ป้องกันไฟไหม้


วันที่ 11 มิถุนายน 2557


เรื่องราวที่น่าสะพรึงกลัว และน่าเศร้าสลดสำหรับคนไทยเราในช่วงปีใหม่นี้ คงไม่มีเรื่องใดเกินเรื่องอุบัติเหตุไฟไหม้ที่ซานติก้าผับ ที่เป็นเหตุให้ผู้คนเสียชีวิตทันทีถึงห้าสิบกว่าศพ และบาดเจ็บอีกเป็นร้อยๆ ราย

ความจริงแล้ว อุบัติเหตุก็นับเป็นโรคอีกโรคหนึ่งเช่นเดียวกัน แต่ผู้คนทั่วไปมักไม่ตระหนักรู้ และยังเป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ของการเสียชีวิตของคนเราอีกด้วย ดังนั้น ถ้าเราระมัดระวังเรื่องอุบัติเหตุให้ดีๆ หรือหาทางรับมือกับมันไว้ เราก็จะปลอดภัยจากความทุกข์ทรมานจากอุบัติเหตุไฟไหม้ได้

วิธีการป้องกันภัยจากไฟไหม้ อันดับแรกคือ การพิจารณาดูสถานที่อโคจรต่างๆ นั่นคือ สถานที่เสี่ยง จะเกิดอันตรายจากไฟไหม้ได้ หรือเมื่อไฟไหม้แล้วจะทำให้หนีได้ลำบาก สถานที่เช่นนี้ควรหลีกเลี่ยงเสีย เช่น ที่ที่มีวัตถุไวไฟอยู่ เช่น น้ำมัน, แก๊ส หรือพวกวัตถุที่ไหม้ไฟง่ายๆ เช่น กระดาษ หรือนุ่น เป็นต้น หรือสถานที่ๆ ต้องจุดไฟใช้ไฟอยู่ตลอดเวลา เช่น เตาหลอมเป็นต้น สถานที่ๆ มีของพวกนี้อยู่มากๆ ถ้าไม่จำเป็นเราไม่ควรเข้าไป หรือถ้าเข้าไปก็ควรหาทางออกโดยเร็วที่สุด

และในสถานที่ใดก็ตาม เมื่อเข้าไปแล้ว ต้องพยายามดูทางหนีทีไล่ให้ดีๆ ดูว่าทางออกฉุกเฉินอยู่ทางไหน ถังดับเพลิงอยู่ทางไหน ? ประตูอยู่ทางไหน ? ประตูแคบหรือกว้าง ? หน้าต่างมีไหม ? สูงจากพื้นเท่าไร ? และควรนั่งใกล้ประตู หรือทางออกไว้จะปลอดภัยที่สุด ของเช่นนี้ควรหัดดูหัดทำไว้เสมอจนเป็นนิสัยประจำตัว จะช่วยให้ท่านปลอดภัยได้ในเวลาคับขัน

เมื่อเข้าไปอยู่ข้างในเรียบร้อยแล้ว ต่อไปก็ควรสังเกตดูพฤติกรรมคนที่อยู่ร่วมกันในนั้นว่า มีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดไฟไหม้หรือเปล่า และถ้าเกิดควรจะทำอย่างไรดี แก้ไขอย่างไรดี หัดคิดล่วงหน้าเอาไว้บ่อยๆ จนเคยชิน เวลาเกิดเหตุจะได้ไม่ตกใจกลัว และสิ่งที่เราคิดไว้ วางแผนไว้ เราจะสามารถกระทำได้โดยอัตโนมัติ

ถ้าหากเกิดเหตุไฟไหม้ขึ้นมาเมื่อใดอย่าตกใจจนคุมสติไม่อยู่ อย่าลืมว่า เราได้ดูทางหนีทีไล่เอาไว้แล้ว ดังนั้น เราจะเป็นคนหนึ่งในไม่กี่คนในสถานที่นั้นเท่านั้นที่ยังมีสติอยู่ คุมสติให้ดีแล้วดูซิว่า เราสามารถดับไฟนั้นได้หรือไม่ โดยไม่เป็นการเสี่ยงต่อตัวเราหรือผู้อื่น ถ้าดับได้ ก็ให้ดับเสีย เพราะนอกจากจะเป็นการช่วยตัวเราเองแล้ว ยังได้ช่วยผู้อื่นอีกมากมายให้พ้นจากภัยพิบัติ เป็นกุศลอันดียิ่งที่พระผู้เป็นเจ้าจะตอบแทนให้กับเรา แต่ก็ต้องมีความรู้พอสมควรด้วยมิฉะนั้น แทนที่จะช่วยคนอื่น อาจจะกลายเป็นผู้ทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่เสียเอง ถ้าเป็นการไหม้จากน้ำมัน หรือไฟฟ้า หรือแก๊ส อย่าไปเอาน้ำมาราด เพราะจะยิ่งเกิดปัญหาใหญ่ขึ้นอีกนั่นคือไฟช็อต หรือลุกลามหนักขึ้น ที่ดีที่สุดก็คือ ถังดับเพลิงมาตรฐานที่จะต้องมีแขวนหรือตั้งอยู่ตามที่ต่างๆ อันนั้น จะดับไฟได้เกือบทุกชนิด ได้ดีที่สุด และปลอดภัยที่สุด ถ้าไม่มีก็ต้องหาผ้าหรือไม้มาตีที่ไฟนั้นให้ดับไป แม้แต่เสื้อผ้าหนาๆ เช่น เสื้อกันหนาวก็ใช้ได้ดี แต่ต้องตีให้ไวมีฉะนั้น ผ้าที่ตีจะติดไฟเสียเอง

