สือสัญจรฯพาเลิกบุหรี่


วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561


เรื่องเล่าโครงการ “สื่อสัญจรโรงเรียนพาเลิกบุหรี่” (10 โรงเรียนเครือข่ายนำร่อง ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้)

“ผมไม่อยากให้ลุงสูบบุหรี่อีกต่อไป และผมเชื่อว่าลุงต้องทำได้” คือ คำพูดจากปากของเด็กชายดาเนียล เปาะจิ นักเรียนชั้นประถามศึกษาปีที่ 5 เป็น 1 ใน 10 นักเรียนแกนนำพาเลิกบุหรี่ดีเด่นจากโรงเรียนมัสญิดตะลุบัน ที่สามารถเชิญชวนคุณลุงของตนเองให้เลิกบุหรี่ได้หลังจากที่ได้รับความรู้จากการเข้าร่วมโครงการสื่อสัญจรโรงเรียนพาเลิกบุหรี่ น้องดาเนียลกลับไปสื่อสารกับคนในครอบครัวให้พยายามลด ละ เลิกสูบบุหรี่ ให้หันกลับมาดูแลตัวเองและคนในครอบครัว รวมถึงลดความเสี่ยงต่อคนรอบข้างเพื่อให้ปลอดภัยจากบุหรี่มือสองและบุหรี่มือสามที่จะเกิดขึ้นอีกด้วย

โครงการ “สื่อสัญจรโรงเรียนพาเลิกบุหรี่” ประจำปี 2560 ที่ทางศูนย์กิจกรรมภาคใต้ตอนล่าง มูลนิธิสร้างสุขมุสลิมไทย (สสม.) จัดขึ้น เมื่อ 1 กันยายน 2560-31 ธันวาคม 2560 ที่ผ่านมา เพื่อหวังจะสร้างเครือข่ายอาสาสมัครเด็กนักเรียนพาเลิกบุหรี่และพัฒนาสื่อรณรงค์ต่อต้านบุหรี่ในโรงเรียนประถม ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้วกับ 10 โรงเรียนเครือข่ายนำร่องในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบด้วย 1. จังหวัดปัตตานี จำนวน 4 โรงเรียน คือ โรงเรียนบ้านตันหยงเปาว์, โรงเรียนบ้านตะโละสะมิแล, โรงเรียนบ้านดูซงปาแย และโรงเรียนมัสญิดตะลุบัน 2. จังหวัดยะลา จำนวน 3 โรงเรียน คือ โรงเรียนนิบงชนูปถัมภ์, โรงเรียนเทศบาล 5 (บ้านตลาดเก่า) และโรงเรียนบ้านเบญญา (บุญชอบ สาครินทร์) 3. จังหวัดนราธิวาส จำนวน 3 โรงเรียน คือ โรงเรียนบ้านเขาแก้ว, โรงเรียนบ้านกาแนะ และโรงเรียนเทศบาล 3 (บ้านยะกัง) รวมทั้ง 10 โรงเรียน มีนักเรียนเข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น จำนวนกว่า 600 คน ซึ่งจากการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ได้รับผลตอบรับและก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้เข้าร่วม ตามความคาดหมาย โดยโครงการได้จัดสร้างกิจกรรมกระตุ้นพฤติกรรมการเรียนรู้ในเรื่องพิษภัยของบุหรี่ เพื่อหวังที่จะป้องกันมิให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมตกเป็นเหยื่อของอุตสาหกรรมบุหรี่ในอนาคต

