ข้าวโพด


วันที่ 7 กันยายน 2560


ข้าวโพด (ชื่อวิทยาศาสตร์: Zea mays Linn.) ชื่ออื่นๆ ข้าวสาลี สาลี (เหนือ) คง (กระบี่) โพด (ใต้) บือเคเส่ะ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) เป็นพืชตระกูลเดียวกับหญ้ามีลำต้นสูง โดยเฉลี่ย 2.2 เมตร ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของลำต้น 0.5-2.0 นิ้ว เมล็ดจากฝักใช้เป็นอาหารคนและสัตว์

ข้าวโพดมีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกา อาจจะเป็นอเมริกากลางเช่นในประเทศเม็กซิโก หรืออาจจะเป็นอเมริกาใต้ ในปี พ.ศ. 2035 เมื่อคริสโตเฟอร์ โคลัมบัสค้นพบทวีปอเมริกา ต่อมาได้นำข้าวโพดกลับไปยังยุโรปแล้วข้าวโพดจึงได้เกิดการขยายพันธุ์ต่อไป ปัจจุบันนิยมปลูกแพร่หลายในสภาพที่ภูมิอากาศแตกต่างกันมากๆ ทั้งยังเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของคนและสัตว์

สำหรับบ้านเรา หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 หม่อมเจ้าสิทธิพร กฤดากร ได้นำข้าวโพดพันธุ์ที่ใช้เลี้ยงสัตว์มาปลูกและทดลองใช้เลี้ยงสัตว์ ซึ่งในขณะนั้นยังเป็นที่รู้จักกันน้อย จนกระทั่งหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 การใช้ข้าวโพดเริ่มแพร่หลายขึ้นเนื่องจาก หลวงสุวรรณวาจกกสิกิจได้นำการเลี้ยงไก่แบบการค้ามาเริ่มสาธิต และกระตุ้นให้ประชาชนปฏิบัติตามผู้เลี้ยงไก่จึงรู้จักใช้ข้าวโพดมากขึ้นกว่าเดิม แต่เนื่องจากระยะนั้นข้าวโพดมีราคาสูงและหายาก การใช้ข้าวโพดจึงใช้เป็นเพียงส่วนประกอบของอาหารหลัก ซึ่งมีรำและปลายข้าวเป็นส่วนใหญ่

นอกจากความอร่อยของเมล็ดข้าวโพดแล้ว ข้าวโพดยังมีคุณประโยชน์มากมาย โดยเฉพาะ“ไหมข้าวโพด หรือ ยอดเกสรตัวเมีย ที่อยู่บริเวณเปลือกข้าวโพดยังมีประโยชน์ทางยาอีกด้วยในหนังสือ สมุนไพร 91 ชนิด พิชิตโรค ชุด ตำรายาล้ำค่าของหมอโฮจุน ที่ยูเนสโกคัดเลือกให้เป็นมรดกความทรงจำแห่งโลก จากสำนักพิมพ์อินสปายร์ บันทึกไว้ว่า

ไหมข้าวโพดใช้แก้อาการบวมได้ วิธีการคือ นำไหมข้าวโพด 50 กรัม กับเมล็ดเทียนเกล็ดหอย 15 กรัมมาต้มน้ำ แบ่งดื่มวันละ 3 ครั้ง จะเกิดผลดีต่อร่างกาย

ส่วนคนที่ป่วยเป็นโรคเยื่อหุ้มปอดอักเสบ อาการคือเจ็บหน้าอกที่มีลักษณะจำเพาะ กล่าวคือ เจ็บแปลบที่หน้าอกเพียงจุดใดจุดหนึ่ง (ตรงกับตำแหน่งที่มีอาการอักเสบ) อาจเป็นซีกซ้ายหรือขวาก็ได้ และเจ็บเพียงชั่วขณะที่หายใจเข้าลึก ๆ สำหรับอาการที่เห็นทั่วไปจะมีเหงื่อเย็น ๆ ออกจนเปียกข้างลำตัว ปรุงยาโดยนำไหมข้าวโพด 1 กิโลกรัม มานึ่งแล้วพอกบริเวณปอด อาการจะดีขึ้น หรือนำมาต้มแล้วก็ดื่มได้ผลดีเช่นกัน

