เกลือ ไอโอดีน กับร่างกาย


วันที่ 23 เมษายน 2558


องค์การอนามัยโลกได้ประกาศให้ไทยไม่ผ่านมาตรฐานในการใช้เกลือเสริมไอโอดีนในครัวเรือน เพราะคนไทยในแต่ละครอบครัวใช้เกลือเสริมไอโอดีนลดลง เหลือเพียงร้อยละ 77 ซึ่งองค์การอนามัยโลกตั้งเป้าหมายไว้ที่ ไม่ควรต่ำกว่าร้อยละ 100 สืบเนื่องมาจากพฤติกรรมของคนไทยที่มีการบริโภคเกลือปรุงรสน้อยมาก เนื่องจากคนไทย นิยมบริโภคน้ำปลาเพื่อเพิ่มความเค็มในการปรุงรสแทนเกลือ นอกจากนี้ยังพบว่า หญิงตั้งครรภ์ 350,000 ราย เสี่ยงลูกเป็นโรคเอ๋อ ปัญญาอ่อนเพราะ ขาดไอโอดีน ล่าสุดสหประชาชาติในไทยได้ประกาศร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข ช่วยไทยดูแลเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด

สำหรับพื้นที่เสี่ยงที่ขาดขาดไอโอดีนอย่างรุนแรง เบื้องต้นพบว่ามี 9 จังหวัด ได้แก่ เพชรบุรี, ระยอง, พิจิตร, มหาสารคาม, น่าน, อำนาจเจริญ, อุดรธานี, หนองคาย และนครปฐม

เกลือนอกจากจะใช้เป็นเครื่องปรุงให้อาหารได้แล้ว เกลือยังมีธาตุไอโอดีนอยู่ด้วย โดยเฉพาะในเกลือสมุทร หรือเกลือแกง ซึ่งต่างจากเกลือสินเธาว์ที่เป็นเกลือที่มาจากดินไม่มีแร่ธาตุชนิดนี้อยู่

เกลือเมื่อเข้าสู่ร่างกายจะถูกส่งต่อไปตามกระแสเลือด เพื่อไปยังเซลล์และอวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกาย เพื่อช่วยในการควบคุมปริมาณน้ำในร่างกาย ช่วยให้ร่างกายสร้างกรดเกลือน้ำย่อยในการย่อยอาหาร ในภาวะปกติ หากร่างกายมีเกลือมากเกินไป ไตจะทำหน้าที่ขับเกลือออกจากร่างกายทางปัสสาวะและทางผิวหนัง ในรูปของเหงื่อ ถ้าร่างกายได้รับเกลือในปริมาณมากบ่อยๆ จะทำให้หลอดเลือดตีบตลอดเวลา เพราะไตต้องทำงานหนักในการขับถ่ายเกลือ และหัวใจเกิดการบีบตัวมากขึ้น จึงอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคความดันเลือดสูง

หากมีเกลืออยู่ในกระแสเลือดเพิ่มขึ้น ร่างกายจะต้องดึงน้ำเข้ามามากกว่าปกติเพื่อลดความเข้มข้นของเกลือลง จึงเป็นสาเหตุให้มีน้ำตามส่วนต่างๆ ของร่างกายมากกว่าปกติ มีผลทำให้การทำงานของอวัยวะผิดปกติไป แต่ถ้าร่างกายได้รับเกลือน้อยไปก็จะทำให้กรดเกลือในกระเพาะอาหารลดลง ทำให้ระบบย่อยอาหารไม่ดี

ส่วนไอโอดีนนั้นเป็นสารที่เกิดขึ้นในธรรมชาติ แต่มีปริมาณน้อย เช่น ในน้ำทะเล อาหารทะเล สาหร่ายทะเล เป็นต้น เกลือสมุทรจึงมีไอโอดีนอยู่เล็กน้อย ไอโอดีนที่ร่างกายรับเข้าไปจะถูกเก็บอยู่ที่ต่อมธัยรอยด์ (อยู่แถวๆ คอหอย) ซึ่งจำเป็นในการควบคุมสมอง ประสาท และเนื้อเยื่อ ถ้าหากร่างกายขาดไอโอดีน ผลที่จะตามมา ก็คือ ทำให้เกิดเป็นโรคคอพอก และโรคต่อมธัยรอยด์บกพร่องหรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “โรคเอ๋อ” ซึ่งถ้าเป็นตั้งแต่เด็กจะทำให้เด็กแคระแกร็น มีรูปร่างหน้าตาและสติปัญญาผิดปกติ (ปัญญาอ่อน) หรือทำให้ ผู้ป่วยแม้จะมีร่างกายคล้ายคนปกติ แต่ก็เป็นใบ้, หูหนวก, ตาเหล่, ตาเข, แขนขาเป็นอัมพาตหรือเดินโซเซ ถ้าเป็นน้อยร่างกายจะเหมือนคนปกติ แต่มีสติปัญญาด้อยกว่าคนปกติ

ไอโอดีนจึงมีความสัมพันธ์กับไอคิวของมนุษย์ ผลการสำรวจไอคิวของคนไทย โดยสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สว.รส.) เมื่อปี 2552 จากกลุ่ม ตัวอย่าง 6,000 ราย ใน 21 จังหวัดพบ ไอคิวเฉลี่ยอยู่ที่ 91 ซึ่งไอคิวเฉลี่ยสากลอยู่ที่ 90-110 ขณะที่ผลการสำรวจพัฒนาการสมวัยในเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี ของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข พบมีพัฒนาการสมวัยลดลงเรื่อยๆ โดยปี 2542 มีพัฒนาการสมวัยร้อยละ 72 ปี 2547 ร้อยละ 71 และปี 2550 ลดลงเหลือร้อยละ 67 ส่วนในปี 2553 อยู่ระหว่างการสำรวจ

หากจะซื้อเกลือครั้งต่อไป ขอให้สังเกตฉลากสักเล็กน้อยว่าเป็นเกลือที่มีการเติมไอโอดีนหรือไม่ เพื่อที่คุณจะได้บริโภคเกลือที่มีคุณภาพ ปัญหาลูกหลานเป็นโรคคอพอกหรือโรคเอ๋อจะได้น้อยลง หรืออาจจะไม่มีเลย

สุขสาระ ตุลาคม 2553
ภาพอินเทอร์เน็ต




  • สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขพาพ (สสส.)
  • คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • สำนักจุฬาราชมนตรี
  • ศูนย์นโยบายโลกมุสลิม
  • มูลนิธิสันติชน
  • มูลนิธิรณรงค์เพื่อ
    การไม่สูบบุหรี่