กิจกรรมที่ 1 แนะนำสโลแกนและปรบมือ “บ้านเราปลอดบุหรี่” เป็นการปรบมือตามจังหวะและผสมผสานท่าทางในการจดจำ เพื่อให้น้องๆ นักเรียนสามารถนำไปใช้หรือสื่อสารต่อไปยังคนใกล้ตัว คนรอบข้าง และที่สำคัญกับคนในครอบครัว ซึ่งวิธีการจะเริ่มต้นโดยการเรียกความพร้อมด้วยการดึงความสนใจว่า “ปรบมือ บ้านเรา พร้อม... สาม สี่” จากนั้นน้องๆ นักเรียนก็จะเริ่มปรบมือตามจังหวะ หนึ่งสอง หนึ่งสองสาม หนึ่งสอง หนึ่งสอง หนึ่ง และตามด้วยการกล่าวสโลแกนอย่างหนักแน่นว่า “บ้านเรา จะปลอดภัย จะต้องไม่ สูบบุหรี่” โดยสัญลักษณ์หรือท่าทางภาษามือที่ใช้ประกอบสโลแกนในแต่ละคำจะประกอบด้วย
“บ้านเรา” ท่าทางภาษามือ คือ นำมือซ้ายและมือขวามาประกบกันทำลักษณะคล้ายมุงหลังคาบ้าน ยกไว้บริเวณเหนือหัว เพื่อสื่อถึงความหมายของบ้าน
“จะปลอดภัย” ท่าทางภาษามือ คือ นำมือซ้ายและมือขวามาประสานกันเป็นรูปกากบาทและทาบลงบนหน้าอกคล้ายกริยาการกอด เพื่อสื่อถึงความหมายของความรัก ความห่วงใยและความปลอดภัยที่จะให้เกิดขึ้นกับคนในครอบครัว
“จะต้องไม่” ท่าทางภาษามือ คือ นำมือซ้ายและมือขวามาประสานกันเป็นรูปกากบาทลอยออกมาด้านหน้าคล้ายสัญลักษณ์การห้าม เพื่อเป็นการห้ามปรามว่าการกระทำเหล่านั้นเป็นการกระทำที่ไม่พึงประสงค์และไม่ควรกระทำเป็นอย่างยิ่ง
“สูบบุหรี่” ท่าทางภาษามือ คือ นำมือซ้ายและมือขวากำออกไปข้างหน้าและทำท่า “หักท่อนบุหรี่”เพื่อให้เกิดภาพจำและการสื่อสารในการ “ไม่เอาบุหรี่” ชัดเจนยิ่งขึ้น

ซึ่งผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นเมื่อน้องๆ นักเรียนทุกคนได้เรียนรู้จากสโลแกนและการปรบมือดังกล่าวข้างต้น เป็นการเริ่มต้นกิจกรรมที่พร้อมเพรียงและเข้มแข็ง พร้อมที่จะเรียนรู้เพื่อการต่อสู้และร่วมกันต่อต้านบุหรี่ ควันบุหรี่ บุหรี่มือสอง บุหรี่มือสาม หรือแม้แต่สิ่งเสพติดที่ไม่พึงประสงค์ชนิดอื่นด้วยเช่นกัน

กิจกรรมที่ 2
การทำแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน ในรูปแบบย่อส่วน กับ 5 คำถามความรู้เบื้องต้นอย่างง่าย เพื่อวัดความรู้ความเข้าใจของน้องๆ ทั้งก่อนและหลังทำกิจกรรม ซึ่งจากการทำแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนของน้องๆ นักเรียนผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมด อยู่ในระดับที่น่าพึงพอใจและน่าพึงพอใจมากจากการเข้าร่วมกิจกรรมเพียง 1 วัน


กิจกรรมที่ 3
การบรรยายให้ความรู้ในภาคเช้าและภาคบ่าย การให้ความรู้ในแต่ละช่วงจะใช้วิธีการในการที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งในภาคเช้าหลังจากที่น้องๆ นักเรียนได้ทำแบบทดสอบก่อนเรียนแล้วนั้น การให้ความรู้ถัดมาเป็นการให้น้องๆ นักเรียนได้เรียนรู้ควบคู่ไปกับความสนุกสนาน โดยการตอบคำถามความรู้เกี่ยวกับพิษภัยและโทษของบุหรี่ พร้อมชิงรางวัลเป็นอุปกรณ์การเรียนเพื่อการตื่นรู้และเพิ่มเติมความกระตือรือร้นในการเข้าใจถึงเนื้อหาสาระอย่างจริงจัง ในภาคบ่ายวิทยากรจะใช้การจัดกลุ่มเรียนรู้และเวียนไปตามฐานเนื้อหา โดยในแต่ละฐานจะมีวิทยากรประจำกลุ่มให้ความรู้และสร้างความเข้าใจในแต่ละหมวดหมู่อย่างครบถ้วน เช่น มีกรณีตัวอย่างของโรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่ให้เห็นได้อย่างชัดเจน มีภาพเปรียบเทียบระหว่างปอดที่ไม่ได้สูบบุหรี่และปอดที่สูบบุหรี่ให้เห็นจำลองคล้ายของจริง เป็นต้น และเมื่อนำความรู้ในภาคเช้าและภาคบ่ายมาร้อยเรื่องราวต่อเนื่องกัน น้องๆนักเรียนจะเห็นภาพและมองภาพออกอย่างครบถ้วน


