ปวดท้อง


วันที่ 24 กันยายน 2557


อีซาเป็นนักศึกษาแพทย์ปีที่ 4 กำลังจะทำการสอบเลื่อนชั้นปลายปี ด้วยการวิเคราะห์โรคในผู้ป่วยหญิงรายหนึ่ง ซึ่งมาโรงพยาบาลด้วยอาการปวดท้อง อาจารย์แพทย์ผู้ควบคุมสอบ ให้เวลาอีซาในการซักประวัติและตรวจร่างกายของผู้ป่วยรายนี้ประมาณ 30 นาที หลังจากนั้นอีซาจึงนำเสนอผลการซักประวัติและตรวจร่างกายเพื่อวิเคราะห์โรคต่ออาจารย์แพทย์ผู้ควบคุมว่า

“ผู้ป่วยหญิงไทยรายนี้อายุ 38 ปี อาชีพแม่บ้าน แต่งงานมานาน 8 ปีแล้ว ยังไม่มีบุตร มาโรงพยาบาลด้วยอาการปวดท้องแถบชายโครงขวา อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย เบื่ออาหาร น้ำหนักตัวลดลงมาประมาณ 2 เดือน เธอไม่ได้ไปพบแพทย์ เพียงแต่ไปซื้อยาแก้ปวดท้องจากร้านขายยามารับประทานเอง การตรวจร่างกายพบว่ามีตัวเหลือง ตาเหลืองเล็กน้อย คลำได้ก้อนเนื้อค่อนข้างแข็ง กดเจ็บ มีขนาดใหญ่บริเวณตับ ทำให้คิดถึงโรคเกี่ยวกับตับหรือถุงน้ำดี เช่น โรคตับอักเสบ ฝีในตับ หรือถุงน้ำดีอักเสบ”

“ผู้ป่วยรายนี้มีอาการปวดบริเวณใต้ลิ้นปี่และชายโครงซ้ายหรือไม่” อาจารย์แพทย์ถาม
“ไม่มีครับ จึงทำให้ไม่คิดถึงโรคเกี่ยวกับกระเพาะอาหาร ซึ่งจะมีอาการปวดท้องประจำบริเวณใต้ลิ้นปี่เวลาหิวหรืออิ่ม ไม่คิดถึงโรคตับอ่อนอักเสบ ซึ่งจะปวดท้องรุนแรงบริเวณใต้ลิ้นปี่ ร่วมกับอาการคลื่นไส้ อาเจียน และไม่คิดถึงโรคของม้าม ซึ่งจะมีการปวดท้องบริเวณชายโครงซ้ายและมักคลำก้อนได้ในบริเวณนี้”

อาจารย์แพทย์ถามต่อไปว่า “จะคิดถึงโรคของลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ ไส้ติ่งอักเสบ โรคไตและโรคของท่อไตหรือไม่”
“ไม่คิดถึงครับ” อีซาตอบ “...เนื่องจากถ้าปวดท้องและมีลมในท้องหรือท้องเดินจะมีการปวดท้องรอบสะดือ เนื่องจากกระเพาะอาหารและลำไส้ทำงานผิดปกติ ถ้าเป็นโรคลำไส้ใหญ่อักเสบหรือเนื้องอกในลำไส้ใหญ่จะมีอาการปวดท้องบริเวณปั้นเอวด้านขวาหรือท้องน้อยด้านซ้ายร่วมกับการถ่ายอุจจาระผิดปกติ อาจท้องผูกเป็นประจำหรือถ่ายอุจจาระเป็นเลือดและยังคลำไม่พบก้อนผิดปกติใดๆ ด้วย...ถ้าเป็นโรคไส้ติ่งอักเสบจะมีการปวดเสียดตลอดเวลารอบสะดือก่อนจะย้ายลงมาปวดบริเวณท้องน้อยด้านขวา และกดเจ็บมากบริเวณท้องน้อยด้านขวาด้วย...ถ้าเป็นโรคนิ่วในท่อไต ก้อนนิ่วในกรวยไตจะมีอาการปวดเกร็งๆ เป็นระยะๆ บริเวณปั้นเอวด้านขวา และปวดร้าวลงมาที่ขา...ถ้าเป็นโรคกรวยไตอักเสบ จะมีการปวดบริเวณปั้นเอวด้านขวาหรือด้านซ้าย ร่วมกับการปวดหลัง มีไข้ หนาวสั่น และปัสสาวะขุ่น”

อาจารย์แพทย์ถามอีกว่า “ผู้ป่วยรายนี้มีอาการปวดบริเวณท้องน้อยหรือไม่”
“ไม่มีครับ...จึงทำให้ไม่นึกถึงโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ หรือนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ...เนื่องจากไม่มีถ่ายปัสสาวะกะปริดกะปรอย ไม่มีปวดเวลาถ่ายปัสสาวะ...ไม่นึกถึงโรคปีกมดลูกอักเสบ โรคมดลูกอักเสบ เนื่องจากไม่มีไข้สูง หนาวสั่น ไม่มีตกขาว...ไม่คิดถึงเนื้องอกในมดลูก เนื่องจากไม่มีอาการปวดท้องเรื้อรัง และคลำไม่พบก้อนผิดปกติบริเวณมดลูก...ไม่คิดถึงรังไข่ผิดปกติ เนื่องจากคลำไม่พบก้อนผิดปกติในบริเวณนี้ และไม่คิดถึงอาการปวดประจำเดือน เนื่องจากไม่มีอาการปวดท้องน้อยเกร็งขณะมีประจำเดือน”

นักศึกษาแพทย์อีซาสามารถผ่านการสอบเลื่อนชั้นได้ด้วยคะแนนดี เนื่องจากเมื่อผู้ป่วยรายนี้ได้รับการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการด้วยการเจาะเลือด ตรวจปัสสาวะ เอกซเรย์ทรวงอกและหน้าท้อง อัลตร้าซาวด์หน้าท้องแล้ว พบว่ามีฝีในตับซึ่งจะต้องได้รับการเจาะเอาหนองออกมาตรวจหาเชื้อ เพื่อใช้ยาฆ่าเชื้อให้เหมาะสมต่อไป

โดย พญ.จินตนา โยธาสมุทร
สุขสาระ มกราคม 2554




  • คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • สำนักจุฬาราชมนตรี
  • มูลนิธิสันติชน
  • มูลนิธิรณรงค์เพื่อ
    การไม่สูบบุหรี่