ถ้าหากเกิดไฟไหม้ขึ้นแล้ว และทำให้ดับไม่ได้ก็ต้องหนี ต้องอพยพคนออกมา โดยให้เด็ก และผู้สูงอายุออกมาก่อน แล้วจึงเป็นผู้หญิง และผู้ชายตามลำดับ อย่าแย่งกัน เพราะยิ่งแย่งยิ่งช้า อย่าไปกลัวที่จะออกคำสั่ง เมื่อเวลาเกิดเหตุฉุกเฉิน เพราะถ้าเรามีสติดีพอ คนที่เหลือจะทำตามเราโดยอัตโนมัติ ในขณะเดียวกันต้องไม่ลืมแจ้งเหตุไฟไหม้ให้คนมาช่วยด้วย โดยแบ่งงานกันไปทำ

ถ้าหากมีไฟไหม้แล้วต้องวิ่งฝ่าไฟหรือความร้อนออกไป ถ้ามีเวลา หรือยังออกไม่ได้ เราก็ควรเตรียมตัวเราก่อนถ้าทำได้ โดยการไปที่ห้องน้ำ และเอาน้ำราดตัว และเสื้อผ้าให้ชุ่มน้ำมากที่สุด เพื่อจะเป็นเกราะกำบังเรา เวลาเราต้องฝ่าไฟออกไป จะช่วยผ่อนหนักเป็นเบาได้มากทีเดียว

อากาศที่ดีที่สุดเวลาไฟไหม้ คืออากาศด้านล่างๆ เพราะอากาศร้อนจะลอยขึ้นข้างบน รวมกับฝุ่นละอองร้อนๆ ที่เกิดจากไฟไหม้ ถ้าเราสูดเข้าไปมากๆ จะทำให้ทางเดินหายใจร้อนอักเสบ บวม หายใจไม่ออก และเสียชีวิตได้ อย่างที่หนังสือพิมพ์มักเขียนบ่อยๆ ว่า สำลักควันไฟตายนั่นเอง เพราะส่วนมากของผู้ตายมาจากสาเหตุนี้ ดังนั้น ควรก้มต่ำหรือคลานไปจะปลอดภัยกว่า แต่ถ้าไฟเพิ่งจะเริ่มต้น เราก็อาจจะลองเสี่ยงวิ่งไปก่อนได้ เพราะจะทำให้ไปได้ไวกว่า

ถ้าห้องไหม้ไฟเป็นห้องๆ เดียว หลังออกมาหมดแล้วต้องรีบปิดประตูหน้าต่างห้องนั้นให้หมด หลายคนเปิดออก เพื่อหนีบ้าง หรือเพื่อหาอากาศหายใจบ้าง แต่ลืมนึกไปว่า ขณะเดียวกัน ออกซิเจนที่เราหายใจ ก็เป็นตัวที่ช่วยให้ไฟติดด้วย ไฟจึงไหม้ลามมากขึ้นได้ เราจึงต้องปิดประตูหน้าต่างให้หมด เพื่อให้ออกซิเจนเหลือน้อยที่สุด ไฟก็จะลามได้ช้าที่สุด หรืออาจจะดับไปเองได้

ถ้าขณะที่เราวิ่งออกไปแล้วเจอประตูอยู่ข้างหน้าอย่าผลีผลามเปิด หรือไปจับลูกบิด อาจจะร้อนจนไหม้พอง หรือเป็นการเปิดให้ไฟพุ่งเข้ามาใส่เราได้ ต้องเอาหลังมืออังกับประตูก่อนดูว่าร้อนหรือไม่ ถ้าไม่ร้อนก็เปิดได้ ถ้าร้อนก็ต้องมีผ้ามาจับลูกบิดเพื่อเปิดออก

เหล่านี้คือสิ่งเล็กๆ น้อยๆ แต่ก็มีคุณค่าอย่างยิ่ง และอาจจะช่วยชีวิตเราหรือคนรอบข้างได้ในเวลาคับขันครับ วัสสลามฯ



เรื่อง: นายแพทย์กษิดิษ ศรีสง่า

ที่มา: สุขสาระฉบับที่ 61 ประจำเดือน มกราคม 2552




  • สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขพาพ (สสส.)
  • คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • สำนักจุฬาราชมนตรี
  • ศูนย์นโยบายโลกมุสลิม
  • มูลนิธิสันติชน
  • มูลนิธิรณรงค์เพื่อ
    การไม่สูบบุหรี่