“ทรามาดอล” จากยาแก้ปวด เป็นยาเสพติด?


วันที่ 31 พฤษภาคม 2557


หนองจอก

"ทรามาดอล" เป็นยาแก้ปวดที่มีฤทธิ์กดประสาทส่วนกลาง โครงสร้างทางเคมีคล้ายยาเสพติดประเภทมอร์ฟีน จึงพบการใช้ผิดประเภทบ่อยครั้ง ส่วนใหญ่นำไปผสมยานอนหลับหรือน้ำอัดลม เพื่อหวังผลให้เกิดฤทธิ์มากขึ้น เตือนเด็กใช้อันตรายมาก พบมีรายงานการเสียชีวิตแล้วในต่างประเทศ


“ทรามาดอล” เป็นยาแก้ปวดอย่างแรง จัดอยู่ในประเภท “ยาอันตราย” ที่ต้องควบคุมการขายโดยเภสัชกร ร้านขายยาต้องมีการจัดทำบัญชีควบคุมการครอบครอง การจำหน่ายให้ชัดเจน ระวังไม่ให้มีการนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์โดยยากลุ่มดังกล่าวจัดเป็นยาที่มีฤทธิ์กดประสาทส่วนกลาง เรียกว่ายากลุ่ม โอปิออยด์ โครงสร้างทางเคมีคล้ายกับยาเสพติดประเภทมอร์ฟีน โคเดอีน เป็นต้น จึงมักพบการใช้ผิดประเภทบ่อยครั้ง โดยที่พบบ่อยคือการนำไปผสมยานอนหลับ หรือน้ำอัดลม เพื่อหวังผลให้เกิดฤทธิ์ที่มากขึ้น


อาการไม่พึงประสงค์ของยาดังกล่าวซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ เช่น จะทำให้กลืน หายใจลำบาก เห็นภาพคล้ายประสาทหลอน คลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะ เกิดอาการชักได้ เพราะยาจะมีฤทธิ์กดประสาทส่วนกลาง โดยในต่างประเทศเคยพบรายงานผู้เสียชีวิตจากการใช้ยาผิดประเภท โดยเฉพาะผู้ที่ใช้ให้เกิดอาการเคลิบเคลิ้ม มักนำยาดังกล่าวไปใช้ร่วมกับยาหรือสารประเภทอื่นๆ หลายชนิดด้วยกัน โดยเฉพาะเด็กจะเกิดอาการไม่พึงประสงค์ได้มากกว่า เนื่องจากยาโดยเฉพาะกลุ่มที่มีความรุนแรง การใช้จะต้องกะประมาณให้พอดีกับน้ำหนักตัวของผู้ใช้ ส่วนใหญ่ยาที่ใช้กับเด็ก จะถูกลดปริมาณลงตามน้ำหนักตัว การนำยาไปใช้ให้เกิดผลในทางที่ผิด จึงอันตรายมากกว่า การใช้ยาทรามาดอลในทางที่ผิด พบว่ามีรายงานอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2552

ในปี2554 จังหวัดสตูลได้มีประกาศห้ามนำยาชนิดนี้มาจำหน่าย จ่ายแจกหรือแลกเปลี่ยนเนื่องจากพบว่าวัยรุ่น 3 จังหวัดภาคใต้นำยาทรามาดอลมาใช้เป็นส่วนผสมของยาเสพติด โดยผสมกับยาแก้ไอและเครื่องดื่มโคล่าจนกลายเป็นสารเสพติด ประเภทสี่คูณร้อย ต่อมา


ต่อมา ในปี 2555 สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ประกาศเตือนและให้มีการเฝ้าระวัง หลังได้รับรายงานว่าในพื้นที่ภาคเหนือมีกลุ่มวัยรุ่นใช้ยาชนิดนี้ ในปริมาณมากโดยกินร่วมกับน้ำอัดลม เครื่องดื่มชูกำลัง หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีอาการมึนเมาเหมือนคนสูบฝิ่น และในเดือนมกราคม ปี2556 สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 5 จังหวัดลำปาง เตือนให้เฝ้าระวังการใช้ยาทรามาดอล (Tramadol) ในทางที่ผิด ซึ่งพบที่จังหวัดเชียงใหม่ว่ามีการระบาดในกลุ่มวัยรุ่น และนักเรียน ตามสถานบันเทิงโดยผสมกับเครื่องดื่มหลายรูปแบบ


ปัจจุบันในพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีรายงานว่านักเรียน นักศึกษา ใช้ยาทรามาดอลโดยกินร่วมกับน้ำอัดลม ผงชาแบบพร้อมชง ยาลดน้ำมูก ยาบรรเทาอาการไอ เพื่อให้เกิดความมึนเมา บางรายใช้มากกว่า 10 แคปซูลต่อวัน (50 มิลลิกรัม/แคปซูล) โดยซื้อยาได้จากร้านขายยาใกล้โรงเรียน เพื่อเป็นการป้องกันการใช้ยาในทางที่ผิด ซึ่งอาจนำไปสู่การใช้ยาเสพติดของเด็กและเยาวชน พ่อแม่ ผู้ปกครองควรร่วมมือกับโรงเรียนในการสอดส่องดูแลพฤติกรรมลูกอย่างใกล้ชิด ชุมชนร่วมเฝ้าระวังเมื่อเห็นนักเรียน มีการจับกลุ่มมั่วสุม หรือมีอาการมึนเมาควรแจ้งผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อแก้ไข และร้านขายยาต้องไม่ขายยาอันตรายให้แก่นักเรียนที่มาขอซื้อตามลำพัง


สุขสาระ ตุลาคม 2556




  • สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขพาพ (สสส.)
  • คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • สำนักจุฬาราชมนตรี
  • ศูนย์นโยบายโลกมุสลิม
  • มูลนิธิสันติชน
  • มูลนิธิรณรงค์เพื่อ
    การไม่สูบบุหรี่