พบหมอจินตนา- ริดสีดวงทวาร 



พบหมอจินตนา- ริดสีดวงทวาร


วันที่ 10 ตุลาคม 2557


อามีนะอายุ 50 ปี เธอเคยตั้งครรภ์และคลอดบุตรมาแล้ว 4 คน ในระยะ 2-3 ปีมานี้ เธอสังเกตว่ามักมีเลือดสดๆ ออกมาหลังถ่ายอุจจาระ มีอาการคันและเจ็บปวดรอบทวารหนักขณะถ่ายอุจจาระ เธอจึงไปพบแพทย์

หลังจากแพทย์ได้ซักประวัติและตรวจบริเวณทวารหนักแล้ว พบว่าเธอเป็นโรคริดสีดวงทวารหนักซึ่งมีหัวอยู่ภายในไม่เจ็บแต่มีเลือดออก และมีหัวริดสีดวงทวารขนาดใหญ่มากโผล่ออกมาบริเวณทวารหนัก จึงทำให้ไม่สามารถหดกลับเข้าไปในรูทวารหนักเองได้

“คุณเป็นโรคริดสีดวงทวารหนักซึ่งเกิดจากท้องผูก เมื่ออุจจาระก้อนใหญ่มีการเบ่งอุจจาระมาก ความดันจากการเบ่งอุจจาระสูงขึ้น จึงไปดันผนังของรูทวารหนักทำให้มีเนื้อเยื่อยื่นออกมาเป็นก้อนนูน ภายในมีกลุ่มเส้นเลือดและกล้ามเนื้อเรียกว่าเบาะรอง ทำให้เกิดเป็นริดสีดวงทวารหนักชนิดภายใน เมื่อเบาะรองจากรูทวารหนักเลื่อนลงมาเรื่อยๆ จนถึงปากทวารหนัก จะดันกลุ่มเส้นเลือดและเนื้อเยื่อของปากทวารหนักให้เลื่อนตามลงมาและเบียดออกมาด้านข้าง จนกลายเป็นเนื้อนูนที่ปากทวารหนัก ทำให้เป็นริดสีดวงทวารหนักชนิดภายนอก” แพทย์อธิบาย
"มีสาเหตุอะไรบ้างค่ะ ในการทำให้เกิดโรคริดสีดวงทวารหนัก”

แพทย์ตอบว่า “ทวารหนักเป็นส่วนที่ติดต่อออกมาจากลำไส้ มาเปิดออกภายนอกร่างกาย ทวารหนักมีความยาวประมาณ 4 เซนติเมตร โรคที่พบได้บ่อยในบริเวณนี้คือริดสีดวงทวารหนัก ซึ่งส่วนมากคนที่เป็นแล้ว ถ้าเป็นน้อยๆ จะไม่ค่อยมาพบแพทย์ มีหลายปัจจัยในการทำให้เกิดโรคนี้ ได้แก่การมีท้องผูกเรื้อรัง ท้องเสีย ถ่ายอุจจาระบ่อยๆ เบ่งอุจจาระมากเพื่อพยายามนำเอาอุจจาระก้อนสุดท้ายออกจากทวารหนัก ชอบนั่งถ่ายอุจจาระนานๆ ชอบใช้ยาสวนอุจจาระหรือยาระบายพร่ำเพรื่อ หญิงตั้งครรภ์ ภาวะตับแข็ง คนสูงวัย และไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งการที่คุณเป็นโรคนี้ อาจเกิดจากการตั้งครรภ์หลายครั้งก็ได้ จึงทำให้มีความดันในช่องท้องสูงขึ้น ดังนั้นการป้องกันไม่ให้เป็นโรคนี้ ได้แก่ การดื่มน้ำมากๆ รับประทานอาหารที่มีกากใยมากๆ หมอจะให้ยาแก้ปวด แก้อักเสบ เพื่อบรรเทาอาการปวดบริเวณทวารหนัก ให้ยาเหน็บทวารหนัก เช่น Proctosedyl (พร็อคโตซิดี) หรือ Scheriproct (เชอริพร็อกต์) เหน็บทวารหนักวันละ 1–3 ครั้ง ให้ยารับประทาน Daflon (ดาฟลอน) เพื่อช่วยลดอาการคั่งของเลือดบริเวณทวารหนัก ให้ยาช่วยระบาย และให้นั่งแช่ก้นในน้ำอุ่นนาน 15 นาทีหลังถ่ายอุจจาระทุกครั้ง หมอจะนัดคุณมาตรวจอีกครั้งในสัปดาห์หน้า”

อีกหนึ่งสัปดาห์ต่อมา อามีนะได้กลับไปพบแพทย์ตามนัด เธอเล่าอาการให้แพทย์ฟังว่า “อาการยังไม่ดีขึ้นเลยค่ะ เวลาถ่ายอุจจาระหัวริดสีดวงทวารยังคงโผล่ออกมาและไม่หดกลับเข้าไปอีก”

แพทย์อธิบายว่า “คุณเป็นริดสีดวงทวารระยะ 3–4 มีขนาดใหญ่เกินกว่าที่จะหดกลับเข้าไปได้ จะต้องทำการรักษาโดยการผ่าตัด ด้วยการดันเบาะรองที่เลื่อนลงมาให้กลับเข้าไปและเย็บแขวนไว้ ไม่ให้เลื่อนลงมาอีก ส่วนของเบาะรองที่เหลือจะถูกตัดทิ้งไปด้วยเครื่องมือตัดเย็บที่เรียกว่ hemorrhoid stapler ตัดในแนวที่สูงกว่าเส้นประสาทจึงทำให้สามารถตัดริดสีดวงทวารหนักออกหมด โดยไม่เกิดการตีบของรูทวารหนัก ไม่ค่อยมีอาการเจ็บปวดหลังผ่าตัด และไม่มีบาดแผลภายนอก” อามีนะมีอาการดีขึ้นตามลำดับ เธอกลับไปพักผ่อนที่บ้านหลังจากพักรักษาตัวในโรงพยาบาล 7 วัน โดยแพทย์ได้นัดให้มาตรวจในอีก 2 สัปดาห์ต่อมา

หมายเหตสุขสาระ - ทางที่ดีที่สุดในการป้องกันโรคริดสีดวงทวารคือ ทำให้อุจจาระไม่แข็งและผ่านไปได้โดยง่าย ได้แก่ ถ่ายโดยไวเมื่อรู้สึกปวดอุจจาระ การออกกำลังกาย เช่น การเดิน การเพิ่มอาหารที่มีเส้นใย แนะนำให้ใช้เวลาน้อยขณะเบ่งถ่าย และหลีกเลี่ยงการอ่านหนังสือขณะถ่าย

พญ.จินตนา โยธาสมุทร
สุขสาระ เมษายน 2554




  • สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขพาพ (สสส.)
  • คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • สำนักจุฬาราชมนตรี
  • ศูนย์นโยบายโลกมุสลิม
  • มูลนิธิสันติชน
  • มูลนิธิรณรงค์เพื่อ
    การไม่สูบบุหรี่