ป้ายคำเตือนต้องใหญ่ 100%


วันที่ 25 พฤษภาคม 2557


ฮากีม
องค์การอนามัยโลกระบุการสูบบุหรี่เป็นอันดับหนึ่งในสาเหตุการตายที่สามารถหลีกเลี่ยง คร่าชีวิตผู้คนทั่วโลกปีละเกือบ 6 ล้านคน ส่วนใหญ่อยู่ในประเทศที่มีรายได้น้อยถึงปานกลาง โดยยอดผู้เสียชีวิตจำนวน 5 ล้านคนเป็นผู้ที่สูบบุหรี่หรือเคยสูบ และอีกกว่า 600,000 คนเป็นนักสูบมือสอง


บุหรี่เป็นสินค้าที่สร้างกำไรมหาศาลแก่อุตสาหกรรมยาสูบ แต่ก่อความสูญเสียอย่างมหาศาลต่อผู้สูบ ครอบครัว และ ประเทศชาติ นานาประเทศทั่วโลกจึงได้ออกกฎหมาย ที่มีประสิทธิภาพเพื่อลดการสูบบุหรี่ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของโรคต่างๆ ในกลุ่มโรคไม่ติดต่อ (NCD) ที่บั่นทอนสุขภาพของประชาชน


จากการที่อุตสาหกรรมบุหรี่ดำเนินนโยบายเชิงรุกมากขึ้น หากเราไม่ห้ามการโฆษณา การส่งเสริมการขาย และการเป็นผู้สนับสนุนรายการต่างๆ ของผู้ผลิตต่อคนหนุ่มสาว และเด็กๆ แล้ว เด็กและเยาวชนก็จะถูกชักจูงสู่การสูบบุหรี่ เพิ่มจำนวนมากขึ้น


อุตสาหกรรมบุหรี่จึงเหลือช่องทางเดียวในการทำประชาสัมพันธ์สินค้า นั้นคือ การออกแบบซองให้น่าหลงใหล ทันสมัย ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ที่ให้เพิ่มขนาดป้ายคำเตือนบนซองบุหรี่ให้ใหญ่ขึ้น 85% จึงเป็นเรื่องที่ควรสนับสนุน


สำหรับประเทศไทย ขณะนี้มีเด็กและเยาวชนติดบุหรี่แล้ว 2,200,000 คน และเพิ่มขึ้นปีละ 100,000 คน มีคนไทยเสียชีวิตจากโรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่ปีละ 50,700 คน โดยแต่ละคนอายุสั้นลงเฉลี่ย 12 ปี และก่อน เสียชีวิตผู้ป่วยเหล่านี้จะป่วยหนัก ทรมาน และสูญเสียคุณภาพชีวิตเป็นเวลาเฉลี่ย 2 ปี ยิ่งกว่านั้นยังต้องสูญเสียเงินอีก มหาศาลไปกับค่ารักษาโรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่ โดยมีการประมาณการว่าประเทศไทยต้องเสียเงิน ประมาณ 52,200 ล้านบาท หรือ 0.5% ของจีดีพี


นักสูบหลายคนสามารถยับยั้งชั่งใจได้ตลอดเดือนรอมฎอนที่ผ่านมา อีกหลายคนหลังจากละศีลอดแล้ว ก็รีบคว้าบุหรี่มาสูบอย่างเมามัน บางคนยิ่งไปกว่านั้น คว้าบุหรี่มาสูบก่อนหยิบอินทผลัมเข้าปากเสียอีก โดยลืมคิดไปว่า ข้อยกเว้นในเดือนรอมฎอนสำหรับผู้ที่ป่วยและเกรงว่าร่างกายจะได้รับอันตรายก็สามารถหยุดหรืองดการถือศีลอดได้ และมาถือศีลอดใช้ใหม่ให้ครบถ้วนเมื่อร่างกายแข็งแรงดีก่อนเดือนรอมฎอนจะมาเยือนในปีถัดไป


ด้วยความเมตตาของพระเจ้า ทรงให้มนุษย์ตัดสินใจด้วยตนเองในเรื่องของการถือศีลอด ว่าขณะนี้ร่างกายของเราเจ็บป่วยและอ่อนแอเกินไปหรือไม่อย่างไร แล้วนับประสาอะไรกับการสูบบุหรี่ ที่วงการแพทย์ยืนยันกันทั่วโลกว่าไม่ดี เป็นอันตรายต่อสุขภาพร่างกายของเราเป็นอย่างยิ่ง...เรากลับไม่สนใจ?


จึงไม่ควรที่เราจะไปเสพมัน ไม่ว่าจะก่อนหรือหลังรอมฎอน และไม่ควรอย่างยิ่งที่มุสลิมจะ “ขาย” สินค้าแห่งความตายนี้!!


สุขสาระ-กันยายน 2556




  • สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขพาพ (สสส.)
  • คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • สำนักจุฬาราชมนตรี
  • ศูนย์นโยบายโลกมุสลิม
  • มูลนิธิสันติชน
  • มูลนิธิรณรงค์เพื่อ
    การไม่สูบบุหรี่