โรคไตอักเสบจะทำให้รู้สึกเหมือนมีน้ำเย็น ๆ ในช่องท้องโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบเรื้อรังหรือเฉียบพลัน โรคทางเดินปัสสาวะอักเสบ โรคดีซ่าน โรคตับอักเสบ มะเร็งถุงน้ำดี นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ รวมทั้งนิ่วในอวัยวะอื่น ๆ ซึ่งเกิดได้ทั้งในไต กระเพาะปัสสาวะ ถุงน้ำดี หรือท่อของต่อมบางชนิดในร่างกาย เช่น ต่อมน้ำลาย ตับอ่อน อาการหลัก ๆ ของโรคคือ รู้สึกปวดหนัก ๆ ในท้องเป็นบางเวลา ทำให้เกิดการอาเจียน มีไข้ และเป็นโรคดีซ่าน โดยปกติแล้วพบมากในผู้หญิงอายุ 40 ปีขึ้นไป วิธีแก้อาการคือ ให้นำไหมข้าวโพด 10-20 กรัม มาต้มดื่มทุกวัน อาการจะทุเลาลง แต่ถ้าเกิดบาดแผล ให้นำไหมข้าวโพดสด ๆ มาตำให้ละเอียดแล้วพอกไว้จะทำให้อาการดีขึ้น

ตำรับยา
1. แก้บวมน้ำ ใช้ซังข้าวโพดแห้ง 60 กรัม ฮวงเฮียงก้วย (ผลของ Liquidambar Taiwaniana Hance) 30 กรัม ต้มน้ำกิน หรือใช้ยอดเกสรตัวเมียแห้ง 60 กรัม ต้มน้ำกิน (ห้ามใส่เกลือแกง)
2. แก้ไตอักเสบ หรือเริ่มเป็นนิ่วในไต ใช้ยอดเกสรตัวเมียพอประมาณ ต้มให้ข้นกิน
3. แก้นิ่ว ใช้ต้นและใบ สดหรือแห้งต้มน้ำกินหรือใช้รากแห้ง 60-120 กรัม ต้มน้ำกิน
4. ขับปัสสาวะ ใช้ยอดเกสรตัวเมียหรือซังข้าวโพด ต้มน้ำกินแทนน้ำชา
5. แก้ตรากตรำทำงานหนัก ไอเป็นเลือด ตกเลือด ใช้ยอดเกสรตัวเมียต้มกับเนื้อสัตว์กิน
6. แก้เบาหวาน ใช้ยอดเกสรตัวเมียแห้ง 30 กรัม ต้มน้ำกิน
7. แก้ความดันเลือดสูง ใช้ยอดเกสรตัวเมียแห้ง เปลือกแตงโมแห้ง เปลือกกล้วยหอมแห้งต้มน้ำกิน
8. แก้ท้องร่วง ใช้ซังข้าวโพดเผาเป็นถ่าน บดผสมน้ำกิน
9. แก้เด็กเป็นแผลที่ผิวหนังมีเลือดออก ใช้ซังข้าวโพดเผาเป็นเถ้า ผสมน้ำมันเมล็ดป่านหรือน้ำมันพืชทา
10. ไหมแห้ง เปลือกกล้วยหอมแห้ง เปลือกแตงโมแห้ง ปริมาณเท่ากัน ต้มน้ำดื่ม สามารถรักษาอาการความดันโลหิตสูง
11. ซังข้าวโพด รสชุ่มนุ่มนวล มีสรรพคุณเป็นยาแก้อาการท้องร่วง โรคบิด โรคบวมน้ำ ช่วยขับปัสสาวะ และบำรุงม้าม
12. ต้นข้าวโพดและใบข้าวโพด มีสรรพคุณแก้โรคนิ่ว ช่วยขับปัสสาวะ โดยนำมารับประทานสด ๆ หรือตากแห้งแล้วต้มน้ำดื่ม
13. รากข้าวโพดมีฤทธิ์ช่วยแก้อาการอาเจียนเป็นเลือด โรคนิ่ว ช่วยขับปัสสาวะ โดยใช้รากแห้งนำไปต้มน้ำดื่ม

จะเห็นได้ว่าข้าวโพดต้นเดียวมีสรรพคุณมหาศาล..เสาร์นี้ ต้มข้าวโพดเป็นอาหารว่างถ้าจะดีนะ

สุขสาระ มิถุนายน 2559




  • คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • สำนักจุฬาราชมนตรี
  • มูลนิธิสันติชน
  • มูลนิธิรณรงค์เพื่อ
    การไม่สูบบุหรี่