"NCDs" กลุ่มโรคที่คุณสร้างเอง


วันที่ 6 ตุลาคม 2557


เมื่อไม่นานมานี้ หลายท่านคงได้ชมโฆษณา เกี่ยวกับมหันตภัยร้ายจากกลุ่มโรค NCDs ที่เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันอย่างเคยชินของมนุษย์

โรค NCDs คืออะไร เกิดจากอะไร และมีที่มา ที่ไปอย่างไร ???

NCDs ย่อมาจาก Non Communicable Disease บางท่านอาจจะเคยได้ยินในชื่อ โรคไม่ติดต่อ หรือบางท่านอาจจะคุ้นในชื่อโรควิถีชีวิต ซึ่งถือเป็นโรคชนิดที่ไม่สามารถแพร่กระจายโรคจากคนสู่คนได้ โดยทั่วไปอาจเรียกว่า กลุ่มโรคเรื้อรัง ซึ่งหมายถึงโรคที่เกิดต่อเนื่องยาวนาน และมีการดำเนินของโรคเป็นไปอย่างช้าๆ ซึ่งแตกต่างจากโรคติดเชื้อส่วนใหญ่ ที่มักมีการดำเนินโรคอย่างรวดเร็ว กลุ่มโรค NCDs ที่สำคัญประกอบด้วย 4 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มโรคระบบหัวใจและหลอดเลือด (รวมถึงโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง) 2.กลุ่มโรคเบาหวาน 3.กลุ่มโรคมะเร็ง และ4.กลุ่มโรคระบบทางเดินหายใจเรื้อรัง (รวมถึงโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังและโรคหอบหืด)

โดยทั่วไปมักมีความเข้าใจกันว่าโรค NCDs เป็นโรคของผู้สูงอายุ แต่จากข้อมูลพบว่า ประมาณ 1 ใน 4 ของการตายด้วยโรค NCDs พบว่าเป็นการเสียชีวิต ก่อนอายุ 60 ปี โดยอาการของโรคที่เกิดขึ้นตอนสูงอายุ มักเกิดจากพฤติกรรมเสี่ยงสะสม ในช่วงวัยหนุ่มสาว ได้แก่ การสูบบุหรี่ การขาดการออกกำลังกาย ทานอาหารที่ไม่เหมาะสมหรืออาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ รวมทั้งดื่มแอลกอฮอล์มากไป

จากผลการรายงานของ แผนยุทธศาสตร์สุขภาพดี วิถีชีวิตไทย พ.ศ. 2554 - 2563 สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข พบว่า
1. คนไทยประมาณร้อยละ 76 บริโภคผักและผลไม้น้อยหรือต่ำกว่าเกณฑ์
2. คนไทยบริโภคน้ำตาลและเกลือโซเดียม เพิ่มขึ้นมากกว่าเกณฑ์
3. ในปี พ.ศ. 2551 – 2552 คนไทยที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป สูบบุหรี่ 12 ล้านคน ดื่มสุรา 23 ล้านคน และในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา คนไทยบริโภคเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพเพิ่มขึ้น 2 เท่า
4. ในปี พ.ศ. 2551 – 2552 ภาวะน้ำหนักเกินและอ้วนของคนไทย ในเด็ก 1.6 ล้านคน ผู้ใหญ่ 17.6 ล้านคน มีการใช้ยาลดความอ้วนเพิ่มขึ้น 5.5 เท่า ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดโรค NCDs อย่างมาก
5. ขาดการออกกำลังกายอย่างเหมาะสมและสม่ำเสมอ

