บะหมี่สำเร็จรูป


วันที่ 16 กันยายน 2557


บะหมี่สำเร็จรูปที่คนทั่วโลกรู้จักกันดี เกิดขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่สองเมื่อญี่ปุ่นแพ้สงคราม เกิดภาวะขาดแคลนอาหาร สหรัฐอเมริกาได้บริจาคแป้งสาลีจำนวนมาก “นายโมโมฟุกุ อันโด” ผู้ก่อตั้งบริษัทนิชชิน ประเทศญี่ปุ่นได้คิดนำแป้งสาลีมาแปรรูปเป็นเส้นบะหมี่แห้ง โดยมีขั้นตอนที่ต้องผ่านการแช่ในน้ำซุปปรุงรส หลังจากนั้นจะนำมาทอดด้วยน้ำมันที่ร้อนจัด และนำมาผึ่งให้แห้งเพื่อที่จะได้เก็บไว้ได้นานๆ นำมากินได้ด้วยการเติมน้ำร้อนลงไปในถ้วยบะหมี่

ยอดขายบะหมี่สำเร็จรูปทั่วโลกพุ่งสูงถึง 6,500 ล้านซองต่อปี แนวโน้มการบริโภคบะหมี่สำเร็จรูปที่พุ่งสูงมากขึ้นทุกขณะ ทำให้หน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคเริ่มส่งเสียงเตือนผู้บริโภค เพราะมีข้อมูลยืนยันอย่างชัดเจนว่า บะหมี่สำเร็จรูปไม่มีคุณค่าทางโภชนาการ และอาจเกิดอันตรายต่อสุขภาพ ในปี 2548 คาดว่าคนไทยบริโภคบะหมี่สำเร็จรูปขนาดบรรจุซอง 60 กรัม มากถึง 2,000 ล้านซอง คิดเป็นเงิน 9,500 ล้านบาท

สมาคมผู้บริโภคแห่งประเทศออสเตรเลีย ระบุว่า บะหมี่สำเร็จรูป 1 ซองมี “ไขมัน” มากพอๆ กับ “อาหารขยะ” เช่น มันฝรั่งทอด 1 ห่อเล็ก หรือ พิซซ่า 1 ชิ้นเล็ก และยังมีปริมาณโซเดียมที่สูงกว่าอาหารขยะอีกด้วย นอกจากนี้ยังพบว่า “น้ำมัน” ที่ใช้ทอดบะหมี่สำเร็จรูปมักเป็นน้ำมันพืชราคาถูก ซึ่งมีคุณสมบัติแตกตัวเป็น "กรดไขมันชนิดทรานส์" ที่เป็นสาเหตุหนึ่งที่กระตุ้นให้เกิดโรคหัวใจ นั้นเท่ากับว่า ร่างกายจะไม่ได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์จากการบริโภคบะหมี่สำเร็จรูปเลย นอกจากอาหารไร้โปรตีนที่เต็มไปด้วยไขมัน, แป้งคาร์โบไฮเดรต, สารเคมี, ผงชูรส และโซเดียม ซึ่งเป็นภัยเงียบตัวสำคัญที่ซ่อนอยู่ในซองเครื่องปรุงรส

บัญชีสารอาหารกำหนดว่า คนไทยควรบริโภคโซเดียมไม่เกิน 2,400 มิลลิกรัมต่อวัน แต่ขณะนี้คนไทยบริโภคโซเดียมมากกว่ากำหนดไปแล้ว โดยเฉพาะบะหมี่แบบซอง “ใหญ่” จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคความดันโลหิตสูง, โรคหัวใจ และทำให้ไตทำงานหนัก

เว็บไซต์ข่าวการแพทย์ของสหรัฐฯ เตือนว่า คนที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง, ผู้ป่วยเป็นโรคหัวใจ, ผู้ที่กินยาขับปัสสาวะ และยารักษาอาการซึมเศร้าบางชนิดไม่ควรรับประทานบะหมี่สำเร็จรูปโดยเด็ดขาด เพราะมีโซเดียมกับผงชูรสสูง ในกรณีของผู้ที่แพ้ผงชูรสเมื่อรับประทานเข้าไป อาจเกิดอาการเหนื่อยอ่อน, ปวดหัว หรือมีไข้

นอกจากนี้ยังมีข้อสงสัยบางประการ ได้แก่ การที่บะหมี่สำเร็จรูปใส่สี, ใส่สารทำให้กรอบ และผงชูรสในปริมาณมากๆ รวมทั้งถูกทอดในน้ำมันที่อาจจะผ่านการทอดซ้ำหลายๆ ครั้ง อาจจะทำให้เกิดการสะสมของสารก่อมะเร็งขึ้นมาได้

สภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันกับอุปนิสัยที่เคยชินกับการบริโภคบะหมี่สำเร็จรูป ทำให้การละเลิกบริโภคสินค้าชนิดนี้เป็นไปได้ยาก และเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ ควรต้มบะหมี่ให้สุก อย่ากินเปล่าๆ โดยไม่เติมน้ำ เพราะบะหมี่จะเข้าไปพองในกระเพาะอาจทำให้เกิดอาการจุกแน่นได้ และควรใส่ไข่, ผัก หรือเนื้อสัตว์ลงไปด้วยทุกครั้ง เพื่อเพิ่มสารอาหารและป้องกันไม่ให้ร่างกายได้รับโซเดียมมากเกินไป

ควรเลือกซื้อบะหมี่สำเร็จรูปที่เขียนว่า เพิ่มสารไอโอดีน, ธาตุเหล็ก และวิตามินเอ ไว้หน้าซอง เมื่อต้มเสร็จแล้วให้เทน้ำซุปออกสักครึ่งหนึ่งเพื่อลดปริมาณสารเคมีที่ไม่พึงประสงค์ในน้ำซุป ข้อสำคัญคืออย่ากินเกินวันละ 1 ซอง และอย่าตามใจปาก ถ้าไม่หิวก็ไม่ควรฉีกกินเล่น จะติดเป็นนิสัย เพื่อป้องกันโรคที่เกิดกับไต และโรคความดันโลหิต

สุขสาระ มีนาคม 2551




  • คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • สำนักจุฬาราชมนตรี
  • มูลนิธิสันติชน
  • มูลนิธิรณรงค์เพื่อ
    การไม่สูบบุหรี่