โรคติดเหล้าเรื้อรัง


วันที่ 12 พฤษภาคม 2557


โรคติดเหล้าเรื้อรัง

โรคพิษสุราเรื้อรังพบได้มากในผู้ชาย จากสถิติของสหรัฐอเมริกาพบในผู้ชายประมาณ 9 % พบในผู้หญิงประมาณ 4 % อายุส่วนใหญ่อยู่ระหว่าง 35-55 ปี ส่วนใหญ่ไม่เชื่อว่าเป็นปัญหาของกรรมพันธุ์ แต่ครอบครัวใดที่พ่อแม่มีปัญหาโรคพิษสุราเรื้อรัง ลูกหลานมีแนวโน้มที่จะเกิดสูงกว่าครอบครัวอื่น ซึ่งเชื่อว่าเกิดจากสภาวะแวดล้อมมากกว่า

ผู้ที่เป็นพิษสุราเรื้อรังจะดื่มสุราโดยไม่จำกัด ดื่มได้ตลอดเวลา มักจะปฏิเสธว่าไม่ติดสุรา ดื่มทั้งๆที่รู้ว่าเป็นสิ่งไม่ดี หลังจากดื่มไปได้ระยะหนึ่งผู้ป่วยจะเริ่มดื้อต่อแอลกอฮอล์จะต้องการปริมาณสุรามากขึ้น ผู้ป่วยมักจะมีอาการเมาค้างทำให้ไปทำงานไม่ทัน ผู้ป่วยมักจะมีประวัติดื่มสุราตั้งแต่เช้า และมักชอบใช้ความรุนแรงกับครอบครัว

พิษสุราเรื้อรังเป็นโรคๆ หนึ่งซึ่งมีลักษณะดังต่อไปนี้
-มีความอยากหรือกระหายอย่างมากที่ต้องการจะดื่มสุรา
-คุมตัวเองไม่ได้ หมายถึงการที่ผู้ติดสุราพยายามจะเลิกสุราหลายครั้งหลายหน แต่ก็ทำไม่สำเร็จ
-เมื่อห่างจากสุราจะมีอาการดังต่อไปนี้ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน เหงื่อออก มือสั่น กระวนกระวายและอาการดังกล่าวมักจะหายไป เมื่อดื่มสุราหรือกินยานอนหลับ
-อาการเหมือนดื้อยา คือ มีความต้องการดื่มสุราในขนาดมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อที่จะให้สุราออกฤทธิ์เท่าเดิม

ถ้าคุณตอบคำถามต่อไปนี้ว่า “ใช่” ในข้อใดข้อหนึ่งก็อาจเป็นไปได้ที่คุณกำลังมีปัญหา และยิ่งตอบว่าใช่มากกว่า 1 ข้อ ก็ยิ่งมีความเป็นไปได้ของปัญหาเกี่ยวกับการดื่มสุรามากขึ้น ขอแนะนำให้ไปพบแพทย์ เพื่อปรึกษาและแก้ไขปัญหาก่อนจะลุกลามออกไป
1. คุณเคยรู้สึกอยากเลิกการดื่มสุราของคุณหรือไม่?
2. คุณเคยรู้สึกรำคาญหลายๆ คน ที่พยายามจะให้คุณเลิกดื่มสุราหรือไม่?
3. คุณเคยรู้สึกผิด หรือรู้สึกไม่ดีกับการดื่มสุราของคุณหรือไม่?
4. คุณเคยดื่มสุราตั้งแต่เช้า เพื่อที่จะลดอาการไม่สบายหรือเมาค้างหรือไม่?

ผลเสียของโรคพิษสุราเรื้อรัง–ได้รับแอลกอฮอล์เกินขนาดซึ่งอาจจะทำให้เสียชีวิตมักเกิดในวัยรุ่นที่ต้องการแสดงว่าตัวเองคอแข็ง -เกิดอุบัติเหตุ และความรุนแรงในครอบครัว - ผู้ที่ดื่มมากกว่า 3 หน่วยสุราจะมีความดันโลหิตสูงกว่าผู้ที่ไม่ดื่ม สำหรับผู้ที่ดื่มครั้งละมากกว่า 9 หน่วยสุราสัปดาห์ละ 2 ครั้งจะมีโอกาสเกิดโรคหัวใจ 2-3 เท่าของผู้ไม่ดื่ม

