พบหมอจินตนา-ไวรัสลงตับ


วันที่ 16 พฤษภาคม 2558


อะหมัดอายุ 47 ปี มีอาชีพรับจ้าง มักมีอาการอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้เล็กน้อย ปวดเสียดบริเวณลิ้นปี่ ปัสสาวะมีสีเหลืองเข้มเหมือนขมิ้นมานานประมาณ 1 สัปดาห์ มีคนทักว่าเขาตัวเหลือง ตาเหลือง เขาจึงไปพบแพทย์ เมื่อแพทย์ตรวจร่างกายแล้วพบว่าไม่มีไข้ มีตับโตไม่มาก ตับมีลักษณะนุ่ม กดบริเวณตับแล้วไม่เจ็บมาก แพทย์กล่าวว่า

“สงสัยว่าคุณจะเป็นโรคตับอักเสบจากเชื้อไวรัส ซึ่งจะมีตัวเหลือง ตาเหลืองที่เรียกว่าดีซ่านจะเป็นอยู่นานประมาณ 1-2 สัปดาห์แล้วจะค่อยๆ จางหายไปภายใน 2-4 สัปดาห์ จะหายอ่อนเพลีย รู้สึกสบายขึ้น ซึ่งจะต้องแยกโรคว่าอาการดีซ่านเกิดจากสาเหตุอื่นๆ หรือไม่ เช่น ตับแข็ง, มะเร็งตับ, ตับอักเสบจากยาหรือสารเคมี, ถุงน้ำดีอักเสบ, ฝีในตับ, มาลาเรีย, ไทฟอยด์, โรคเล็ปโตสไปโรซิสหรือโรคฉี่หนู, โรคเลือดชนิดธาลัสซีเมียซึ่งมีเม็ดเลือดแดงเปราะแตกง่าย และโรคพยาธิใบไม้ในตับ ซึ่งจะต้องตรวจเลือด เพื่อดูการทำหน้าที่ของตับ ตรวจสารเคมีในเลือด ตรวจหาชนิดของเชื้อไวรัสและเชื้ออื่นๆ และตรวจอัลตราซาวนด์ด้วย” จากผลการตรวจทำให้แพทย์สรุปได้ว่า อะหมัดเป็นโรคตับอักเสบจากเชื้อไวรัส แพทย์อธิบายต่อไปว่า

“ตับอักเสบเป็นภาวะที่เนื้อเยื่อของตับซึ่งประกอบด้วยเซลล์จำนวนมากเกิดการอักเสบ โดยสาเหตุอาจมาจากการติดเชื้อ การถูกทำลายจากสารเคมี หรือยาบางชนิด แต่พบได้บ่อยว่าเกิดจากการติดเชื้อไวรัส ซึ่งมีอยู่หลายชนิดแต่ที่สำคัญมีอยู่ 3 ชนิด คือ ไวรัสตับอักเสบชนิด เอ บี ซี เชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดเอ ติดต่อจากการรับประทานอาหารหรือดื่มนม ที่ปนเปื้อนอุจจาระของคนที่เป็นโรคนี้ โดยมีระยะฟักตัวประมาณ 30 วัน ส่วนเชื้อไวรัสตับอักเสบบีชอบอยู่ในกระแสเลือด อาจพบในน้ำลาย น้ำตา น้ำนม ปัสสาวะ น้ำอสุจิ น้ำเมือกในช่องคลอด จึงติดต่อจากการได้รับเลือด การฉีดยา การทำฟัน การฝังเข็ม การสักตามร่างกาย จากเครื่องมือแพทย์ที่เปื้อนเลือดของคนที่เป็นโรคนี้ โดยมีระยะฟักตัวนานประมาณ 60-90 วัน ส่วนเชื้อไวรัสตับอักเสบซีนั้นมีการติดต่อเช่นเดียวกับไวรัสตับอักเสบบี คนที่เป็นไวรัสตับอักเสบบีหรือซีแล้ว มักมีเชื้อหลงเหลืออยู่ในร่างกาย จนสามารถแพร่เชื้อให้คนอื่นได้ เรียกว่าเป็นพาหะของโรค คนที่เป็นพาหะของโรคโดยไม่มีอาการผิดปกติใดๆ หรืออาจเป็นโรคตับอักเสบเรื้อรัง ตับแข็ง และเป็นมะเร็งตับตามมาได้ สำหรับผลการตรวจของคุณสามารถสรุปได้ว่าเป็นเชื้อไวรัสตับอักเสบบี

...ดังนั้นคุณจะต้องพักผ่อนอย่างเพียงพอ ห้ามตรากตรำทำงานหนัก ดื่มน้ำวันละ 10–15 แก้ว รับประทานอาหารประเภทโปรตีน เช่น เนื้อ นม ไข่ ซุป ถั่วต่างๆ ให้มาก รับประทานอาหารมันได้ตามปกติ แต่ถ้ารับประทานอาหารมันแล้วมีอาการคลื่นไส้ อาเจียนควรงดไว้ก่อน ถ้าเบื่ออาหารหรือรับประทานอาหารได้น้อยให้ดื่มน้ำหวานมากขึ้น ควรแยกสำรับกับข้าวและเครื่องใช้ส่วนตัวออกจากคนอื่น ล้างมือด้วยสบู่กับน้ำหลังถ่ายอุจจาระทุกครั้ง

...สำหรับคุณอะหมัด เป็นมุสลิม ข้อห้ามข้อนี้คงไม่จำเป็น นั่นคือไม่ดื่มสุรา เพราะมุสลิมไม่ดื่มสุราอยู่แล้ว...ไม่ออกกำลังกายอย่างหักโหมและงดบริจาคเลือด ยังคงไม่มียารักษาจำเพาะสำหรับโรคนี้ เพียงแต่ให้ยาบรรเทาอาการ เช่น น้ำเกลือ ยาแก้อาเจียน และยาบำรุงเท่านั้น”

แพทย์ได้ขอตรวจเลือดของ ภรรยา ลูก หลาน และคนใกล้ชิดในครอบครัวของอะหมัด พบว่าบางคนมีภูมิคุ้มกันโรคนี้แล้ว แต่บางคนยังไม่มีภูมิคุ้มกัน แพทย์ได้นัดให้คนที่ไม่มีภูมิคุ้มกันมาฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบทุกคน ส่วนอะหมัดได้มาพบแพทย์ตามนัด หลังจากนั้นแพทย์ได้เจาะเนื้อตับของเขามาพิสูจน์และพบว่าเขาเป็นโรคตับอักเสบเรื้อรังเขาได้รับการฉีดยา อินเตอร์เฟียรอน (Interferon) สัปดาห์ละ 3 ครั้ง นาน 4 – 6 เดือน เพื่อลดปริมาณของเชื้อไวรัส ลดการอักเสบของตับและเพื่อป้องกันตับแข็ง และมะเร็งตับได้ในอนาคตอีกด้วย

เรื่องโดย พญ.จินตนา โยธาสมุทร
สุขสาระ กรกฎาคม 2554




  • คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • สำนักจุฬาราชมนตรี
  • มูลนิธิสันติชน
  • มูลนิธิรณรงค์เพื่อ
    การไม่สูบบุหรี่