หญ้ารีแพร์


วันที่ 4 มกราคม 2558


วันนี้ถ้าพูดถึงสมุนไพรที่ดังชั่วข้ามคืนคงหนีไม่พ้น หญ้ารีแพร์ ซึ่งชื่อดั้งเดิมอาจมีปัญหาในด้านการออกเสียงที่ส่อไปทางหยาบคาย จนมีผู้เรียกให้เพี้ยนไปจากเดิมว่า “หญ้าฮี๋ยุ่ม”

หญ้ารีแพร์พบได้ทั่วไปในสวนที่มีสภาพรกครึ้ม ดินอุดมสมบูรณ์ หญ้ารีแพร์หรือหญ้าฮี๋ยุ่มนี้ เป็นภูมิปัญญาของคนโบราณ มีสรรพคุณช่วยกระชับช่องคลอด หญิงที่ผ่านการมีบุตร หรือในหญิงที่มีปัญหาช่องคลอดหย่อนยานไม่กระชับ ให้กลับมามีความฟิตกระชับ เหมือนวัยแรกสาวอีกครั้ง

ในทางวิทยาศาสตร์พบว่า หญ้ารีแพร์เป็นพืชตระกูลเดียวกับไผ่ มีสาร "ซิลิกา" (silica) อยู่โดยธรรมชาติ ซึ่งสารตัวนี้เป็นสารต้นกำเนิดของคอลลาเจน และน้ำไขข้อในร่างกาย หากขาดสารนี้จะทำให้มีลักษณะแก่ก่อนวัย

ทั้งนี้วิธีการทำให้ช่องคลอดกลับมากระชับเหมือนเดิม ทำได้ 2 วิธี คือ การรมด้วยควัน และการรมด้วยไอน้ำ แต่สิ่งที่ควรระวัง คือการเลือกใช้ตัวก่อความร้อนที่จะต้องไม่ลุกไหม้ โดยเลือกใช้ไม้ผุ

โดยให้นำหญ้าอายุมากกว่า 45 วัน ไปตากแดดให้แห้ง ลักษณะเหมือนหญ้าแดดเดียว หลังจากนั้นก็นำหญ้าประมาณหนึ่งกำมือมาเผาร่วมกับไม้ผุหรือถ่านจนเกิดควัน แล้วก็นำหญ้าที่เผาจนเกิดควันมาวางไว้ใต้เก้าอี้ที่ผ่านการเจาะรูเป็นวงกลม จากนั้นหญิงที่ผ่านการคลอดบุตรหรือหญิงที่ต้องการยกกระชับช่องคลอดและมดลูก ก็มานั่งลงบนเก้าอี้เพื่อรมควันกระชับช่องคลอด โดยในการรมควันนั้นจะใช้ระยะเวลาประมาณ 30 นาที หรือจนกว่าควันจะหมด ทั้งนี้ ในการรมควันจะทำติดต่อกันประมาณ 2-5 วัน แล้วแต่กรณีไป

อย่างไรก็ตามผู้ใช้ไม่ควรสูดดมโดยตรง เพราะควันจากการเผาไหม้อาจจะมีส่วนทำให้เกิดฝุ่นหินเกาะปอด

นอกจากนี้ หญ้าดังกล่าวยังสามารถนำมาต้มกินเพื่อให้ผิวพรรณกระชับ ช่วยทำให้บาดแผลเกิดการกระชับเร็วขึ้นอีกด้วย เนื่องจากหญ้าดังกล่าวเป็นพืชตระกูลเดียวกับไผ่สามารถพบได้ในทุกจังหวัดทั่วประเทศ แต่โดยส่วนใหญ่จะชอบขึ้นในที่แดดรำไร

สำหรับ การนำหญ้ารีแพร์ไปต้มดื่มหรือชงเป็นชานั้น จะช่วยในเรื่องการบำรุงร่างกายและข้อเอ็น บำรุงเลือดลมไหลเวียนดี ลดการอักเสบ และชุ่มชื่นคอ ซึ่งในผู้หญิงหลังคลอด วิธีการรมควันเฉพาะจุดจะให้ผลดีที่สุด

ส่วนงานวิจัยรับรองของหญ้าฮี๋ยุ่มในไทยตอนนี้ยังไม่มีอย่างเป็นทางการ แต่ทางกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ก็จะดำเนินการวิจัยให้เป็นแบบแผนต่อไปเพื่อเป็นหลักประกันความมั่นใจในความปลอดภัยและประสิทธิภาพ

ส่วนทางต่างประเทศนั้น ก็มีงานวิจัยออกมาเกี่ยวกับสาร แบมบู ซิลิกา ว่าช่วยเรื่องให้เส้นเอ็น กระดูก และปอดแข็งแรง รวมถึงอวัยวะใดก็ตามที่ต้องการความยืดหยุ่นมีความแข็งแรงดี และช่วยเรื่องความเปล่งปลั่งของผิวพรรณด้วย

สุขสาระ ตุลาคม 2557




  • คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • สำนักจุฬาราชมนตรี
  • มูลนิธิสันติชน
  • มูลนิธิรณรงค์เพื่อ
    การไม่สูบบุหรี่