ความเกลียด ทำลายทุกสิ่ง


วันที่ 13 มิถุนายน 2557


เมื่อเราไม่ชอบใครคนใดคนหนึ่ง เรามักจะเห็นข้อบกพร่องของเขา และฝังใจอยู่ตราบเท่าที่เรายังรู้สึกไม่ดีต่อเขา เรารู้สึกเช่นนี้แม้เวลาผ่านมาหลายปี ความรู้สึกโกรธ ความรู้สึกไม่ชอบก็ยังไม่หายไป และถูกตอกย้ำทุกครั้งที่พบกัน

เราหลายคนจึงมีอคติ เพราะเราขาดสติ ไม่ได้ตัดสินคนด้วยเหตุผล แต่ตัดสินคนตามพฤติกรรมที่เขากระทำในแต่ละครั้ง เราใช้ความรู้สึกมากกว่าเหตุผลในการตัดสินคน ทำให้เรามีปัญหาทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมมากเช่นทุกวันนี้

เราพร้อมที่จะโกรธคนอื่นเพียงเพราะเรารักตัวเราเองมากเกินไป เราตั้งมาตรฐานให้ตัวเราสูงเกินไป จนพร้อมที่จะมองว่าผู้อื่นทำผิด ไม่ตรงตามมาตรฐานของเรา อาจจะเป็นเพราะว่าเราไม่สมหวังในเรื่องบางเรื่อง ที่ไม่เป็นไปตามที่เราคาดหวัง เรารู้สึกว่าเราเสียอำนาจการควบคุม เราจึงเกิดความกลัว และรู้สึกโกรธมากเมื่อเราควบคุมเหตุการณ์บางอย่างไม่ได้ จึงแสดงออกด้วยพฤติกรรมที่น่ารังเกียจ เช่น ดุว่า เฆี่ยนตีลูก เมื่อลูกวิ่งไปเตะกระโถนที่เราตั้งไว้กลางห้อง หรือทำอะไรไม่ได้ดังใจเรา

ความโกรธ ทำลายความคิดสร้างสรรค์ ความคิด ดีๆ ของเรา ความโกรธมักตามมาด้วยการผูกใจเจ็บ ความโกรธเหมือนเชื้อโรค ที่หลุดเข้ามาแล้วลุกลามจนรักษาไม่หายได้

แม้ว่าเราจะห้ามความโกรธไม่ได้ แต่เราก็สามารถที่ควบคุมการแสดงออกของความโกรธของเราได้ และถ้าเรารู้จักควบคุมเราก็จะหายโกรธได้เร็วขึ้นได้ ลองตั้งใจทำอย่างอื่นให้พ้นไปจากความโกรธตรงหน้า เช่น นับ 1- 10 แล้วค่อยๆ คิดพิจารณาว่าเราโกรธเขาเพราะอะไร หรือว่าเรื่องนิดเดียวเอง “ช่างหัวมัน”

การรู้จักให้อภัยจะช่วยให้เราเอาชนะความรู้สึกโกรธ ความขมขื่น หรือความผูกพยาบาทได้ เพราะการให้อภัยสามารถเยียวยาบาดแผลทางจิตใจและก่อเกิดสันติสุขขึ้นได้ การให้อภัยจึงช่วยให้สามารถยุติปัญหาต่างๆ ลง การให้อภัยคือการแสดงกำลังใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

ความรู้สึกโกรธกัน หรือเกลียดกันจนไม่สามารถจะให้อภัยกันได้ มีแต่จะทำร้ายเรา ดังนั้น หากเรามีความเข้าใจตามความเป็นจริง เราจึงควรที่จะให้อภัยและให้โอกาสแก่กันบ้าง เพื่อไม่ให้เชื้อโรคร้ายเกาะกินตัวเรา เพราะว่าไม่มีเหตุผลใดๆ เลย ที่จะทำให้เราต้องโกรธ ต้องเกลียดใคร มากมายถึงขนาดไม่สามารถที่จะให้อภัยกันได้ เพราะยิ่งโกรธ ยิ่งเกลียด เรายิ่งไม่มีความสุข เรายิ่งไม่มีความสงบ

“บรรดาผู้ยำเกรง คือ บรรดาผู้ข่มโทสะ และบรรดาผู้ให้อภัยแก่เพื่อนมนุษย์ และอัลลอฮฺนั้นทรงรักผู้กระทำดีทั้งหลาย” (อาลิอิมรอน : 134)

“ผู้มีเกียรติและผู้มั่งคั่งในหมู่พวกเจ้าอย่าได้สาบานที่จะไม่ให้ (ความช่วยเหลือ) แก่ญาติมิตร และคนจน และผู้อพยพในหนทางของอัลลอฮฺ และพวกเขาจงอภัยและยกโทษ (ให้แก่พวกเขาเถิด) พวกเจ้าไม่ชอบหรือที่อัลลอฮฺจะทรงอภัยโทษให้แก่พวกเจ้า และอัลลอฮฺนั้นเป็นผู้ทรงอภัย ผู้ทรงเมตตาเสมอ” (อันนูร : 22)

สุขสาระ-มกราคม 2557




  • สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขพาพ (สสส.)
  • คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • สำนักจุฬาราชมนตรี
  • ศูนย์นโยบายโลกมุสลิม
  • มูลนิธิสันติชน
  • มูลนิธิรณรงค์เพื่อ
    การไม่สูบบุหรี่