สารให้ความหวานตามธรรมชาติ


วันที่ 25 พฤษภาคม 2560


อย่างที่ทราบกันดีแล้วว่าการบริโภคน้ำตาลทรายที่มากเกินความจำเป็นของร่างกายจะก่อให้เกิดโรคต่างๆ ได้ ปัจจุบันเราให้ความสำคัญกับสุขภาพมาก จึงเลือกบริโภคเครื่องดื่มโดยพิจารณาสารปรุงแต่งรสหวานที่มีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ โดยเฉพาะสารให้ความหวานจากธรรมชาติแทนสารสังเคราะห์มากขึ้น
สารให้ความหวานจากธรรมชาติที่ดีต่อสุขภาพ มีรสชาติใกล้เคียงน้ำตาลแต่ไม่ก่อให้เกิดพลังงาน ทำให้สุขภาพผู้บริโภคดีขึ้น ลดปัญหาประชากรมีน้ำหนักเกินและโรคอ้วน รวมทั้งยังช่วยลดการนำเข้าสารให้ความหวานสังเคราะห์ที่มีราคาแพงจากต่างประเทศ

1. หญ้าหวาน หรือสเตเวียเป็นพืชจากธรรมชาติ โดยสารสกัดที่ได้จากหญ้าหวานมีชื่อว่า สตีวิโอไซด์ (Stevioside) ให้ความหวานมากกว่าน้ำตาลทราย 150-300 เท่า เป็นความหวานที่ปราศจากแคลอรี และไม่มีผลกระทบต่อปริมาณน้ำตาลในร่างกาย เพราะกินเข้าไปร่างกายก็ขับออกได้ทันทีไม่สะสม จึงเหมาะกับผู้ที่ควบคุมน้ำหนัก หรือผู้ป่วยเบาหวาน วิธีรับประทานก็ไม่ยุ่งยาก เพียงแค่นำใบหญ้าหวานมาผสมกับเครื่องดื่ม หรืออาจใช้สารสกัดจากหญ้าหวานที่เป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปมาใช้ผสมกับเครื่องดื่ม หรืออาหารคาวหวานได้ตามชอบใจ หญ้าหวานมีความทนทานต่อกรดและความร้อน และไม่ถูกย่อยสลายด้วยสารจุลินทรีย์ เมื่อใช้หญ้าหวานกับอาหารหรือเครื่องดื่มจึงไม่ทำให้เกิดการเน่าเสีย และไม่กลายเป็นสีน้ำตาลเมื่อผ่านความร้อนสูงอีกด้วย ซึ่งก็ทำให้ถูกนำไปใช้ในการผลิตอาหารหรือเครื่องดื่มบางชนิดอย่างเช่น น้ำอัดลม น้ำชาเขียว ขนม เบเกอรี่ แยม เยลลี่ ไอศกรีม ลูกอม หมากฝรั่ง ซอสปรุงรส นอกจากนี้ สารสตีวิโอไซด์ยังถูกใช้ในการผลิตยาสีฟันในปัจจุบันอีกด้วย

นอกจากนี้มีงานวิจัยพบว่ากากหญ้าหวานที่ผ่านการสกัดสารหวาน(ที่พัฒนาเป็นผงแห้งบรรจุซองสำหรับเติมลงในชา กาแฟ หรืออาหาร) ยังคงมีความหวาน สามารถใช้ทดแทนน้ำตาลในการให้ความหวานในเครื่องดื่มชาชงได้ ซึ่งบรรจุเป็นถุงสำเร็จพร้อมชงดื่มได้ทุกช่วงเวลา ดื่มได้ง่าย ช่วยดับกระหาย จากการประเมินความพึงพอใจผลิตภัณฑ์จากกากหญ้าหวาน ผสมอัญชัน มะลิ กระเจี๊ยบแดง และเตยหอม พบว่าชากากหญ้าหวานผสมมะลิซึ่งประกอบด้วยกากหญ้าหวาน 250 มิลลิกรัม และ มะลิ 80 มิลลิกรัม เป็นสูตรที่มีสี กลิ่น และรสชาติเป็นที่น่าพึงพอใจที่สุด

