พบหมอจินตนา เป็นลมวูบเมื่อลิ้นหัวใจตีบ


วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2559


อะรีบเป็นชายอายุ 28 ปี ทำงานออฟฟิศ วันหนึ่งขณะออกกำลังกายโดยการวิ่งเร็วๆ เขามีอาการเหนื่อย อ่อนเพลีย เจ็บหน้าอก มีอาการหอบและฟุบหมดสติขณะกำลังวิ่ง มีคนพบและพาเขาส่งโรงพยาบาล

หลังจากได้รับการซักประวัติและตรวจร่างกายแล้ว จึงพบว่าเขามีอาการเจ็บหน้าอก (angina) มานานประมาณ 1 ปี เขาถูกรับตัวไว้ในโรงพยาบาลทันที เขามีชีพจรช้าและเบา แต่ความดันโลหิตปกติ แพทย์ฟังเสียงหัวใจ ได้ยินเสียงฟู่ซิสโตลิก (systolic murmur) บริเวณลิ้นเอออร์ติก (aortic valve) คือบริเวณช่องซี่โครงของกระดูกอกที่สองทางด้านขวา เสียงสองดังและแยกตามปกติ ได้รับการตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ ผลออกมาปกติดี ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (electrocardiography) พบมีผนังของหัวใจห้องล่างซ้ายหนาตัวเล็กน้อย มีการนำคลื่นไฟฟ้าหัวใจผิดปกติ (left bundle branch block) ผลการตรวจถ่ายภาพรังสีทรวงอก (chest x – ray) พบมีขนาดของหัวใจโตเล็กน้อย ขนาดของหลอดเลือดแดงใหญ่ที่ออกจากหัวใจ (ascending aorta) ปกติ ผลการตรวจคลื่นเสียงสะท้อนหัวใจ (echocardiography)

พบมีหินปูนจับที่ลิ้นเอออร์ติกเล็กน้อย แพทย์ได้ทำการสวนหัวใจ (cardiac catheterization) ให้พบว่ามีความดันแตกต่างระหว่างหลอดเลือดแดงใหญ่เอออร์ตา (aorta) และหัวใจห้องล่างซ้ายประมาณ 30 มิลลิเมตรปรอท จากการฉีดสารทึบรังสีเข้าในหัวใจห้องล่างซ้าย พบมีการตีบตันของหลอดเลือดแดงใหญ่เอออร์ตาส่วนต้นบริเวณเหนือลิ้นเอออร์ติก แพทย์อธิบายให้แม่ของอะรีบฟังว่า “ปกติลิ้นเอออร์ติกมี 3 กลีบ มีลักษณะเป็นครึ่งวงดวงจันทร์ เหนือลิ้นมีรูเปิดของหลอดเลือดแดงโคโรนารี (coronary artery) ซึ่งไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ สาเหตุที่ทำให้ลิ้นตีบหรือรั่วอาจเกิดจากโรคไข้รูมาติก (rheumatic fever) การติดเชื้อที่ลิ้นหัวใจ โรคซิฟิลิส การมีหลอดเลือดแดงแข็งตัว (atherosclerosis) และความพิการแต่กำเนิด จึงทำให้มีการยึดติดของกลีบลิ้น ลิ้นหนาตัวขึ้น หลังจากนั้นจึงเกิดแผลเป็น และมีหินปูนมาเกาะ

โดยมีการตีบได้ 3 ตำแหน่ง คือบริเวณตัวลิ้น ซึ่งพบได้บ่อยที่สุด ตีบต่ำกว่าลิ้น และตีบเหนือตัวลิ้น ซึ่งพบได้น้อย ถ้าลิ้นตีบไม่มาก อาจไม่มีผลกระทบต่อการไหลเวียนของเลือด แต่ถ้าลิ้นตีบมากกว่าร้อยละ 50 จะเกิดความแตกต่างของความดันเลือดระหว่างหัวใจห้องล่างซ้ายและหลอดเลือดแดงใหญ่เอออร์ตา ทำให้เลือดไหลผ่านออกจากหัวใจห้องล่างซ้ายได้ช้ามาก หัวใจห้องล่างซ้ายจึงบีบตัวแรงขึ้น บีบนานขึ้นกว่าปกติ ผนังของหัวใจห้องล่างซ้ายหนาตัวขึ้น หัวใจต้องทำงานหนัก กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดไปเลี้ยงอย่างเพียงพอ ทำให้มีอาการเจ็บหน้าอก

จากการตรวจสวนหัวใจและฉีดสีในหัวใจห้องล่างซ้ายของลูกคุณนั้น พบว่ามีความแตกต่างของความดันเลือดระหว่างหัวใจห้องล่างซ้ายและหลอดเลือดเอออร์ตาประมาณ 30 มิลลิเมตรปรอท แสดงว่ามีการตีบของลิ้นเอออร์ติก แต่ยังตีบไม่รุนแรง จึงจะให้รักษาทางยาไปก่อนยังไม่ทำผ่าตัด โดยจะให้โปรปราโนลอล (propranolol) ควบคุมการเต้นของหัวใจ ให้ยารักษาอาการแทรกซ้อนของภาวะหัวใจวาย และเจ็บหน้าอก เนื่องจากถ้าทำการผ่าตัดจะต้องทำศัลยกรรมแบบเปิดหัวใจ เพื่อใส่ลิ้นหัวใจเอออร์ติกเทียม ซึ่งมีอันตรายค่อนข้างสูง โดยจะเลือกทำเฉพาะในรายที่มีลิ้นหัวใจตีบอย่างรุนแรงเท่านั้น”

อะรีบปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ โดยไม่ออกกำลังกายหนักมากเกินไป รับประทานยาอย่างสม่ำเสมอ และมาตรวจที่แผนกโรคหัวใจ เป็นระยะๆ

สุขสาระ-มิถุนายน 2558




  • สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขพาพ (สสส.)
  • คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • สำนักจุฬาราชมนตรี
  • ศูนย์นโยบายโลกมุสลิม
  • มูลนิธิสันติชน
  • มูลนิธิรณรงค์เพื่อ
    การไม่สูบบุหรี่