ฟ้าผ่า


วันที่ 2 กันยายน 2558


สถิติการเกิดฟ้าผ่าจากการนำเสนอข่าวในหนังสือพิมพ์ต่างๆ พบว่า ตั้งแต่เดือนมกราคม 2550 ถึงเดือนมิถุนายน 2552 ได้เกิดเหตุการณ์ฟ้าผ่าจนทำให้คนไทยเสียชีวิต 39 คน และบาดเจ็บ 16 คน

นักวิทยาศาสตร์อธิบายว่า ฟ้าผ่าเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นภายใต้เมฆฝนฟ้าคะนองที่มีประจุไฟฟ้าสะสมมากจนสามารถส่งกระแสกระโดดข้ามอากาศได้ ซึ่งผลที่เกิดขึ้นนั้นจะทำให้เกิดกระแสและแรงดันที่มีขนาดสูงมาก สิ่งใดก็ตามที่อยู่ตามแนวสายฟ้าผ่าจะเกิดความร้อนในปริมาณที่สูงจนเกิดไฟลุกไหม้ได้

การเกิดฟ้าผ่านั้นเริ่มจากการแตกตัวของประจุไฟฟ้า โดยประจุลบแยกตัวอยู่ทางด้านล่างของก้อนเมฆในบริเวณที่มีความแปรปรวนสูงและประจุบวกจะอยู่ในบริเวณด้านบนของก้อนเมฆ เมื่อประจุไฟฟ้าสะสมมากก็จะส่งกระแสไฟฟ้าไปยังประจุตรงข้ามกันเกิดเป็นฟ้าผ่า

ประจุลบที่ก้อนเมฆเมื่อเคลื่อนตัวต่ำลงจะทำให้บริเวณพื้นดินใต้ก้อนเมฆนั้นเป็นประจุบวกเพราะประจุลบบริเวณนั้นถูกผลักออก เป็นสาเหตุให้เกิดฟ้าผ่าประจุลบจากก้อนเมฆผ่าลงมายังพื้นดินบริเวณใต้ก้อนเมฆที่เป็นบริเวณประจุบวก แต่ก็มีบ้างที่เกิดจากประจุบวกบริเวณด้านบนของก้อนเมฆผ่าลงบริเวณที่เป็นประจุลบที่ไม่ได้อยู่ใต้ก้อนเมฆ ซึ่งอาจห่างออกไปไกลถึง 30 กิโลเมตร เป็นที่มาของสำนวนที่ว่า ฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ เพราะบริเวณที่ถูกฟ้าผ่านั้นไม่ใช่บริเวณที่เกิดฝนฟ้าคะนองเลย แม้ฟ้าผ่าแบบบวกนี้จะเกิดขึ้นน้อยมากแต่เมื่อเกิดขึ้นจะรุนแรงกว่าฟ้าผ่าแบบลบถึง 10 เท่า

มีข้อสังเกตว่าหากฟ้าแลบแล้วภายในเวลาไม่ถึง 30 วินาทีได้ยินเสียงฟ้าร้องแสดงว่าอยู่ในบริเวณที่เสี่ยงต่อการเกิดฟ้าผ่า การป้องกันคืออย่าอยู่กลางแจ้ง ควรเข้าไปอยู่ในอาคาร และให้ห่างจากหน้าต่าง หากไม่มีที่หลบให้พยายามนั่งให้เตี้ยที่สุด อย่าหลบใต้ต้นไม้เพราะการอยู่ใต้ต้นไม้สูงจะเสี่ยงต่อการถูกฟ้าผ่าได้

รายงานจากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ อ้างถึงงานสนทนาเรื่อง “ฟ้าผ่าข้อเท็จจริงที่ควรรู้” ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อไม่นานมานี้ ดร.คมสัน เพ็ชรรักษ์ หัวหน้าห้องจำลองฟ้าผ่า คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า โทรศัพท์มือถือ และวัสดุที่เป็นโลหะ, แหวน, สร้อย, ตะกรุด ไม่นับว่าเป็นสื่อล่อฟ้าได้ เพียงแต่อาจจะทำให้ได้รับอันตรายจากผลข้างเคียงหากถูกฟ้าผ่า เช่น โทรศัพท์ระเบิดจากแบตเตอรี่ลัดวงจร หรือผิวหนังไหม้จากการสัมผัสโลหะที่สวมใส่เมื่อไฟฟ้าไหลผ่าน ฯลฯ

แม้โลหะและโทรศัพท์มือถือไม่ใช่สื่อล่อฟ้า แต่ก็ควรเลี่ยงสวมใส่โลหะและงดใช้โทรศัพท์มือถือหรือปิดเครื่องชั่วคราวในขณะที่เกิดฝนตกฟ้าร้อง โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในพื้นที่โล่งแจ้งหรืออยู่ใกล้แหล่งน้ำ เช่น ทุ่งนา, ชายหาด, ลานกว้าง, สนามกีฬา, น้ำตก เป็นต้น และหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้หรือใต้ต้นไม้สูง, เสาไฟฟ้า หรือรั้วกำแพงที่มีโลหะเป็นส่วนประกอบ

เร่ื่องโดย วิรชาติ มัสอูดี
สุขสาระ กันยายน 2552
ภาพประกอบจาก




  • คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • สำนักจุฬาราชมนตรี
  • มูลนิธิสันติชน
  • มูลนิธิรณรงค์เพื่อ
    การไม่สูบบุหรี่