หัวเราะเป็นยาวิเศษ 



หัวเราะเป็นยาวิเศษ


วันที่ 19 เมษายน 2558


ว่ากันว่าเสียงหัวเราะและการจั๊กกะจี้เกิดขึ้นเพราะความสัมพันธ์ระหว่างแม่กับลูก เป็นการตอบสนองต่อการจั๊กกะจี้ระหว่างบุคคล เป็นสัญญาณแสดงความไว้ใจกันและกัน นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า ถ้าเรานำเสียงหัวเราะมาสังเคราะห์เป็นยาได้ เราจะมียาวิเศษที่สามารถรักษาโรคทุกชนิดได้

เพราะการหัวเราะทำให้อวัยวะทุกส่วนตั้งแต่หัวใจ ปอด กล้ามเนื้อ สมองไป จนถึง ระบบภูมิคุ้มกัน ทำงานได้อย่างดี เมื่อมีการยิ้มหรือหัวเราะ ร่างกายจะผลิตฮอร์โมน "ความสุข" ชื่อ "เอ็นโดฟีน" ซึ่งช่วยให้สามารถต่อสู้กับความกลัว ความเครียด ช่วยระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้นกระตุ้นการเจริญอาหารและระบบต่างๆ ในร่างกาย มีการผ่อนคลาย การไหลเวียนของโลหิตดีได้ดีขึ้น ช่วยต่อต้าน บรรเทาอาการวิตกกังวล และเจ็บปวดต่อโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ได้ และยังช่วยในการปรับสมดุลของฮอร์โมนต่างๆ ในร่างกาย นอกจากนี้ยังช่วยเก็บกวาดสิ่งที่ไม่ต้องการในร่างกาย เช่น คอเลสเตอรอล ไขมันส่วนเกินและขยะต่างๆ จากจิตใจได้อีกด้วย

การหัวเราะให้ความตึงเครียดผ่อนคลายลง ให้ผลดีกว่าการออกกำลังกาย เป็นการพักผ่อนที่ดีที่สุด ถ้าหัวเราะ 1 นาที เท่ากับได้พักผ่อนนานถึง 45 นาที เชื่อว่าคนที่หัวเราะมากๆ ชีวิตจะยืนยาว นักวิจัยพบว่า หัวเราะเพียง 10 วินาที มีค่าเท่ากับการออกกำลังกายบนเครื่องกรรเชียงถึง 3 นาที เพราะการหัวเราะทำให้หัวใจ และชีพจรเต้นเร็วกว่าปกติเล็กน้อย เมื่อหยุดหัวเราะ ร่างกายจะค่อยๆ คืนสู่สภาวะปกติ จึงรู้สึกผ่อนคลาย

การหัวเราะเหมือนการเชื่อมความสามัคคี เป็นการคลายความตึงเครียดของสถานการณ์ยามหน้าสิ่วหน้าขวาน เป็นการสร้างความรู้สึกร่วมของคนที่หัวเราะไปด้วยกัน แล้วเป็นการผ่อนคลายทางอารมณ์ ใครที่ไม่หัวเราะด้วยก็จะถูกกันออกไป

การหัวเราะมีประโยชน์ขนาดนี้แล้ว อย่ามั่วนั่งเศร้า รีบป้องกันโรคร้ายด้วยเสียงหัวเราะของคุณเอง แค่นึกถึงเรื่องเปิ่นๆ ที่เราเคยทำไว้เมื่อไม่นานมานี้ ก็เรียกรอยยิ้มเรียกเสียงหัวเราะเล็กๆ ได้แล้ว

สุขสาระ
ตุลาคม 2553
ภาพอินเทอร์เน็ต




  • สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขพาพ (สสส.)
  • คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • สำนักจุฬาราชมนตรี
  • ศูนย์นโยบายโลกมุสลิม
  • มูลนิธิสันติชน
  • มูลนิธิรณรงค์เพื่อ
    การไม่สูบบุหรี่