ผายลม!


วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2558


มาเรียมเป็นครูสาวสอนอยู่ในโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง เธอกังวลเรื่องของการผายลมซึ่งมีกลิ่นเหม็นผิดปกติ เธอจึงตัดสินใจไปพบแพทย์ เมื่อเล่าอาการให้แพทย์ฟัง แพทย์ถามว่า “คุณดื่มนมมากไป รับประทานเนื้อสัตว์มากไป ชอบรับประทานถั่วต่างๆ ดื่มน้ำน้อยไป และเป็นคนชอบพูด พูดมาก หรือพูดได้ทั้งวันหรือไม่”

มาเรียมตอบว่า “ดิฉันมีอาชีพเป็นครูจึงต้องพูดมากทั้งวัน ชอบรับประทานถั่วลิสงมาก ดื่มนมวันละ 4 แก้ว ดื่มน้ำน้อย ไม่ค่อยออกกำลังกาย ชอบรับประทานเนื้อสัตว์ ไม่ชอบรับประทานผัก ผลไม้ และยังมีอาการท้องผูกด้วยค่ะ”

แพทย์อธิบายว่า “ปกติแล้วคนเราจะผายลมออกมาเฉลี่ยวันละ 600 ซีซี ลมที่ออกมาจากรูทวารหนัก ที่เราเรียกกันว่าการผายลมนั้น ส่วนใหญ่ประกอบด้วยก๊าซไนโตรเจน ออกซิเจน คาร์บอนไดออกไซด์และมีเทน ส่วนน้อยมีก๊าซแอมโมเนีย ก๊าซไดซัลไฟด์ ส่วนใหญ่แล้วการผายลมจะไม่มีกลิ่น แต่ถ้ามีก๊าซแอมโมเนีย และก๊าซไดออกไซด์มาก จะทำให้การผายลมมีกลิ่นเหม็น การผายลมที่มีกลิ่นเหม็น มักมีสาเหตุจากคนพูดมากจึงกลืนลมเข้าไปมาก เกิดจากลำไส้บีบตัวผิดปกติ มีปรสิตหรือแบคทีเรียผิดปกติในลำไส้ ขาดเอนไซม์บางชนิด เช่น เอนไซม์แล็กเทส ซึ่งย่อยน้ำตาลในนม ดังนั้นวิธีการแก้ไขไม่ให้ผายลมมีกลิ่นเหม็น ก็คือจะต้องพูดให้น้อยลง พยายามดื่มน้ำให้มากขึ้น ออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่มีเส้นใยประเภทผักและผลไม้ให้มากขึ้น รับประทานถั่วให้น้อยลง ลดการดื่มนม สังเกตว่าถ่ายทุกวันหรือไม่ ถ้าท้องผูกประจำจะต้องแก้ไขปัญหาท้องผูกให้ได้ก่อน และพยายามหาสาเหตุของการเกิดลำไส้อุดตัน ถ้ามีปัญหานี้”

มาเรียมกล่าวว่า “สาเหตุที่ทำให้ดิฉันเป็นเช่นนี้ เนื่องจากเป็นคนชอบพูด จึงกลืนลมเข้าไปมาก ชอบรับประทานถั่วลิสง และยังเป็นโรคท้องผูกประจำตัวอีกด้วย ดิฉันจะพยายามปรับปรุงตัวเองให้ได้คะ” มาเรียมมีอาการดีขึ้นตามลำดับ หลังจากที่ได้ปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์แล้ว”

โดย พญ.จินตนา โยธาสมุทร
สุขสาระ เมษายน 2553




  • คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • สำนักจุฬาราชมนตรี
  • มูลนิธิสันติชน
  • มูลนิธิรณรงค์เพื่อ
    การไม่สูบบุหรี่