การกระทำการุณยฆาตในเด็กถูกกฎหมายแล้ว อีกไม่นานแนวโน้มนี้ก็คงจะแพร่หลายไปทั่วโลก

ดร.พอล ซาบ้า บิดาของเจสสิก้า ผู้มีอาชีพเป็นแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว กล่าวว่า เด็กที่ได้รับการดูแลทางการแพทย์เป็นอย่างดีและได้รับยาบรรเทาปวดไม่ได้ทุกข์ทรมานทางกายแต่อย่างใด ขณะที่มาริสาผู้เป็นแม่กล่าวว่ากฎหมายนี้จะทำให้ผู้ปกครองของเด็กถอดใจเร็วเกินไป

ขณะที่คาดกันว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้ จะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการภายในเดือนเมษายนนี้ ซึ่งจะทำให้เบลเยียมกำลังจะเป็นประเทศแรกในโลกที่ออกกฎหมายอนุญาตให้กระทำการุณยฆาตเด็กได้

ทั้งนี้พรรคสังคมนิยมของเบลเยียมเป็นผู้เสนอร่างกฎหมายดังกล่าว โดยเผยว่า มันเป็นสิ่งสำคัญที่จะเพิ่มตัวเลือกให้แก่ครอบครัวที่กำลังเผชิญหน้าต่อสถานการณ์ที่เจ็บปวด ขณะที่พรรคคริสเตียน เดโมแครติค เฟลมิช ได้ออกมาตั้งคำถามว่า มันเป็นเรื่องสมควรแล้วหรือที่จะให้เด็กเป็นผู้ตัดสินใจเรื่องการจบชีวิตด้วยตนเอง พร้อมทั้งได้สาบานว่าจะต่อต้านกฎหมายนี้ให้ถึงที่สุด และหากรัฐสภาอนุมัติกฎหมายนี้เมื่อไหร่ จะนำเรื่องนี้ขึ้นไปต่อสู้ในศาลสิทธิมนุษยชนยุโรปต่อไป


ปิยะจิตร เรียบเรียง

สุขสาระ
กุมภาพันธ์ 2557




  • คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • สำนักจุฬาราชมนตรี
  • มูลนิธิสันติชน
  • มูลนิธิรณรงค์เพื่อ
    การไม่สูบบุหรี่