แนวคิดปอเนาะสร้างสุข


วันที่ 3 มิถุนายน 2557


ปอเนาะสร้างสุข หลักคิดและการพัฒนา

“ปอเนาะ” เป็นสถาบันการศึกษาที่เก่าแก่ที่สุดสถาบันหนึ่งของสังคมมุสลิมในประเทศไทยและในภูมิภาคอาเซียน มีบทบาททั้งทางศาสนา การศึกษา และสังคม วิวัฒนาการมาจากสถานศึกษาที่เป็นบ้านของครูหรือผู้รู้เช่นเดียวกับบ้านของ “อัรกอม” ซึ่งเป็นสถานศึกษาแห่งแรกที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในประวัติศาสตร์อิสลามสมัยของท่านนบีมุฮัมมัด(ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม)การศึกษาที่ปอเนาะ ไม่มีหลักสูตรเฉพาะ ไม่มีการสอบวัดผลประเมินผลแบบโรงเรียน ไม่มีระบบชั้นเรียน ไม่มีข้อมูลในลักษณะที่เป็นลายลักษณ์อักษร ปอเนาะจึงถูกมองว่าล้าหลัง ไร้ระบบ และกระทบต่อความมั่นคง รัฐบาลบางยุคในอดีตมีนโยบายให้ปอเนาะจดทะเบียนเปลี่ยนเป็นโรงเรียนราษฎร์สอนศาสนาอิสลาม ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม และล่าสุดในปี พ.ศ. 2547 ให้ปอเนาะจดทะเบียนเป็นสถาบันศึกษาปอเนาะ จนกระทั่งชาวปอเนาะทั้งหลายต่างรู้สึกบอบช้ำจากการดำเนินตามนโยบายของรัฐ รู้สึกกังวลและเสียดายกับอัตลักษณ์และคุณค่าที่ปอเนาะได้พยายามสร้างสมมาเป็นเวลานับร้อยร้อยปีถึงบัดนี้กำลังจะเลือนหายไป

อัตลักษณ์และคุณค่าแห่งปอเนาะ

ปอเนาะ จัดการศึกษาโดยอิงวัฒนธรรมอิสลามผสมผสานด้วยวัฒนธรรมท้องถิ่น ส่งเสริมการศึกษาตลอดชีวิตและตามอัธยาศัย สร้างคุณค่าและใกล้ชิดกับชุมชน เน้นรายวิชาที่เป็นรากฐานของชีวิตมนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความรู้ที่มนุษย์ไม่สามารถรู้เองได้ เช่น ความรู้เกี่ยวกับพระเจ้า เกี่ยวกับการกำเนิดของมนุษย์ กำเนิดโลก และจักรวาล หน้าที่และเป้าหมายของมนุษย์ ตลอดจนความเร้นลับต่าง ๆ เหนือสติปัญญาของมนุษย์เพื่อหลุดพ้นจากความงมงาย รายละเอียดเหล่านี้รวมเป็นวิชาศาสนาที่นักศึกษาปอเนาะได้ร่ำเรียน แตกต่างกับการศึกษาในโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย วิทยาลัยที่มุ่งผลิตและพัฒนาบัณฑิตเพื่อตอบสนองสถานประกอบการหรือรับใช้โรงงานอุตสาหกรรม การศึกษาวิชาศาสนาในระบบโรงเรียนอาจมีเพียงหนึ่งรายวิชาในขณะที่วิชาศาสนาในระบบปอเนาะคือทุกวิชาที่นักศึกษาต้องเล่าเรียน สภาพของปอเนาะที่มีบ้านของโต๊ะครูเป็นศูนย์กลางและมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับท้องถิ่น จัดการเรียนรู้ที่เป็นรากฐานของชีวิต โดยไม่จำกัดเพศหรือวัย ทุกคนสามารถเข้าเรียนได้ตามอัธยาศัย เช่นนี้ ปอเนาะ จึงเป็นสถาบันการศึกษาที่มีคุณค่าควรแก่การยกย่องเป็น “อุทยานแห่งการเรียนรู้” ประจำชุมชนที่ควรอนุรักษ์ไว้ตลอดไป

หลักคิดและการพัฒนาสู่ “ปอเนาะสร้างสุข”

ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงทางสังคมของโลกยุคใหม่ อุทยานแห่งการเรียนรู้อย่างปอเนาะต้องเผชิญกับมรสุมรอบด้าน ทั้งด้านนโยบายของรัฐ ความขัดแย้งทางประวัติศาสตร์และการเมือง ความคิดและค่านิยมของสังคม ความเหมาะสมของวิชาการและหลักสูตร สื่อการเรียนการสอน รวมไปถึงวิกฤตเศรษฐกิจและวิกฤตสิ่งแวดล้อมทั้งในระดับชาติและนานาชาติ ทำให้ "ปอเนาะ" ต้องปรับตัวเพื่อการดำรงอยู่และรักษาไว้ซึ่งอัตลักษณ์และคุณค่าอันดีงาม ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมามีหลายองค์กรทั้งภาครัฐ และเอกชน ตลอดจนองค์กรศาสนาทั้งในและนอกประเทศ ได้เข้าไปศึกษาเรียนรู้และให้ความช่วยเหลือแก่ปอเนาะ แต่มักเป็นการช่วยเหลือในลักษณะครั้งคราว ขาดความต่อเนื่องครบถ้วนและรอบด้าน ปัญหาเชิงลึกยังไม่ได้รับการแก้ไข โครงการปอเนาะสร้างสุขจึงได้อาสาที่จะเรียนรู้ปัญหา ร่วมคิดในการพัฒนาและสร้างสุขภาวะในด้านการศึกษาของปอเนาะอย่างเป็นองค์รวมและต่อเนื่อง เพื่อดำรงไว้ซึ่งอัตลักษณ์และคุณค่าดั้งเดิมเพิ่มเติมพัฒนาด้านที่อ่อนแอให้มีความเข้มแข็ง และร่วมมือกับทุกฝ่ายในการเข้าไปแนะนำและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตผู้เรียน โดยเฉพาะในด้านวิชาชีพที่จำเป็นเพื่อเลี้ยงชีพหรือนำไปพัฒนาต่อยอดในอนาคต ส่งเสริมกิจกรรมด้านสุขภาวะ สิ่งแวดล้อม การบริการชุมชน การใช้เทคโนโลยีพื้นฐาน รวมทั้งงานวิจัยที่จะช่วยพัฒนาหลักสูตร เสริมสร้างการจัดกิจกรรมและการบริหารจัดการปอเนาะอย่างมีประสิทธิภาพภายใต้กรอบความต้องการของปอเนาะโดยปอเนาะมีส่วนร่วมในการดำเนินการทุกขั้นตอน

การดำเนินโครงการ ในช่วงเวลา 2 ปีแรก (ระหว่างกรกฎาคม 2555 - มิถุนายน 2557) จะเริ่มดำเนินโครงการร่วมกับปอเนาะในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จำนวน 9 แห่ง แบ่งเป็นจังหวัดปัตตานี 3 แห่ง จังหวัดนราธิวาส 3 แห่ง และจังหวัดยะลาอีก 3 แห่ง ต่อไปในปีที่ 3 จะทำการคัดเลือกปอเนาะ 3 แห่งที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดมาพัฒนาต่อเป็นแหล่งเรียนรู้ และถอดองค์ความรู้ปอเนาะสร้างสุข พร้อมกันนี้จะผลักดันให้มีการบูรณาการหลักสูตรปอเนาะสร้างสุขเข้าไปในกระบวนการเรียนการสอนของปอเนาะด้วย ทั้งนี้ ปอเนาะ หรือโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามที่เข้าร่วม โครงการต้องเป็นโรงเรียนหรือสถาบันศึกษาปอเนาะที่มีการสอนวิชาสามัญหรือ (กศน.) ควบคู่ มีสถานที่เหมาะสมสำหรับกิจกรรมที่จะดำเนินการโครงการ และต้องมีเวลาว่างนอกเหนือจากเวลาเรียนปกติอย่างน้อย 7 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เพื่อร่วมดำเนินการตามกลยุทธ์หลัก 3 ประการ คือ ประมวลองค์ความรู้ สนับสนุนการสร้างเครือข่าย และการผลักดันเชิงนโยบายในการบูรณาการหลักสูตรสู่การเป็นปอเนาะสร้างสุขที่สมบูรณ์ครบวงจร

ความคาดหวังต่อปอเนาะในอนาคต

โครงการปอเนาะสร้างสุข มีความมุ่งหวังที่จะเห็นสถาบันศึกษาปอเนาะรวมทั้งโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามที่เข้าร่วมโครงการ สามารถอนุรักษ์ภาพลักษณ์แห่งความดีในอดีต คงอัตลักษณ์ที่โดดเด่นและคุณค่าอันงดงามในการเป็นอุทยานแห่งการเรียนรู้ของชุมชนยุคใหม่ สร้างคนดีที่มีคุณธรรมจริยธรรม มีภาวะผู้นำ และเป็นแบบอย่างที่ดี ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของทั้งบุคลากรและผู้เรียน เน้นบูรณาการความรู้ด้านสุขภาวะสู่กระบวนการจัดการเรียนการสอน มีหลักสูตรที่ชัดเจนเหมาะสมและสอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลง สามารถเชื่อมโยงและต่อยอดการศึกษาทั้งในระบบและนอกระบบ ด้วยความร่วมมือประสานงานของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง บนพื้นฐานของความมุ่งมั่น จริงจัง และทำงานอย่างหนักของปอเนาะเองเพื่อนำหลักคิดสู่การพัฒนาเป็น “ปอเนาะสร้างสุข” ที่สมบูรณ์และสง่างาม


เจ๊ะเหล๊าะ แขกพงศ์
ผู้อำนวยการสถาบันอิสลามและอาหรับศึกษา
มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์

สุขสาระ กุมภาพันธ์ 2556




  • สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขพาพ (สสส.)
  • คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • สำนักจุฬาราชมนตรี
  • ศูนย์นโยบายโลกมุสลิม
  • มูลนิธิสันติชน
  • มูลนิธิรณรงค์เพื่อ
    การไม่สูบบุหรี่