เด็กจมน้ำ


วันที่ 18 มกราคม 2558


ข้อมูลจาก สำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า เด็กไทยอายุต่ำกว่า 15 ปี เสียชีวิตจากการจมน้ำถึงปีละกว่า 1,500 คน หรือเฉลี่ยวันละ 4 คน พบเกิดมากที่สุดในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน และตุลาคม เนื่องจากตรงกับช่วงปิดเรียนและเป็นฤดูร้อน เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี การทรงตัวยังไม่ดี จึงมักพบเด็กจมน้ำในแหล่งน้ำภายในบ้าน หรือรอบๆ บ้าน เช่นถังน้ำ บ่อน้ำ แอ่งน้ำ เด็กอายุ 5-9 ปี มีความเสี่ยงจมน้ำเสียชีวิตมาก เนื่องจากเด็กเริ่มออกไปเล่นนอกบ้าน ประกอบกับตัวเด็ก ผู้ปกครองและผู้ดูแลประมาท ไม่รู้สึกว่าแหล่งน้ำเป็นความเสี่ยง จึงมักพบว่าหากเด็กวัยนี้จมน้ำมักจะเกิดมากกว่า 1 คน แหล่งน้ำที่พบเด็กจมน้ำสูงได้แก่ แหล่งน้ำธรรมชาติ เช่น แม่น้ำ, คลอง, บึง และแหล่งน้ำขุดเพื่อการเกษตรใกล้บ้าน

การป้องกัน สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ผู้ปกครองต้องไม่ปล่อยให้เด็กเล่นตามลำพังแม้เพียงชั่วขณะ ต้องดูและอย่างใกล้ชิด จัดการสิ่งแวดล้อมไม่ให้มีแหล่งน้ำที่เด็กสามารถเข้าถึงได้

สำหรับเด็กอายุมากกว่า 5 ขวบ ควรสอนให้เด็กรู้จักความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากแหล่งน้ำต่างๆ ห้ามไม่ให้เด็กเล่นน้ำตามลำพัง สอนให้เด็กว่ายน้ำให้เป็น รู้จักวิธีเอาตัวรอดเมื่อตกน้ำ รวมทั้งรู้วิธีการช่วยเหลือคนตกน้ำที่ถูกต้อง โดยเมื่อพบเห็นคนตกน้ำ จมน้ำ ห้ามกระโดดลงไปช่วยเด็ดขาดแม้จะว่ายน้ำเป็น ให้ตะโกนเรียกผู้ใหญ่มาช่วย ควรยื่นหรือโยนอุปกรณ์เพื่อช่วยเหลือคนตกน้ำ ที่อยู่ใกล้ตัว เช่น ถังแกลลอนเปล่า, ขวดน้ำดื่มพลาสติก (ขนาด 800 ซีซี ขึ้นไป), กิ่งไม้, เชือก, ห่วงยาง หรือผ้าขาวม้า นอกจากนี้ยังต้องสอนให้เด็กใช้ชูชีพเมื่อต้องเดินทางทางน้ำ

ควรมีการติดตั้งรั้วล้อมรอบ มีป้ายคำเตือน หรือตะแกรงเหล็กปิดกั้นด้านบนของแหล่งน้ำเสี่ยง

การช่วยเหลือ เมื่อช่วยคนตกน้ำ จมน้ำ ขึ้นมาแล้ว ห้ามจับอุ้มพาดบ่า กระโดด หรือวิ่งรอบสนาม หรือวางบนกระทะคว่ำ แล้วรีดน้ำออก เพราะจะทำให้ขาดอากาศหายใจนานยิ่งขึ้น กรณีที่เด็กที่จมน้ำไม่หายใจให้ปฐมพยาบาลเพื่อช่วยการหายใจโดยวิธีเป่าปาก และรีบนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็ว

สุขสาระ-เมษายน 2553




  • สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขพาพ (สสส.)
  • คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • สำนักจุฬาราชมนตรี
  • ศูนย์นโยบายโลกมุสลิม
  • มูลนิธิสันติชน
  • มูลนิธิรณรงค์เพื่อ
    การไม่สูบบุหรี่