ผักแผว


วันที่ 4 กันยายน 2557


ปัจจุบันสมุนไพรนับว่าเป็นพืชที่ทุกคนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากสมุนไพรมีประโยชน์และสรรพคุณต่าง ๆ มากมาย อีกทั้งยังสามารถหารับประทานได้ง่ายตามสวนครัวเพาะปลูกและเจริญเติบโตได้ง่ายอีกด้วย ดังนั้น ฉบับนี้จึงขอแนะนำสมุนไพรอีกชนิดหนึ่งที่มีสรรพคุณน่าสนใจมากและหาทานได้ไม่ยาก นั้นก็คือ “ผักแพว” สำหรับลักษณะทั่วไปของต้นผักแพวมีดังนี้

ผักแพว เป็นผักพื้นบ้านที่มีลักษณะลำต้นคล้ายต้นไผ่ มีข้อตามต้นเหมือนปล้องไม้ไผ่ มีใบยาวรี ปลายแหลมเหมือนใบไผ่ ผักแพวเป็นสมุนไพรที่มีแหล่งกำเนิดในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบได้ง่ายตามแอ่งน้ำต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นห้วย, หนอง, คลอง, บึง หรือตามโคนต้นไม้ใหญ่ ซึ่งจะเจริญเติบโตได้ดี สมัยก่อนผักแพวไม่ค่อยมีการซื้อขายกัน เพราะส่วนใหญ่ไปเก็บเอาตามธรรมชาติหรือไม่ก็ขอจากสวนครัวเพื่อนบ้าน เพราะว่าผักแพวปลูกง่าย โตเร็ว ชอบอากาศเย็น จึงเจริญเติบโตได้ดีในช่วงฤดูหนาวและในช่วงฤดูร้อนต้นจะเจริญเติบโตช้าบางครั้งอาจจะแห้งตายได้ แต่ในปัจจุบันผักแพวมีขายตามท้องตลาดมากขึ้น ซึ่งแม่บ้านสามารถหาซื้อได้สะดวกและง่ายยิ่งขึ้น ผักแพวมีชื่อเรียกแตกต่างกันไป ตามแต่ละท้องถิ่น เช่น ภาคอีสานเรียกว่าผักแพ้ว, ผักพริกม้า จังหวัดนครราชสีมาเรียกว่า ผักจันทน์โฉม ภาคเหนือเรียกว่า ผักไผ่ ชาวอยุธยา เรียกว่า หอมจันทร์ ส่วนชื่อ ผักแพวนี้เป็นชื่อเรียกของชาวจังหวัดอุดรธานี

ประโยชน์ของผักแพวที่แต่ละท้องถิ่นนำมาใช้ส่วนใหญ่แล้วไม่แตกต่างกันมากนัก เนื่องจากว่าสรรพคุณของผักแพวที่มีกลิ่นหอมฉุนและรสเผ็ดเล็กน้อย สามารถช่วยดับกลิ่นคาวของเนื้อสัตว์ได้ คนไทยส่วนใหญ่จึงนิยมกินผักแพวเป็นผักสดแกล้มกับน้ำพริก ในส่วนของภาคใต้นิยมนำผักแพวมาใส่เป็นเครื่องเคียงในข้าวยำ หรือนำมาปรุงอาหารจานเผ็ดประเภทลาบ, ก้อย, ต้มเผ็ด เป็นต้น ทางภาคเหนือนิยมนำมาใส่ต้มยำ และอาหารประเภทลาบ ซึ่งถ้าขาดผักแพวแล้วถือว่าไม่ใช่ลาบทางภาคเหนือเลยทีเดียว นอกจากนี้ผักแพวยังเป็นพืชที่นิยมมากในประเทศเวียดนาม ซึ่งถือเป็นหนึ่งในพืชสมุนไพรหลายชนิดที่ทำให้อาหารเวียดนามมีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ เช่น กินเป็นผักสด, แหนมเนือง, เปาะเปี๊ยะสดเวียดนาม และกุ้งพันอ้อย และไม่เพียงแต่ประเทศเวียดนามเท่านั้น ในประเทศสิงคโปร์และประเทศมาเลเซียผักแพวก็จัดได้ว่าเป็นส่วนประกอบสำคัญในการทำหลักซา เป็นซุปรสเผ็ดร้อนซึ่งเป็นอาหารที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวสิงคโปร์นั้นเอง ในประเทศสิงคโปร์และประเทศมาเลเซีย เรียกผักแพวว่า “ต้นหลักซา”

ผักแพวถ้าจะแยกประโยชน์ในส่วนของใบและยอดอ่อน ไม่เพียงแต่ช่วยดับกลิ่นคาวของเนื้อสัตว์ได้ แต่ยังมีสรรพคุณทางยาอีกด้วยคือ ช่วยขับลม, แก้ท้องอืด, ท้องเฟ้อ และให้คุณค่าทางโภชนาการไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะใบและยอดอ่อนของผักแพวอุดมไปด้วยฟอสฟอรัส, แคลเซียม, วิตามินเอและซี มีไฟเบอร์สูง จึงช่วยให้ขับถ่ายได้คล่อง นอกจากนี้ส่วนอื่น ๆ ของผักแพวก็ยังมีสรรพคุณต่าง ๆ อีก เช่น ดอก ใช้ขับเหงื่อ รักษาโรคปอด ส่วนรากใช้แก้โรคกระเพาะอาหาร, ปวดกระดูก, ปวดข้อ เป็นต้น นอกจากนี้ผักแพวยังสามารถนำมาคั้นแล้วผสมกับแอลกอฮอล์ ทาแก้กลาก, เกลื้อนได้อีกด้วย เห็นประโยชน์และสรรพคุณของผักแพวมากมายอย่างนี้แล้ว อย่าลืมหันมารับประทานผักสมุนไพรกันเยอะๆ เพื่อสร้างสุขภาพที่ดีต่อตัวเราเอง

กัลยาณา-เรียบเรียง
สุขสาระ มกราคม 2551
ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต




  • คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • สำนักจุฬาราชมนตรี
  • มูลนิธิสันติชน
  • มูลนิธิรณรงค์เพื่อ
    การไม่สูบบุหรี่