กิจกรรมที่ 4 การเขียนความรู้สึกผ่านแผ่นกระดาษรูปหัวใจในชื่อกิจกรรม Post it สื่อรัก” เป็นการให้น้องๆ นักเรียนสื่อสารความความห่วงใยไปถึงคนในครอบครัว โดยการเขียนความรู้สึกสั้นๆ ถึงบุคคลซึ่งเป็นที่รักลงในกระดาษรูปหัวใจ เช่น “หนูอยากให้พ่อเลิกบุหรี่”, “หนูเกลียดควันบุหรี่”, “หนูอยากให้ชุมชนปลอดจากควันบุหรี่” เป็นต้น โดยกิจกรรมนี้ ยังสามารถต่อยอดให้น้องๆ มีความกล้าที่จะเขียนความรู้สึกหรือกล้าที่จะพูดความในใจต่อผู้ปกครอง คนในบ้าน หรือคนรอบตัวที่ยังคงสูบบุหรี่มากยิ่งขึ้น และเป็นแนวโน้มที่ดีที่จะทำให้มีผู้ที่สมัครใจและต้องการเลิกบุหรี่ที่เกิดจากความตั้งใจของน้องๆ นักเรียนที่มีอยู่อย่างสุดความสามารถ

กิจกรรมที่ 5 “เกมส์บันไดเส้นชัยสู่การเลิกบุหรี่” เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมหลักที่จะมีส่วนช่วยในการเพิ่มความจดจำให้กับน้องๆ ถึงปัญหาของบุหรี่และสิ่งที่ควรนำกลับไปปรับใช้กับคนในครอบครัว ที่แม้ว่าบางครอบครัวบุหรี่จะดูเป็นเรื่องใกล้ตัว แต่ต้องไม่ใช่สิ่งที่ครอบครัวต้องมองข้ามหรือมองเป็นเรื่องปกติ โดยกิจกรรมนี้น้องๆ นักเรียนจะได้รับความสนุกสนานจากการรวมกลุ่มกันและสมมติตนเองให้เปรียบเสมือนงูหนึ่งตัวต่อหนึ่งกลุ่ม จากนั้นทำการทอยลูกเต๋าขนาดยักษ์ที่จะเป็นตัวกำหนดจังหวะก้าวเดินของน้องๆ นักเรียนแต่ละกลุ่ม ก่อนทีจะต้องไปพบเจอกับคำถามหรือบททดสอบเกี่ยวกับบุหรี่ในแต่ละด่าน รวมถึงการได้รับรางวัลก้าวกระโดดในการข้ามช่องทางการเดินแบบ 10 เท่า เมื่อน้องๆ นักเรียนได้ทำให้คุณพ่อหรือคนในบ้านสามารถเลิกบุหรี่ได้ และอีกมากมายที่มีเป็นบททดสอบอยู่ในเกมส์บันไดเส้นชัยสู่การเลิกบุหรี่ ที่ทำให้น้องๆ นักเรียนได้สาระความรู้และความสนุกไปด้วยอย่างพร้อมเพรียงกัน

กิจกรรมที่ 6 สันทนาการฮาเฮ เป็นกิจกรรมสนุกๆ ที่ทางวิทยากรได้สอดแทรกให้อยู่ในทุกช่วงกิจกรรม ซึ่งเป็นกิจกรรมที่มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อรวบรวมสมาธิ กระชับความสัมพันธ์ และสร้างความสามัคคีในหมู่น้องๆนักเรียนให้เกิดขึ้น รวมถึงเพื่อเป็นการสร้างความคุ้นเคยและความร่วมมือร่วมใจกันอย่างอบอุ่นในหมู่เพื่อนนักเรียนด้วยกัน มีผลต่อเนื่องให้กิจกรรมตลอดทั้งวันเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

