บุหรี่ใบจาก


วันที่ 14 กันยายน 2557


ปัจจุบัน บุหรี่ใบจากหรือบุหรี่มวนเองกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากบุหรี่มวนเองมีราคาถูกกว่าบุหรี่ที่ผลิตจากโรงงานมาก และมีการปรุงใบยาให้มีกลิ่นต่างๆ ตามความนิยมของผู้บริโภค ซึ่งในบางครั้งมีการนำเอายาเส้นสำหรับบรรจุไปป์มาผสมเพื่อให้มีกลิ่นหอมมากยิ่งขึ้น

จากการสำรวจพฤติกรรมของผู้ที่สูบบุหรี่ของไทยพบว่าบุหรี่ที่สูบร้อยละ 50.0 เป็นบุหรี่มวนเอง อีกร้อยละ 46.2 เป็นบุหรี่ผลิตในประเทศ และที่เหลือร้อยละ 3.8 เป็นบุหรี่ที่ผลิตจากต่างประเทศ บุหรี่ใบจากซึ่งเป็นหนึ่งในบุหรี่มวนเองและเป็นบุหรี่ยอดนิยมตั้งแต่สมัยรุ่นคุณปู่คุณตากลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งหนึ่ง โดยเฉพาะในต่างจังหวัด ซึ่งเป็นผลมาจากการที่รัฐบาลขึ้นภาษีสรรพสามิตบุหรี่โรงงาน ทำให้ราคาบุหรี่โรงงานมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ในขณะที่ค่าครองชีพก็มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน พฤติกรรมการสูบบุหรี่ของผู้ที่ติดบุหรี่จึงเปลี่ยนไปโดยหันไปสูบบุหรี่มวนเองมากขึ้น โดยเฉพาะบุหรี่ใบจาก เพราะหาได้ง่ายในท้องถิ่นและมีราคาถูกกว่าบุหรี่โรงงาน

ประเด็นที่น่าสนใจคือ ผู้ที่สูบบุหรี่บางส่วนไม่ได้ลดปริมาณการสูบบุหรี่ แต่หันไปสูบบุหรี่มวนเองทดแทน เนื่องจากราคาถูก และคิดว่าไม่มีอันตรายเท่ากับการสูบบุหรี่ที่ผลิตจากโรงงาน ซึ่งนับว่าเป็นจุดอ่อนที่ต้องเร่งแก้ไข นอกจากนี้ ความนิยมบุหรี่ใบจากที่เพิ่มขึ้นนี้จะทำให้ไทยต้องพึ่งพาการนำเข้าใบจากมากขึ้น ซึ่งทำให้เกิดการขยายตัวของมูลค่าการนำเข้าใบจากเพื่อมวนบุหรี่ จึงเห็นได้ว่านอกจากการสูบบุหรี่ใบจากจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพของคนไทยแล้ว ยังทำให้ไทยต้องสูญเสียเงินตราต่างประเทศเพิ่มขึ้นอีกด้วย

ปัจจุบันผู้ที่สูบบุหรี่มวนเองส่วนใหญ่คิดว่าการสูบบุหรี่มวนเองนั้นนอกจากจะสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในการสูบบุหรี่แล้ว ในส่วนของกลิ่นนั้นไม่น่ารังเกียจเหมือนกับบุหรี่จากโรงงาน เนื่องจากสามารถเลือกกลิ่นได้โดยเลือกประเภทของยาเส้นที่นำมามวน อีกทั้งมีความเชื่อกันว่าคนรุ่นปู่รุ่นตาไม่ได้เสียชีวิตเพราะโรคจากการสูบบุหรี่เลย อย่างไรก็ตาม ทางการแพทย์ยืนยันว่าอันตรายจากบุหรี่ชนิดใดก็เหมือนกัน เป็นตัวก่อให้เกิดโรคเหมือนกัน มีอันตรายเช่นเดียวกัน การนำเอาควันหรือสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในระบบทางเดินหายใจนั้นไม่มีประโยชน์ใดๆ กับร่างกายเลย

ประเด็นที่น่าจะช่วยลดปริมาณการสูบบุหรี่มวนเองก็คือ การเก็บภาษีสรรพสามิตบุหรี่มวนเองเพิ่มขึ้น ทั้งนี้เพื่อให้ช่วงห่างระหว่างราคาบุหรี่มวนเองและบุหรี่โรงงานลดลง เนื่องจากในปัจจุบันบุหรี่ที่ผลิตจากโรงงานต้องเสียภาษีสรรพสามิตสูงถึงร้อยละ 80 ซึ่งเมื่อคำนวณแล้วโดยเฉลี่ยบุหรี่โรงงานต้องเสียภาษีสรรพสามิตประมาณ 14-15 บาทต่อซอง ในขณะที่บุหรี่มวนเองที่ใช้ใบยาท้องถิ่นนั้นไม่ต้องเสียภาษี แต่ถ้าเป็นบุหรี่มวนเองที่ใช้ใบยานำเข้านั้นต้องเสียภาษีเฉลี่ยประมาณ 0.016 บาทต่อซอง ดังนั้น จึงควรบังคับให้บุหรี่มวนเองต้องเข้ามาอยู่ภายใต้ข้อกำหนดต่างๆ เช่นเดียวกับบุหรี่โรงงาน โดยเฉพาะต้องติดคำเตือนถึงอันตรายต่อสุขภาพ การแสดงส่วนผสมต่างๆ การโฆษณา และการส่งเงินเข้ากองทุนสุขภาพ ทั้งนี้เพื่อให้ผู้สูบบุหรี่ตระหนักถึงอันตรายของบุหรี่มวนเองเช่นเดียวกับบุหรี่จากโรงงาน ซึ่งจะส่งผลให้ปริมาณการสูบบุหรี่มวนเองลดลง และจะทำให้ปริมาณการนำเข้าใบจากสำหรับมวนบุหรี่ลดลงด้วย

เอนก ขันศรีทรง-เรียบเรียง
สุขสาระ กุมภาพันธ์ 2551
ภาพอินเทอร์เน็ต




  • คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • สำนักจุฬาราชมนตรี
  • มูลนิธิสันติชน
  • มูลนิธิรณรงค์เพื่อ
    การไม่สูบบุหรี่