2. ชะเอมเทศ มีสรรพคุณช่วยทำให้ชุ่มคอ แก้น้ำลายเหนียว แก้คอแห้ง ช่วยให้สดชื่น เนื่องจากรากของชะเอมเทศมีสาร glycyrrhizin (หรือ glycyrrhizic acid หรือ glycyrrhizinic ชะเอมเทศ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Albiziamyriophylla Benth acid) จึงให้ความหวานมากกว่าน้ำตาลทราย 50-100 เท่า รากชะเอมเทศ จึงถูกนำไปแต่งรสอาหาร ปรุงยาสมุนไพร หรือใช้แต่งรสหวานในขนมและลูกอม วิธีใช้ แค่นำรากหรือเนื้อไม้ของชะเอมเทศใส่ลงอาหารควรบดใส่ในอาหาร ถ้าเป็นเครื่องดื่มต้มหรือใส่รากหรือเนื้อไม้ลงในเครื่องดื่มได้ในปริมาณตามชอบใจ แต่ชะเอมเทศไม่นิยมใช้ในผู้ป่วยที่มีภาวะความดันโลหิตสูงหรือมีภาวะโพแทสเซียมต่ำ และมีคำเตือนว่าไม่ควรใช้ในขนาดที่มากกว่า 50 กรัม ต่อวัน เกินกว่า 6 สัปดาห์ เพราะจะทำให้เกิดการสะสมน้ำในร่างกาย เกิดการบวมที่มือและเท้า สารโซเดียมถูกขับได้น้อยลง ขณะที่สารโพแทสเซียมถูกขับมากขึ้น ส่งผลให้ความดันโลหิตสูงขึ้นได้ และไม่ควรใช้ร่วมกับยาขับปัสสาวะ

3. น้ำตาลจากธรรมชาติ เช่น น้ำตาลมะพร้าว น้ำตาลโตนด คำว่าน้ำตาล อาจทำให้คนคิดว่าน้ำตาลทุกชนิด ต้องให้แคลอรีสูง แต่น้ำตาลจากธรรมชาตินั้นไม่ใช่ เช่น น้ำตาลมะพร้าว 1 ช้อนชา ให้พลังงาน 15 แคลอรีต่ำกว่าน้ำตาลทราย 1 ช้อนชา ที่ให้พลังงาน 20 แคลอรี แต่น้ำตาลมะพร้าวจัดอยู่ในกลุ่มอาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำคือ 35 จึงทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดไม่สูงขึ้นเร็วจนเกินไป ดังนั้นจะทำให้อินซูลินเพิ่มระดับตามอย่างช้าๆ ทำให้รู้สึกอิ่มนาน น้ำตาลมะพร้าวมีส่วนประกอบของน้ำตาลซูโครส กลูโคส และฟรุกโตส และมีเกลือแร่อื่นๆ ซึ่งร่างกายสามารถนำไปใช้ได้เช่น โพแทสเซียม แคลเซียม ฟอสฟอรัส ไนอะซิน เป็นต้น

3. Monk fruit หรือ ผลหล่อฮังก๊วย (เป็นพืชเศรษฐกิจที่ปลูกมากในแถบตอนใต้ของจีน เช่น มณฑลกวางสี (มณฑลกวางตุ้ง) มีสารที่เรียกว่า Mogrosidesซึ่งมีความหวานกว่าน้ำตาลประมาณ 250 เท่า แต่ให้พลังงานต่ำจึงถูกนำมาใช้แต่งรสหวานโดยไม่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นข้อดีของสารสกัดจากผล monk fruit คือ มีรสหวานที่เป็นธรรมชาติแต่มีราคาสูงกว่าหญ้าหวาน

แม้ว่าสารให้ความหวานจากธรรมชาติมีประโยชน์แต่ต้องรับประทานในขนาดที่เหมาะสมและออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพื่อร่างกายและสุขภาพที่ดีของเราเอง

สุขสาระ มกราคม 2559




  • คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • สำนักจุฬาราชมนตรี
  • มูลนิธิสันติชน
  • มูลนิธิรณรงค์เพื่อ
    การไม่สูบบุหรี่