แอลกอฮอล์ไม่ได้เป็นสารก่อมะเร็งแต่จะส่งเสริมให้เกิดมะเร็งจากสารอื่นได้ง่าย เช่น บุหรี่ หากใช้ร่วมกันจะเกิดโรคมะเร็งปาก กล่องเสียงและหลอดอาหารได้มาก -ตับอักเสบ และตับแข็ง -การดื่มสุราทำให้เกิดท้องร่วงและริดสีดวงทวาร และแผลในกระเพาะอาหาร

โรคพิษสุราเรื้อรัง ส่งผลเสียหายเกิดขึ้นต่อเนื้อสมอง ในการตรวจสมองผู้ตายด้วยโรคติดเหล้า พบว่ามีสมองฝ่อเล็กลง ในคนที่ติดเหล้าอย่างหนักจะพบว่าขาดไทอามีน

ใน12.5% ของผู้ที่ติดเหล้าหนักๆ จะมีอาการเหมือนคนเมาเหล้า คือ ไม่รู้เวลาหรือสถานที่ หลงๆ ลืมๆ ว่า อยู่ที่ไหน ง่วงเหงาหาวนอน โซเซมองสิ่งต่างๆ เห็นเป็นสองตาเหมือนคนตาเหล่ทางการแพทย์จะเรียกผู้ติดเหล้าที่มีอาการเช่นนี้ว่าWernicke' Encephalopathy(เวอนิคกี้ เอ็นเซฟฟาลอปปาตี้)

คนที่เป็น Wernicke' Encephalopathy หากไม่ได้รับการรักษา จะทำให้เกิดอาการทางโรคจิต ที่เรียกว่า Korsakoff's Psychosis (โคซาคอฟ ไซโคสิส) เนื่องมาจากสารพิษจากแอลกอฮอล์เข้าทำร้ายเซลล์สมอง ซึมเข้าไปในเนื้อสมอง ทำให้ส่วนผิวของสมองเสียหาย (ซึ่งสมองส่วนนี้มีหน้าที่ในเรื่องความจำ และอุปนิสัย) อาการมีได้จากน้อย ไปจนถึงมาก คือ ความจำเสื่อม โดยเฉพาะความจำ ขาดความต่อเนื่อง ขาดความคิดริเริ่ม แล้วกลายเป็นคนตลบตะแลง

คนติดเหล้าจะมีปัญหาเรื่องความจำ ในขณะที่ความสามารถอื่นๆ ทางสมองยังดีอยู่ แต่จำเรื่องที่เกิดเมื่อเร็วๆ (recent memory) นี้ไม่ได้ แม้จะเกิดเมื่อสองสามนาที ที่เพิ่งผ่านมาก็ตาม แต่สามารถจำเหตุการณ์ที่เกิดนานแล้วได้ (remote memory) นอกจากนี้ ยังจะพบอาการตลบตะแลง เนื่องจากจำสิ่งที่เพิ่งผ่านมาไม่ได้ คนติดเหล้าก็จะสร้างเรื่องขึ้นมาใหม่ ให้มาเสริมส่วนที่ขาด หรือที่ตัวเองจำไม่ได้เอง และก็เชื่อว่าเป็นเรื่องจริง ตามที่ตัวเองคิดและจินตนาการไว้

ผู้ป่วยที่มีอาการลงแดงหลังจากหยุดสุราผู้ป่วยกลุ่มนี้อัตราการตายสูง ควรที่จะต้องรักษาในโรงพยาบาลและรีบให้การรักษาอย่างรวดเร็ว

อันตรายสำคัญของอาการติดสุรา คือตับถูกทำลาย ดังนั้น ควรควบคุมจิตใจตัวเอง พยายามหางานอดิเรกทำ เช่น ออกกำลังกาย เล่นกีฬา ปลูกผักสวนครัว ชมรายการโทรทัศน์ เป็นต้น

การป้องกัน การรักษาที่สำคัญที่สุดคือ งดดื่มสุราโดยเด็ดขาด อยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์

วารสารสุขสาระ พฤษภาคม 2556



  • คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • สำนักจุฬาราชมนตรี
  • มูลนิธิสันติชน
  • มูลนิธิรณรงค์เพื่อ
    การไม่สูบบุหรี่