ไวน์ไร้แอลกอฮอล์


วันที่ 21 ตุลาคม 2560


ไวน์หรือเหล้าองุ่น คือ น้ำองุ่นที่นำมาหมักด้วยเชื้อยีสต์ ซึ่งจะเปลี่ยนน้ำตาลในองุ่นไปเป็นแอลกอฮอล์ และนอกจากองุ่นแล้วยังสามารถนำน้ำผลไม้เกือบทุกชนิดมาหมักให้เป็นไวน์ได้ แต่จะให้กลิ่นและรสชาติที่แตกต่างกัน เช่น ไวน์สับปะรด ไวน์กระเจี๊ยบ

กลิ่นและรสชาติของไวน์ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบทางเคมีของไวน์ เช่น รสหวานมาจากน้ำตาลที่เหลือจากการหมัก ถ้าผลไม้นั้นมีน้ำตาลมากไวน์ก็จะหวาน รสเปรี้ยวมาจากกรด Tartaric กรด Malic และกรด Lactic รสขมและฝาดมาจากสารประกอบ phemolic, anthocyanin และ tannin จะเห็นได้ว่าองค์ประกอบทางเคมีนั้นมีมากมาย ทั้งที่ให้ประโยชน์และให้โทษต่อร่างกาย

ไวน์มีหลายชนิดแบ่งออกเป็น ไวน์แดง ไวน์ขาว สปาร์กลิงไวน์หรือแชมเปญ (เป็นไวน์ชนิดที่อัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์) และไวน์สีกุหลาบ แต่ละชนิดก็มีประเภทและชื่อเรียกที่แตกต่างกันไป

สำหรับมุสลิมแล้วไวน์และบรรดาสิ่งมึนเมาทุกชนิดเป็นสิ่งต้องห้าม ไม่เพียงห้ามดื่มเท่านั้น แต่ยังห้ามเข้าไปเกี่ยวข้องแม้กระทั่งการนั่งร่วมวง เพราะศาสนาอิสลามปกป้องมุสลิมไม่ให้ตกเป็นทาสของสิ่งมึนเมา

เมื่อการผลิตไวน์มีการแข่งขันการมากขึ้น ผลผลิตที่ออกมาสู่ตลาดแต่ละปีมีมากกว่าความต้องการของตลาด ทำให้ผู้ผลิตหาหนทางที่จะผลิตผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ บ้างก็เติมน้ำ เติมก๊าซเพื่อออกมาแข่งขันกับน้ำอัดลม บ้างก็สกัดแอลกอฮอล์ออกเพื่อเลี่ยงกฎหมาย สามารถขายเด็กและเยาวชนได้ โดยไม่คำนึงถึงผลเสียต่อสังคม อีกทั้งยังเป็นการสร้างช่องทางให้เยาวชนติดบ่วงกับดักของบริษัทน้ำเมา แล้วใครจะกล้ารับผิดชอบ

บรรดาผู้ใหญ่จะต้องรับผิดชอบสอดส่องดูแลป้องกันไม่ให้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้เข้ามาในสังคมมุสลิม ไม่ว่าจะอ้างว่าสกัดแอลกอฮอล์ออกแล้วหรือไม่ก็ตาม เพราะไวน์เป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับมุสลิม รวมถึงเครื่องดื่มที่เลียนแบบสิ่งต้องห้ามก็ถูกห้ามด้วยเช่นกัน

อิสลามห้ามบริโภคสิ่งมึนเมา ซึ่งมีส่วนประกอบทางเคมีต่างๆ มากมาย แล้วมุสลิมมั่นใจได้อย่างไรว่าแค่แอลกอฮอล์เท่านั้นที่ถูกห้าม แล้วส่วนประกอบอื่นๆ ที่ยังเหลืออยู่จะไม่ถูกห้ามด้วย ถึงอย่างไรก็ตาม ไวน์ที่ไม่มีแอลกอฮอล์ก็คือไวน์ น้ำในชักโครกแม้ไม่มีอุจจาระลอยอยู่ผมก็ไม่กล้าดื่ม




  • คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • สำนักจุฬาราชมนตรี
  • มูลนิธิสันติชน
  • มูลนิธิรณรงค์เพื่อ
    การไม่สูบบุหรี่