จากรายงานการเสียชีวิตของประชากรโลกโดยองค์การอนามัยโลก ในปี ค.ศ.2008 (พ.ศ.2551) จากยอดผู้เสียชีวิตทั้งหมดในปีนั้น 57 ล้านคน ปรากฏว่า 36 ล้านคน หรือ 63% เกิดจากโรคที่ไม่ติดต่อ อันดับหนึ่ง คือ โรคหลอดเลือดหัวใจ (48% หรือ 17.28 ล้านคน) โรคมะเร็ง (21% หรือ 7.6 ล้านคน) โรคระบบหายใจเรื้อรัง (12% หรือ 4.2 ล้านคน) และโรคเบาหวาน (ที่เป็นสาเหตุโดยตรง 3.5% หรือ 1.3 ล้านคน) นอกจากนี้ประมาณ 80% ของยอดผู้เสียชีวิตของโรคไม่ติดต่อ หรือ 29 ล้าน(จาก 36 ล้าน) เกิดขึ้นในประเทศที่มีรายได้ต่ำหรือปานกลาง และมากกว่า 9 ล้านคนที่เสียชีวิตจากโรคไม่ติดต่อมีอายุน้อยกว่า 60 ปี (วัยทำงานหารายได้ให้ครอบครัว) และ 90% ของผู้เสียชีวิตเหล่านี้อยู่ในประเทศที่มีรายได้ต่ำถึงปานกลาง

สำหรับประเทศไทย พบว่า กลุ่มโรค 5 โรคที่กำลังคุกคามคนไทยอยู่อย่างรุนแรงและจำนวนมากขึ้นตลอด ทำให้คนไทยตายปีละเกือบ 100,000 คน ป่วยเข้านอนที่โรงพยาบาลเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่า ในรอบ 5 ปี โดยเฉพาะ 5 โรคที่สำคัญ คือ มะเร็ง หลอดเลือดสมอง โรคหัวใจขาดเลือด เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ทั้งนี้มีผู้เสียชีวิตจากโรคดังกล่าวมานี้ปีละ 97,900 คน โดย 2 ใน 3 มีอายุน้อยกว่า 60 ปี และในรอบ 5 ปี ตั้งแต่ พ.ศ. 2549 – 2553 มีผู้ป่วยจากโรค NCDs เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลสูงขึ้นเกือบ 2 เท่า และจากการสำรวจสภาวะสุขภาพคนไทยโดยการตรวจร่างกายครั้งที่ 4 พ.ศ. 2551 – 2552 ของสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข พบว่าคนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป เป็นเบาหวาน ร้อยละ 6.9 หรือประมาณ 3 ล้านคน และเป็นความดันโลหิตสูง ร้อยละ 21.4 หรือมากกว่า 10 ล้านคน ซึ่งถือได้ว่าทางรัฐต้องรับภาระค่าใช้จ่าย 2 โรคนี้ปีละ 126,859 ล้านบาท และที่น่าตกใจพบว่าผู้ป่วยเบาหวาน จำนวน 1 ใน 3 และผู้ป่วยความดันโลหิตสูงร้อยละ 50 ไม่รู้ว่าตัวเองป่วย ซึ่งกลุ่มนี้หากว่าไม่ได้รับการดูแลรักษา จะเสี่ยงเกิดโรคแทรกซ้อนทำให้เสียชีวิตได้สูง

ยังมีการคาดการณ์โดยองค์การอนามัยโลกว่า ใน พ.ศ. 2565 จะมีประชากรโลกเสียชีวิตอีก 25,000,000 คน มีจำนวน 19,000,000 คน หรือร้อยละ 19 มีสาเหตุจากโรค NCDs แม้ว่าทางการแพทย์จะเจริญก้าวหน้าขึ้นตลอดเวลาก็ตาม

แม้วิทยาศาสตร์ทางการแพทย์และเทคโนโลยีจะเจริญก้าวหน้าตลอดเวลา แต่เรายังยึดรูปแบบการดำเนินชีวิตที่เราเคยปฏิบัติกันมาจนเคยชิน จึงไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะทำให้เกิดโรคร้ายแรงได้มากมาย ในขณะเดียวกันก็มีวิธีป้องกันและลดความเสี่ยงที่ทำได้ไม่ยากเช่นกัน เพียงแค่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการดำเนินชีวิตให้มีความสมดุล และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเท่านั้นเอง

ฮาบีบะฮ์-เรียบเรียง
สุขสาระ กันยายน 2557

อ่านตำลึงรักษาเบาหวาน
อ่่านมะก่องข้าวรักษาเบาหวาน
อ่านสมุนไพรรักษาเบาหวาน







  • คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • สำนักจุฬาราชมนตรี
  • มูลนิธิสันติชน
  • มูลนิธิรณรงค์เพื่อ
    การไม่สูบบุหรี่