อุปาทานหมู่


วันที่ 1 พฤศจิกายน 2557


อุปาทานหมู่เป็นปรากฏการณ์ทางจิตชนิดหนึ่งเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมบางอย่าง ที่เอื้อให้เกิดอุปาทานหมู่ได้ง่าย และมักเป็นวัฒนธรรมที่คนส่วนใหญ่มีความเอื้ออาทรต่อกันสูง อุปาทานหมู่มีลักษณะเด่นตรงที่ไม่อาจหาสาเหตุแน่ชัดได้ อาการที่เกิดก็มักมีความคลุมเครือ แต่มักเชื่อกันว่ามีสาเหตุมาจากอำนาจเหนือธรรมชาติ ว่ากันอุปาทานหมู่เกิดมากในเพศหญิง หรือพวกที่ใช้ยามาก ๆ เป็นต้น

อุปาทานหมู่ในต่างประเทศ มีอยู่หลายเรื่อง เช่น ในคืนวันที่ 30 ตุลาคม 1938 มีการนำนิยายวิทยาศาสตร์ เรื่อง The War of the Worlds เขียนโดย เอช.จี. เวลส์ นักเขียนชาวอังกฤษ เนื้อเรื่องเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่มนุษย์จากดาวอังคาร ส่งยานอวกาศเข้ามาโจมตีกรุงลอนดอน มาดัดแปลงเป็นละครวิทยุยาว 60 นาที โดย ออร์สัน เวลส์ ออกอากาศทางเครือข่ายซีบีเอสของสหรัฐอเมริกา ส่งผลให้เกิดความโกลาหลในหลายมลรัฐทางตะวันออก มีผู้วิจัยว่า จากจำนวนผู้ฟัง 6 ล้านคน มี 1.7 ล้านคน คิดว่าเป็นเหตุการณ์จริง ในจำนวนนี้ 1.2 ล้าน เกิดความตื่นตระหนก ประชาชนหลายคนอุปาทานว่าตนเองได้กลิ่นก๊าซลึกลับ เห็นวัตถุประหลาด เห็นแสงวูบวาบ เกิดการชุมนุม ความโกลาหลจนตำรวจต้องเข้ามาควบคุมสถานการณ์

อีกเรื่องหนึ่งเกิดขึ้นในปี 1962 เกิดโรคระบาดลึกลับในแผนกตัดเย็บเสื้อผ้าของโรงงานสิ่งทอแห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกา เมื่อสาวโรงงานกว่าหกสิบคน เกิดอาการ มึนงง คลื่นไส้อาเจียน เวียนศีรษะ เป็นลมหมดสติ บางรายถึงกับต้องเข้าโรงพยาบาล โดยมีหลายคนอ้างว่าเหตุการณ์นี้เกิดจากการถูกแมลงชนิดหนึ่งกัด ภายหลัง แพทย์และผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานสาธารณสุขได้ออกมาตรวจสอบและสรุปว่าเป็น ปรากฏการณ์อุปาทานหมู่ โดยไม่พบว่ามีแมลงที่ทำให้เกิดอาการดังกล่าว และในบรรดาคนงานทั้งหมดที่ป่วยเข้าโรงพยาบาล ไม่มีใครเลยที่มีแผลถูกแมลงกัด แพทย์เชื่อว่ามีคนงานบางคนถูกแมลงกัดแต่เพียงเล็กน้อย แต่กลับเกิดความกังวลเกินกว่าเหตุจนแสดงออกมาเป็นอาการประหลาดดังกล่าว

สำหรับสังคมไทยมักเชื่อในเรื่องของสิ่งเร้นลับ ผีสางนางไม้ ดังนั้นเวลามีข่าวอุปาทานหมู่ที่ไร ก็มักมีเรื่องของผีมากระตุ้นด้วยเสมอ อีกประการหนึ่งสังคมไทยถูกครอบด้วยคำพูดที่ว่า “ไม่เชื่ออย่าลบหลู่” ซึ่งเป็นการปิดกั้นการคิดหาเหตุผลของผู้คน ไม่ให้คิดเกินเลยไปกว่าความเชื่อของผู้ที่เชื่อ หรือศรัทธา ในเรื่องราวต่างๆ เหล่านั้น

ลักษณะเด่นของอุปาทานหมู่มักจะมีผู้เริ่มต้นหรือผู้นำ เช่น มีเด็กชักเกร็ง เป็นคนแรก จากนั้นคนในกลุ่มก็ค่อยๆ เริ่มชักตามในเวลาต่อมา ซึ่งอาจจะเกิดจากความเชื่อว่าไปละเมิดสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ในเรื่องนี้แพทย์ได้แนะนำว่าให้นำ “ผู้นำ” คือเด็กที่เริ่มชักออกจากห้อง ให้พ้นกลุ่ม แล้วปฐมพยาบาลกันไป เมื่อเด็กคนแรกถูกกั้นออกไปแล้ว สถานการณ์ก็จะค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับ ที่สำคัญไม่ควรนำดอกไม้ธูปเทียนไปขอขมา ไม่เช่นนั้นเหตุการณ์จะลุกลามออกไป เพราะเด็กในกลุ่มอาจจะรู้สึกอินตามไปได้ ในกรณีนี้ ผู้ใหญ่ต้องเข้มแข็งมั่นคงให้เด็กรู้ตัวว่าปลอดภัย ก็จะทำให้เด็กคืนความเป็นตัวเองได้เร็วขึ้น

สุขสาระ-พฤศจิกายน 2554




  • สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขพาพ (สสส.)
  • คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • สำนักจุฬาราชมนตรี
  • ศูนย์นโยบายโลกมุสลิม
  • มูลนิธิสันติชน
  • มูลนิธิรณรงค์เพื่อ
    การไม่สูบบุหรี่