ดีท็อกซ์


วันที่ 27 พฤษภาคม 2558


มีเพื่อนสนิทคนหนึ่งซึ่งเป็นโรคเบาหวานและปวดศีรษะประจำมาเล่าให้มาเรียมฟังว่า เธอได้ไปทำดีท็อกซ์ลำไส้ที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง เธอเล่าว่าการสวนล้างลำไส้หรือดีท็อกซ์ทำแล้วรู้สึกดี มีความสบายตัว หายแน่นท้อง จึงตั้งใจจะมาชวนมาเรียมให้ไปทำด้วยในคราวหน้า แต่มาเรียมยังไม่แน่ใจว่าจะทำดีหรือไม่ จึงมาขอคำอธิบายจากแพทย์ก่อน แพทย์ให้ความเห็นว่า

“สำหรับคนปกติทั่วไปนั้นยังไม่มีความจำเป็นจะต้องทำการสวนล้างลำไส้เป็นประจำ แต่สำหรับคนที่ท้องผูกมาก หรือไม่ถ่ายอุจจาระติดต่อกันเป็นเวลาหลายวัน อาจจะสวนล้างลำไส้บ้างเป็นครั้งคราวในช่วงเวลาสั้นๆ แต่ให้ระวังเป็นพิเศษสำหรับผู้สูงอายุ ซึ่งมีปัญหาท้องผูกเป็นประจำ อาจมีโอกาสเกิดโรคแทรกซ้อนจากการสวนล้างลำไส้ได้ง่ายกว่า นอกจากนั้นยังมีข้อห้ามในการสวนล้างสำไส้สำหรับคนที่เป็นไส้ติ่งอักเสบ, ลำไส้อักเสบ, ลำไส้อุดตัน, พังผืดรัดลำไส้, มะเร็งลำไส้ เนื่องจากจะทำให้ลำไส้ได้รับการระคายเคืองจากน้ำยาหรือสารเคมีที่ใช้สวน จากอุณหภูมิของน้ำที่ร้อนหรือเย็นจนเกินไป และแรงดันของน้ำที่ใช้สวนมากเกินไป ถ้าเพียงแต่คุณมีปัญหาท้องผูก, ท้องเสีย, ท้องอืด, แน่นท้อง หมอมีความเห็นว่า ยังไม่จำเป็นต้องใช้วิธีสวนทวารหนักล้างพิษ หมอจะขอแนะนำให้คุณรับประทานอาหารที่มีกากใยสูง เช่น ผัก, ผลไม้ งดอาหารที่มีไขมันสูง หมั่นออกกำลังกาย ดื่มน้ำสะอาด เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว เพื่อจะทำให้ร่างกายแข็งแรง”

“ดีท็อกซ์ (detox) เป็นคำเรียกทับศัพท์ มาจากคำว่า detoxication หมายถึง การกำจัดสารพิษออกจากร่างกาย ซึ่งในความเข้าใจของคนทั่วไป การทำดีท็อกซ์ คือการสวนล้างลำไส้ เพื่อกำจัดสารพิษออกจากร่างกาย แต่ทางการแพทย์ไม่เชื่อว่าการสวนล้างลำไส้จะสามารถขับล้างสารพิษออกไปจากร่างกายได้ เนื่องจากในลำไส้ของคนปกติทั่วไปไม่น่าจะมีสารพิษซึ่งเป็นอันตรายต่อร่างกายที่จะต้องขับออกไป ยกเว้นในกรณีของคนที่เป็นโรคบางชนิด เช่น โรคตับวาย, โรคติดเชื้อแบคทีเรียในลำไส้, ท้องผูกเฉียบพลันหรือเรื้อรัง และรายที่ต้องเตรียมลำไส้ก่อนการส่องกล้องดูลำไส้ใหญ่หรือก่อนทำผ่าตัด แต่สำหรับคนที่ท้องผูกมากๆ หรือไม่ถ่ายอุจจาระติดต่อกันเป็นเวลาหลายวัน อาจทำการสวนล้างลำไส้ได้เป็นครั้งคราวหรือในช่วงระยะเวลาสั้น ส่วนผู้สูงอายุที่มีปัญหาท้องผูกเป็นประจำ อาจทำการสวนล้างลำไส้เป็นครั้งคราวได้ แต่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเนื่องจากผู้สูงอายุมักมีโอกาสเกิดโรคแทรกซ้อนจากการสวนล้างลำไส้ได้ง่าย ที่สำคัญไม่ควรสวนทวารหนักในคนที่เป็นไส้ติ่งอักเสบ, ลำไส้อักเสบ, ลำไส้อุดตัน, โรคที่มีการติดเชื้อในช่องท้อง, โรคที่มีการแตกทะลุของลำไส้, พังผืดรัดลำไส้, มะเร็งลำไส้ เนื่องจากลำไส้จะระบมจากอุณหภูมิของน้ำที่ร้อนหรือเย็นจนเกินไป จากน้ำยาหรือสารเคมีที่ใช้ ลำไส้อาจจะระเบิดจากแรงดันน้ำที่ใช้สวน...”

