อาหารปนเปื้อน


วันที่ 5 มิถุนายน 2557


ไม่นานมานี้มีรายงานผลสำรวจอาหารปนเปื้อนทั่วประเทศ พบว่ามีการปนเปื้อนสารเคมี ทั้งยาฆ่าแมลง- สารกันบูด สารฟอกขาว เกินมาตรฐานทั้งในผักผลไม้ เส้นก๋วยเตี๋ยว อาหารแห้ง อาหารทะเลสดจากเพื่อนบ้านพบทั้งโลหะหนักและน้ำยาดองศพปริมาณสูง

อาหารยอดนิยม เช่น ก๋วยเตี๋ยวก็พบสารกันบูดเช่นกัน โดยเส้นใหญ่ พบร้อยละ 88 เส้นเล็ก ร้อยละ 75 เส้นหมี่ขาวและบะหมี่ ร้อยละ40 และ 50 ตามลำดับ อาหารกินเล่นอย่างสาหร่ายอบกรอบปรุงรส พบราพิษอะฟลาทอกซินขณะที่อาหารนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งจากการสุ่มตรวจ พบว่า อาหารทะเลสดนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านพบการปนเปื้อนฟอร์มาลีนร้อยละ 67 และโลหะหนักสารหนูร้อยละ 4 ขณะที่ผักและผลไม้ ปนเปื้อนสารเคมีกำจัดแมลง ร้อยละ 36 สารฟอกขาวในผักแห้งร้อยละ 47 สารตะกั่วในสาหร่ายและเยื่อไผ่ ร้อยละ 8 พบปรอท ในก้านเห็ดหอม หน่อไม้แห้ง เห็ดหอมและเยื่อไผ่ ร้อยละ 17 ร้อยละ 12 ในขนมพร้อมบริโภค ลูกอมและเยลลี่ พบสีสังเคราะห์เกินมาตรฐานร้อยละ 20

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ผลกระทบของสารปนเปื้อนในอาหารเหล่านี้ หากสะสมในร่างกาย เช่น สารฟอกขาว จะทำให้หายใจติดขัด ความดันโลหิตต่ำ สารพิษตกค้างจากยาฆ่าแมลงจะทำให้ร่างกายอ่อนแอขาดความต้านทานโรค หากได้รับเข้าสู่ร่างกายเป็นจำนวนมากจะเกิดอาการวิงเวียน คลื่นไส้ หายใจติดขัด ช็อกและเสียชีวิตได้ ส่วนสารกันบูดที่อยู่ในเนื้อหมู ลูกชิ้น ไส้กรอก จะเป็นพิษต่อต่อมไตและสมอง ทำให้ระบบทางเดินอาหารเกิดการระคายเคือง สารเหล่านี้ถ้าได้รับในปริมาณมากอาจอาเจียน มีไข้ และเสียชีวิตได้ ส่วนสารอะฟลาทอกซิน จะมีโอกาสเกิดโรคมะเร็งในตับสูงสารหนูเป็นสารอันตราย หากร่างกายได้รับในปริมาณน้อยเป็นเวลานานๆ อาจเป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็งในอวัยวะต่างๆ ได้ เช่น มะเร็งตับ ไต ปอด กระเพาะปัสสาวะ และต่อมลูกหมาก ส่วนสารปรอท เป็นโลหะหนักอีกชนิดที่มักพบในน้ำทิ้งและของเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม หากร่างกายได้รับสารปรอทเป็นประจำ แม้จะได้รับในปริมาณไม่มาก จะทำให้สะสมอยู่ในร่างกาย ส่งผลให้เป็นอันตรายต่อสมอง อวัยวะต่างๆ และอาจทำให้เป็นโรคสมองฝ่อได้ ในเรื่องผงชูรสที่คนไทยเราชื่นชอบ มีเรื่องเล่าว่าร้านก๋วยเตี๋ยวไทยร้านหนึ่งในสหรัฐอเมริกา ใส่ผงชูรสในน้ำซุปครั้งละ 2 ถ้วยเต็มๆ แล้วยังใส่ในชามแต่ละชามอีกด้วย มีรายงานว่าคนแถวนั้นเห็นลูกค้าทานก๋วยเตี๋ยวแล้ววิ่งออกมาอาเจียนหน้าร้านอยู่บ่อยๆ

มีผู้หวังดีแนะนำให้สังเกตกุ้งแชบ๊วยทอดทั้งเปลือกแล้วนำไปผัดกับเกลือใส่พริกชี้ฟ้าจะพบว่ามีการคลุกกับผงชูรสจนบางทีเห็นเป็นเกล็ดติดตัวกุ้งขึ้นมาด้วย ถุงพริกกับเกลือที่พ่อค้าผลไม้รถเข็น ให้ลูกค้าเป็นของแถมก็มีการใส่ผงชูรสเพิ่มเป็นของแถมพิเศษอีกด้วย ให้ระวังขวดน้ำดื่มพลาสติกที่ทิ้งไว้ในรถร้อนๆแล้วพิษของพลาสติกละลายออกมาปนอยู่ในน้ำ เกิดสารพิษที่เรียกว่า ไดออกซิน ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งทรวงอกไม่เพียงแต่ขวดน้ำพลาสติกเท่านั้น แผ่นพลาสติกที่ใช้คลุมอาหารก่อนเข้าไมโครเวฟ ก็เป็นตัวการก่อมะเร็งอย่างมาก มีรายงานว่าร้านอาหารเกือบทุกร้านใช้แผ่นพลาสติกนี้คลุมอาหารก่อนเข้าไมโครเวฟเพื่อละลายน้ำแข็ง

แต่อย่างว่า..ชีวิตต้องเดินต่อไป ดูเหมือนว่าอาหารนอกบ้านจะไม่ปลอดภัย คงต้องปรุงกันเองสดๆ แต่จะทำอย่างไรในเมื่อชีวิตต้องเร่งรีบอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันเช่นนี้..คงทำได้เพียงต้องระวังตัวให้มากขึ้นกว่าเดิมเท่านั้น!

มีของแถมให้อีกหนึ่งรายการคือ เห็ดหอมที่เราชอบมีรายงานว่ามีสารหนูปนอยู่แม้จะไม่เกินมาตรฐาน แต่ก็หมายความว่า “อย่ากินมาก..อย่ากินบ่อย”

อ้อ..เกือบลืมไป เรื่องผงชูรสที่คนไทยเราชื่นชอบ มีรายงานระบุว่าญี่ปุ่นเจ้าตำรับผงชูรส กลับไม่นิยมใส่ผงชูรสในอาหารเช่นพี่ไทยเรา..แปลว่าญี่ปุ่นเขาใจดีทำขายให้คนทั่วไปกินของอร่อย??

หนองจอก-เรียบเรียง
สุขสาระ*ธันวาคม 2556




  • คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • สำนักจุฬาราชมนตรี
  • มูลนิธิสันติชน
  • มูลนิธิรณรงค์เพื่อ
    การไม่สูบบุหรี่