การรักษาวัณโรค


วันที่ 29 พฤษภาคม 2557


หนองจอก


การรักษาวัณโรคส่วนใหญ่จะต้องให้การรักษาด้วยยา 4 ชนิดพร้อมกัน และต้องรับประทานยาตามแพทย์แนะนำนานอย่างน้อย 6 เดือน แต่ถ้าเกิดเป็นเชื้อโรคชนิดที่ดื้อยา อาจจะต้องใช้ยาถึง 6 ชนิดวัณโรคจะต้องใช้เวลาในการรักษาระยะสั้นที่สุด 6 เดือน ยาวที่สุด 1 - 2 ปี


การปฏิบัติตนสำหรับผู้ป่วยที่เป็นวัณโรคและสิ่งที่ผู้ดูแลต้องเอาใจใส่เป็นพิเศษ

  1. ผู้ป่วยต้องกินยาตามชนิดและขนาดที่แพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอจนครบกำหนดหลังกินยาไประยะหนึ่ง อาการทั่วๆไปจะดีขึ้น อย่าหยุดกินยาเด็ดขาด
  2. ผู้ป่วยต้องงดสิ่งเสพติดทุกชนิด เช่น เหล้า บุหรี่ ฯลฯ
  3. ผู้ป่วยและผู้ดูแลต้องสวมผ้าปิดจมูก หรือหน้ากาก เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อไปสู่ผู้อื่นและหมั่นเปลี่ยนผ้าปิดจมูกที่สวม บ่อยๆเพราะผ้าปิดจมูกเอง ก็เป็นพาหะได้เช่นกัน
  4. บ้วนเสมหะลงในภาชนะ หรือกระป๋องที่มีฝาปิดมิดชิด แล้วนำไปทำลายด้วยการเผาหรือต้มน้ำเดือด 5-10 นาที
  5. ในระยะ 2 เดือนแรกหลังจากเริ่มการรักษา ผู้ป่วยควรแยกห้องนอน และนอนในห้องที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก ให้แสงแดดส่องถึงและหมั่นนำเครื่องนอนออกตากแดด
  6. ควรแยกสำรับ ถ้วยชาม เสื้อผ้า แยกใช้ แยกซัก แยกล้างและต้องนำไปตากแดดเพื่อฆ่าเชื้อโรค
  7. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ได้ทุกชนิด เช่น เนื้อสัตว์ โดยเฉพาะเนื้อปลา นม ไข่ ผัก และผลไม้
  8. หลีกเลี่ยงการใช้ยาคุมกำเนิดชนิดรับประทาน เนื่องจากอาจเกิดปฏิกิริยาระหว่างยาคุมกำเนิดกับยารักษาวัณโรค
  9. ไม่เที่ยวในสถานที่ที่มีผู้คนแออัด เพราะ อาจนำเชื้อไปแพร่ให้ผู้อื่น หรือ ติดเชื้อโรคจากผู้อื่นเข้าสู่ร่างกายเพิ่มเติม
  10. ผู้ป่วยควรนอนกลางวันอย่างน้อยวันละ 1 ชั่วโมง เพื่อนำโปรตีนจากอาหารเข้าไปซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย
  11. ผู้ดูแลควรล้างมือบ่อยๆ



การป้องกัน

  1. ถ้ามีอาการผิดปกติที่น่าสงสัยว่าเป็นวัณโรค เช่น ไอเรื้อรัง 2 สัปดาห์ขึ้นไป มีไข้ต่ำๆโดยเฉพาะตอนบ่ายๆหรือค่ำๆ เจ็บหน้าอก เหนื่อยหอบ เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ควรรีบไปรับการตรวจรักษาโดยการเอกซเรย์ปอด ตรวจเสมหะ
  2. รักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ กินอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่
  3. ใช้ช้อนกลางในการรับประทานอาหาร
  4. หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรค เช่น การส่ำส่อนทางเพศ เพื่อป้องกันการติดเชื้อเอดส์ เพราะจะทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายเสื่อมลง มีโอกาสที่จะป่วยเป็นวัณโรค จะได้รีบรักษาก่อนที่จะลุกลามมากขึ้น
  5. ควรตรวจร่างกายโดยการเอกซเรย์ปอดหรือตรวจเสมหะ (AFB) อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ถ้าพบว่าเป็นวัณโรคจะได้รีบรักษาก่อนที่จะลุกลามมากขึ้น
  6. คนที่สัมผัสโรค ผู้อยู่ใกล้ชิดในบ้านเดียวกับผู้ป่วยทุกคน ควรไปให้แพทย์ตรวจ อาจต้องกินยาป้องกันวัณโรค
  7. นำเด็ก ๆ ไปฉีดวัคซีน บี ซี จี เพื่อเพิ่มความต้านทานของร่างกายต่อเชื้อวัณโรค อายุที่เหมาะสมที่สุดในการฉีดวัคซีน บี ซี จี คือตั้งแต่เด็กแรกเกิดจนถึง 1 ปี และจะได้รับการฉีดซ้ำอีก 1 ครั้ง ในช่วงเด็กเข้าโรงเรียนปีแรก

สุขสาระ -กันยายน 2556



  • สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขพาพ (สสส.)
  • คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • สำนักจุฬาราชมนตรี
  • ศูนย์นโยบายโลกมุสลิม
  • มูลนิธิสันติชน
  • มูลนิธิรณรงค์เพื่อ
    การไม่สูบบุหรี่