“หมอขอเตือนว่าการสวนล้างลำไส้จะต้องทำภายใต้การควบคุมดูแลของแพทย์หรือพยาบาลเท่านั้น ไม่ควรทำเองโดยไม่จำเป็นและคนปกติไม่มีความจำเป็นจะต้องสวนล้างลำไส้เพื่อล้างพิษ คงทำได้เป็นครั้งคราวในระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น ไม่ควรทำเป็นกิจวัตรต่อเนื่องเป็นเวลานาน อย่าไปหลงเชื่อคำโฆษณาชวนเชื่อว่าเมื่อสวนล้างลำไส้แล้วจะสามารถรักษาโรคได้สารพัดชนิด นับเป็นการโฆษณาที่เกินความจริง การสวนล้างลำไส้เป็นเพียงทำให้เกิดความรู้สึกดีหรือสบายตัว หายแน่นท้องเท่านั้น แต่ไม่ได้รักษาโรคใดๆ ตามที่โฆษณาไว้ เช่น โรคปวดศีรษะ, โรคเบาหวาน, ความดันโลหิตสูง, ไขมันสูง, โรคหัวใจ, โรคข้อรูมาตอยด์, โรคเกาต์, โรคพิษสุราเรื้องรัง, โรคลำไส้อักเสบ, นอนไม่หลับ จึงต้องใช้วิจารญาณมาพิจารณาให้รอบคอบก่อนที่จะเชื่อคำโฆษณาเหล่านั้น ปกติร่างกายคนเราจะมีระบบล้างพิษด้วยตัวเองอยู่แล้ว นั่นคือการขับถ่ายของเสียทางปัสสาวะ ระบบรูขุมขน น้ำเหลือง เมื่อพูดถึงวิธีการทำดีท็อกซ์แล้ว มีอยู่หลายวิธี เช่น การสวนล้างด้วยน้ำอุ่นธรรมดา ด้วยน้ำร่วมกับสารอื่นที่เชื่อว่าจะสามารถดูดซับสารพิษ หรือเร่งขับถ่ายสารพิษออกไปจากลำไส้ เช่น กาแฟ, เหล้า, เบียร์, น้ำผึ้ง หรือส่วนประกอบของบุหรี่...

...ที่สำคัญคนสวนล้างลำไส้จะต้องมีความรู้ความชำนาญ ไม่ใช่ใครก็สวนได้ เนื่องจากลำไส้ของเรามีสภาพเหมือนลูกโป่ง หากเป่าลมเข้าไปมากอาจแตกได้ ยิ่งถ้าน้ำที่ไหลเข้าไปมีแรงดันสูง น้ำร้อนมากเกินไป หรือสวนด้วยกาแฟจะก่อให้เกิดอันตรายได้ จนมีบางรายถึงกับต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลโดยด่วน”

มาเรียมฟังแพทย์แล้วทำให้เธอเข้าใจได้อย่างถ่องแท้ จึงตัดสินใจว่าจะไม่ใช้วิธีการกำจัดสารพิษออกจากร่างกายด้วยวิธีสวนล้างลำไส้ที่เรียกว่า ดีท็อกซ์อีกต่อไป แต่เธอจะรับประทานอาหารที่มีกากใยสูง เช่น ผัก, ผลไม้, งดอาหารไขมันสูง, หมั่นออกกำลังกาย และดื่มน้ำสะอาด เท่านี้ก็นับว่าเพียงพอแล้วที่จะทำให้ร่างกายแข็งแรง ปราศจากโรคร้ายต่างๆ ได้

เรื่อง โดย พญ.จินตนา โยธาสมุทร
สุขสาระ กรกฎาคม 2551




  • สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขพาพ (สสส.)
  • คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • สำนักจุฬาราชมนตรี
  • ศูนย์นโยบายโลกมุสลิม
  • มูลนิธิสันติชน
  • มูลนิธิรณรงค์เพื่อ
    การไม่สูบบุหรี่