โรคติดเชื้อนิวโมคอคคัส


วันที่ 18 มิถุนายน 2557


เด็กชายอาดำอายุ 4 ปี กำลังเรียนหนังสืออยู่ชั้นอนุบาลของโรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่ง เขามีไข้สูง อ่อนเพลีย ซึม และไอมากมา 2 วัน แม่จึงพาไปพบกุมารแพทย์ ณ โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง หลังจากแพทย์ได้ซักประวัติแล้วจึงทราบว่าเขาดื่มนมแม่ได้นาน 2 เดือนหลังจากนั้นจึงดื่มนมผงมาตลอด และไม่เคยฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไอพีดีเลย หลังจากตรวจเสมหะและเลือดแล้ว แพทย์ให้การวินิจฉัยว่า เด็กชายอาดำเป็นโรคติดเชื้อไอพีดี ( Invasive pneumococcal disease) ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียสเตรปโตคอคคัส นิวโมเนียอี ( Streptococcus pneumonia ) แพทย์อธิบายว่า

“โรคติดเชื้อไอพีดีเป็นโรคติดเชื้อนิวโมคอคคัสชนิดรุนแรง ซึ่งเดิมเชื้อนี้เคยสะสมอยู่ในโพรงจมูก ลำคอ และระบบทางเดินหายใจของคน โดยไม่ก่อโรคใดๆ แต่จะแสดงอาการป่วยเมื่อคนนั้นมีสุขภาพอ่อนแอลง โดยเชื้อสามารถเดินทางไปอาศัยอยู่ตามอวัยวะต่าง ๆ เช่น ปอดทำให้ปอดอักเสบ ซึ่งเกิดจากการหายใจหรือสำลักเอาเชื้อจากช่องปากและลำคอเข้าไป เชื้อเข้าไปในกระแสเลือด ทำให้มีไข้หนาวสั่นและปวดตามข้อ เชื้อเข้าไปที่ไขสันหลังและสมอง เกิดโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ทำให้มีไข้สับสนและกลัวแสง เชื้อเข้าไปที่หูเกิดหูน้ำหนวกหรือแก้วหูทะลุ และเข้าไปที่โพรงจมูก ทำให้มีไซนัสอักเสบ...

...โรคนี้มีการติดต่อจากคนสู่คนในระบบทางเดินหายใจ เหมือนไข้หวัดธรรมดา จากการไอ จามรดกัน แต่มีอาการรุนแรงมากกว่า เป็นโรคที่ยากต่อการวินิจฉัยและการรักษา ทำให้มีโอกาสเสียชีวิต และเกิดความพิการตามมาได้มาก กลุ่มเสี่ยงของโรคนี้คือเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี ผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป...

...คนที่มีความผิดปกติของภูมิคุ้มกัน เช่นคนเป็นมะเร็ง มะเร็งเม็ดเลือดขาว โรคพิษสุราเรื้อรัง ไตวายเรื้อรัง โรคเอดส์ ม้ามทำหน้าที่ผิดปกติ และคนที่เป็นโรคเรื้อรังต่างๆ เช่นโรคหัวใจ โรคปอด โรคไต เป็นต้น สิ่งที่จะต้องระมัดระวังมากเป็นพิเศษคือ เด็กเล็ก โดยเฉพาะในช่วงเปิดเทอม...

...ดังนั้น พ่อแม่ ผู้ปกครองและครู ควรปลูกฝังให้ลูกหลานรู้จักป้องกันตนเองด้วยการให้มีสุขอนามัยที่ดี โดยสอนให้ล้างมือบ่อยๆ ให้ปิดปากทุกครั้งที่มีการไอหรือจาม สอนให้รู้จักหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้ป่วย...

...ส่วนวิธีป้องกันที่ดีที่สุด คือ การสร้างภูมิต้านทานให้แก่เด็ก ด้วยการให้ดื่มนมแม่ตั้งแต่คลอด และให้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคนี้ตั้งแต่อายุน้อยกว่า 2 ปี โชคดีที่คุณรีบพาลูกมาตรวจในเวลาอันรวดเร็ว จึงทำให้สามารถวินิจฉัยและรักษาได้อย่างทันท่วงที เขาจึงมีอาการของหลอดลมอักเสบเท่านั้นยังไม่ถึงขั้นมีปอดอักเสบ”

แพทย์ได้ให้ยาปฎิชีวนะแก่เด็กชายอาดำจนครบขนาดยา ทำให้มีอาการดีขึ้นตามลำดับ และเขาได้รับอนุญาตให้กลับบ้านได้ พร้อมกับแพทย์ได้นัดมาตรวจในอีก 2 สัปดาห์ต่อมา

โดย พญ.จินตนา โยธาสมุทร
สุขสาระ มกราคม 2557




  • สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขพาพ (สสส.)
  • คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • สำนักจุฬาราชมนตรี
  • ศูนย์นโยบายโลกมุสลิม
  • มูลนิธิสันติชน
  • มูลนิธิรณรงค์เพื่อ
    การไม่สูบบุหรี่