กิจกรรมที่ 7 กิจกรรมต่อเนื่อง เป็นการต่อยอดโครงการเพื่อให้การจัดกิจกรรมในแต่ละโรงเรียนเกิดความก้าวหน้าและยั่งยืน ประกอบด้วย 3 กิจกรรมด้วยกัน คือ (1.) กิจกรรมจัดบอร์ดให้ความรู้เกี่ยวกับพิษภัยของบุหรี่ ซึ่งน้องๆ จะได้ร่วมกันจัดบอร์ดให้ความรู้กันที่ห้องเรียนหรือชั้นเรียนภายในโรงเรียนเพื่อกระจายความรู้ไปยังน้องๆ นักเรียนที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการได้รับรู้กันอย่างทั่วถึง (2.) กิจกรรมการ์ดบันทึกพาเลิกบุหรี่ เป็นกิจกรรมที่ให้น้องๆ นักเรียนที่เข้าร่วมโครงการ ได้นำกลับไปคุยกับผู้ปกครองที่ยังคงสูบบุหรี่ ได้รับรู้รับทราบถึงพิษภัยของบุหรี่ และต่อยอดไปสู่การสมัครใจเพื่อจะเลิกบุหรี่ในโอกาสต่อไป (3.) กิจกรรมนักเรียนแกนนำพาเลิกบุหรี่ เป็นกิจกรรมต่อเนื่องที่จะคัดเลือกนักเรียนแกนนำตัวอย่าง โรงเรียนละ 1 คน ที่เป็นแบบอย่างและสามารถเชิญชวนให้ผู้ปกครอง คนในครอบครัว หรือคนรอบข้างสามารถเลิกบุหรี่ได้ จะได้รับเกียรติบัตร พร้อมเป็นตัวอย่างให้กับน้องๆนักเรียนทั้งโรงเรียน หรือโรงเรียนรอบข้าง หรือผู้ที่พบเห็นต่อไปในอนาคตได้

ทั้งนี้ จากการจัดกิจกรรมโครงการ “สื่อสัญจรโรงเรียนพาเลิกบุหรี่” ประจำปี 2560 ใน 10 โรงเรียนเครือข่ายนำร่องที่ผ่านมา ได้รับความสนใจจากน้องๆ นักเรียนที่เข้าร่วมโครงการเป็นอย่างมาก โครงการได้รับความร่วมมืออย่างดีจากคณะครู และผู้บริหาร รวมถึงผู้ปกครองของน้องๆ นักเรียน จากการติดตามผลโครงการทำให้ทราบว่าเป็นโครงการที่ตรงกับความต้องการของโรงเรียนเนื่องจากเป็นประเด็นบุหรี่ที่ยังไม่มีหน่วยงานไหนลงมาทำงานอย่างจริงจังกับโรงเรียนในพื้นที่ และเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่พบว่าน้องๆ ที่เข้าโครงการส่วนใหญ่มีการไปต่อยอดกับครอบครัวจนทำให้มีผู้สนใจเลิกบุหรี่จำนวนมาก และในระยะเวลาไม่ถึงเดือนมีข้อมูลว่าสามารถทำให้ญาติเลิกบุหรี่ได้อย่างน้อย 6 คน ถือเป็นความสำเร็จที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับทีมงาน และเพิ่มความมั่นใจในการจัดสัญจรโรงเรียนพาเลิกบุหรี่อีก 50 โรงเรียนในปี 2561

เรื่องโดย ซายูตี สาหลำ

เรื่องที่เกี่ยวข้อง 1
เรืองที่เกี่ยวข้อง 2




  • สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขพาพ (สสส.)
  • คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • สำนักจุฬาราชมนตรี
  • ศูนย์นโยบายโลกมุสลิม
  • มูลนิธิสันติชน
  • มูลนิธิรณรงค์เพื่อ
    การไม่สูบบุหรี่