ต้องการลดความอ้วน!


วันที่ 16 มีนาคม 2558


ตัสนีมเป็นหญิงสาวอายุ 25 ปี เป็นคนอ้วนสูง 150 เซนติเมตร หนัก 80 กิโลกรัม ครอบครัวของเธออ้วนกันทุกคน เธอรู้สึกกังวลมากและต้องการจะลดน้ำหนัก เพื่อให้มีรูปร่างดี ไม่มีส่วนเกินของไขมันมาพอกพูนตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย เธอจึงไปพบแพทย์

แพทย์อธิบายว่า “พันธุกรรมมีบทบาทน้อยมากต่อเรื่องของความอ้วน เราสามารถสร้างรูปร่างให้ดีได้ ด้วยการตั้งเป้าหมายว่าจะลดน้ำหนักอย่างไม่หักโหมและไม่เสี่ยงต่อสุขภาพด้วย 2 วิธีการคือการกินอาหารและการออกกำลังกาย ด้วยจุดประสงค์ในการกินอาหารเพื่อให้ได้พลังงานและใช้พลังงานโดยกินให้หลากหลาย พออิ่มสบายท้อง ไม่กินจุกจิก กินอาหารไม่ทอด ไม่ผัดน้ำมันมาก ใส่เนื้อสัตว์พอประมาณ หลีกเลี่ยงไขมัน เนื่องจากอาหารไขมันให้พลังงานสูงกว่าสารอาหารอื่น 2 เท่า จึงไปสะสมในทุกส่วนของร่างกาย กินแป้งพอประมาณ เพื่อไม่ให้ส่วนเกินของแป้ง ไปสะสมในรูปของไกลโคเจนบริเวณกล้ามเนื้อและตับ การลดน้ำหนักที่ถูกต้อง เพื่อขจัดไขมันส่วนเกินจะต้องค่อยๆ ลดและใช้เวลานาน เช่นวันหนึ่งเรากินวันละ 2,500 แคลอรี จะต้องลดลงร้อยละ 25 คือ 625 แคลอรี ให้เหลือวันละ 1,875 แคลอรี เพื่อให้ร่างกายนำพลังงานที่เก็บสะสมไว้ในรูปไขมันออกมาใช้แทน...

...มีวิธีอื่นๆ ที่ใช้ในการลดน้ำหนักแต่เสี่ยงต่อสุขภาพ และได้ผลเพียงช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น เช่น งดกินข้าว งดกินแป้ง แล้วไปกินโปรตีนและกินไขมันแทน ซึ่งวิธีนี้จะไปกระตุ้นอินซูลินซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ทำหน้าที่ในการเก็บกวาดน้ำตาลเข้าเซลล์นำไปเผาผลาญให้เกิดพลังงานและเหลือเก็บไว้ในรูปของไขมันไม่ออกมา เมื่ออินซูลินไม่ออกมา ร่างกายจึงไม่สามารถนำเอาวัตถุดิบมาใช้เป็นพลังงานและไขมันได้ต่อไป ทำให้ร่างกายไม่ได้พลังงานจากอาหารที่กิน จึงต้องไปเผาผลาญไขมันที่ถูกเก็บสะสมไว้ออกมาอย่างมากมาย ทำให้ร่างกายมีสภาพเป็นกรดมากขึ้น เรียกว่าเกิดสภาพคีโตซิส จนร่างกายรับสภาพไม่ได้จึงมีการขับน้ำออกมามากมายไปละลายกรดและขับออกไปจากร่างกาย เพื่อรักษาสภาวะสมดุลของกรดด่างไว้ ซึ่งน้ำที่เสียไปอย่างมากมายนี้คือน้ำหนักตัวที่ลดลงอย่างเห็นผลทันตา วิธีนี้นับเป็นวิธีการแทรกแซงระบบการทำงานของร่างกายตามธรรมชาติ ซึ่งในช่วงแรกร่างกายอาจจะยังพอทนรับสภาพได้ แต่ถ้าเวลาเนิ่นนานออกไป ร่างกายจะขาดน้ำตาลหรือกลูโคสไปเลี้ยงสมอง ทำให้เกิดปัญหากับระบบประสาท มีอาการตาพร่ามัว เบลอหรือช็อค เกิดปัญหาแทรกซ้อนอื่นๆ ตามมา เช่น ไขมันคอเลสเตอรอลสูง ความดันเลือดสูง โรคหัวใจ โรคมะเร็งและนิ่วในไต...

...ส่วนอีกวิธีหนึ่งที่ใช้ในการลดน้ำหนักแต่เสี่ยงต่อสุขภาพเช่นกัน คือกินแป้งบ้างเพื่อกระตุ้นอินซูลินเพียงเล็กน้อย กินไขมันไม่อิ่มตัว เช่น น้ำมันมะกอก...และยังมีอีกวิธีหนึ่งในการลดน้ำหนักแต่เสี่ยงต่อสุขภาพเช่นกัน คือ กินโยเกิร์ต นมสด น้ำผึ้ง มะนาว โดยอ้างว่าเพื่อช่วยล้างลำไส้ ช่วยขจัดไขมันในลำไส้ แต่ยังไม่มีงานวิจัยรองรับในวิธีนี้ ซึ่งพบว่าโยเกิร์ตมีจุลินทรีย์ไปช่วยย่อยอาหารที่ตกค้างในลำไส้ แต่จุลินทรีย์ไม่ได้ไปขจัดไขมันในลำไส้ เนื่องจากปกติเมื่อไขมันถูกย่อยเป็นกรดไขมันแล้วจะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดไปหมด ทำให้ไม่มีไขมันออกมาอยู่ในลำไส้อีก

...ส่วนการออกกำลังกาย เพื่อกระตุ้นการเผาผลาญพลังงาน ให้นำพลังงานส่วนเกินที่มีอยู่ออกมาใช้นั้น โดยออกกำลังกายให้มากถึงวันละ 625 แคลอรี ด้วยการวิ่งจ๊อกกิ้งอย่างต่อเนื่องนานประมาณ 1 ชั่วโมงเศษ ถ้าทำได้เช่นนี้จะสามารถลดน้ำหนักลงได้อย่าง ช้าๆ และไม่เสี่ยงต่อสุขภาพ”

เมื่อตัสนีมได้รับฟังคำแนะนำของแพทย์แล้ว ทำให้เธอตั้งใจจะนำวิธีการเหล่านี้ไปปฏิบัติอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ เพื่อให้น้ำหนักลดลงโดยไม่เสี่ยงต่อสุขภาพ

โดย พญ.จินตนา โยธาสมุทร
สุขสาระ กันยายน 2555




  • สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขพาพ (สสส.)
  • คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • สำนักจุฬาราชมนตรี
  • ศูนย์นโยบายโลกมุสลิม
  • มูลนิธิสันติชน
  • มูลนิธิรณรงค์เพื่อ
    การไม่สูบบุหรี่