สมุนไพรช่วยระบายท้อง


วันที่ 1 กันยายน 2557


ท้องผูกทำอย่างไรดี? อึดอัดจังเลยใครมีอาหารแก้ท้องผูก มีสมุนไพรช่วยระบายท้อง บอกกันบ้าง ท้องผูกบ่อยๆ เดี๋ยวจะพาลเป็นริดสีดวงทวารไป... ใครกำลังทุกข์ทรมานกับโรคฮิตที่เกิดขึ้นได้ในชีวิตประจำวันแบบนี้ มาดูวิธีแก้ท้องผูกกันเลย

ผู้รู้บอกว่า คนที่ท้องผูกนั้นจะถ่ายอุจจาระน้อยผิดปกติ คือประมาณ 3 ครั้งต่อสัปดาห์เท่านั้น และอุจจาระนั้นจะเป็นก้อนแข็งขึ้น หรือเป็นก้อนที่เล็กลง โดยทั่วไปแล้วเราจะพบผู้หญิงมีอาการท้องผูกมากกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะผู้หญิงวัยกลางคนขึ้นไป และอีกกลุ่มหนึ่งที่พบบ่อยก็คือกลุ่มคนอายุ 60-65 ปีขึ้นไป อาการท้องผูกมักส่งผลกระทบต่อจิตใจ ก่อให้เกิดการวิตกกังวล ไม่มั่นใจในตนเอง จิตใจไม่แจ่มใส

ท้องผูกเกิดจากอะไร อันดับแรกก็คือ เกิดจากการ "กิน" ที่หลายคนไม่ชอบทานผักผลไม้ ชอบทานแต่เนื้อสัตว์ ไขมัน หรือแป้งมากเกินไป อันดับต่อมาก็คือ ความเคร่งเครียดในชีวิตประจำวัน การนั่งรถนาน การเดินทางไกล นอกนั้นก็มีจากการใช้ยาบางประเภท รวมทั้งโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน มะเร็ง เป็นต้น

มีพืชสมุนไพรที่มีฤทธิ์ช่วยย่อยอาหารมาแนะนำ ได้แก่ มะละกอ สับปะรด ฟักทอง ข้าวเจ้า และมะขามแขก เป็นต้น ส่วนพืชที่มีฤทธิ์เป็นยาระบายได้แก่ ชุมเห็ดเทศ มะขามแขก ว่านหางจระเข้ แมงลัก ขี้เหล็ก และมะเกลือ เป็นต้น

สำหรับผู้สูงอายุที่มีอาการท้องผูกประจำ ขอแนะนำ มะขามแขก เพราะมะขามแขกมีฤทธิ์เป็นยาระบายเช่นกัน โดยใช้ใบแห้ง 1-2 หยิบมือ หรือ ใช้ฝัก 4-5 ฝัก หักเป็นชิ้นเล็ก ๆ ต้มกับน้ำ 1 ถ้วย นาน 15 นาที ดื่มก่อนนอน ข้อควรระวัง ไม่ควรรับประทานมะขามแขกติดต่อกันนานเกินไป เพราะจะทำให้ขาดธาตุโปแตสเซียม และทำลายระบบประสาทที่ควบคุมการบีบตัวของลำไส้ ควรใช้รักษาอาการท้องผูกเป็นครั้งคราวเท่านั้น

ยังมีขี้เหล็กที่เหมาะกับผู้สูงอายุเช่นกัน ขี้เหล็กเป็นสมุนไพรมีฤทธิ์กระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ใหญ่ ช่วยให้การขับถ่ายดีขึ้นเหมาะสำหรับผู้สูงอายุซึ่งมักจะนอนไม่หลับ รับประทานอาหารไม่ได้ และมีอาการท้องผูก ให้นำใบอ่อนหรือดอกตูมมาประกอบอาหารรับประทาน หรือจะนำใบขี้เหล็ก 4-5 กำมือ มาต้มกับน้ำพอท่วม แล้วดื่มก่อนนอนก็ได้ แต่ก็มีข้อควรระวังไม่ให้ใช้บ่อย เพราะอาจส่งผลข้างเคียงได้เช่นกัน

มะขามเปียก นำมาขยำกับน้ำสุกประมาณ 3 แก้ว จะได้น้ำมะขามข้น ๆ เติมเกลือลงไป 1 ช้อนกาแฟ แล้วดื่มให้หมดก่อนนอนสัก 1-2 ชั่วโมง จะช่วยทำให้ถ่ายง่าย หรือหากไม่ได้ท้องผูกมาก ๆ ก็นำมะขามเปียกแกะเมล็ดแล้วมาจิ้มเกลือกินสัก 5-10 ฝัก แล้วดื่มน้ำตามมาก ๆ ก็ช่วยได้

เม็ดแมงลัก ตักออกมาสัก 2 ช้อนชา แช่ในน้ำเปล่า 1 แก้ว (250 ซีซี) ให้พองตัวเต็มที่ แล้วค่อยดื่มช่วงก่อนนอน จะช่วยให้ขับถ่ายได้ง่ายขึ้น เพราะแมงลักมีเมือกหล่อลื่น ช่วยให้อุจจาระอ่อนตัว แต่อย่างไรก็ตาม ต้องรอให้แมงลักพองตัวเต็มที่เท่านั้นจึงทานได้ หากเม็ดแมงลักยังพองตัวไม่เต็มที่แล้วเราทานเข้าไป เม็ดแมงลักจะไปดูดน้ำจากกระเพาะอาหารและลำไส้ ทำให้อุจจาระแข็งและอุดตันเกิดอาการท้องผูกมากขึ้น

กล้วยน้ำว้าสุก เป็นผลไม้ที่มีสารเพคตินสูง ช่วยเพิ่มกากอาหาร และยังมีเมือกลื่นทำให้ขับถ่ายได้สะดวกขึ้น ควรทานทุกวัน ๆ ละ 2-4 ผล

มะเฟือง ผลไม้รสเปรี้ยวชนิดนี้สามารถบรรเทาอาการท้องผูกได้เช่นกัน เพราะมีฤทธิ์เป็นยาระบาย และยังช่วยลดกรดในกระเพาะอาหารด้วย โดยให้ทานมะเฟือง 2-3 ลูก ขณะท้องว่าง

ชุมเห็ดเทศ เป็นสมุนไพรไทยที่มีฤทธิ์เป็นยาระบายชั้นเลิศอีกหนึ่งตัว โดยให้ใช้ดอกสดมาต้มจิ้มกินกับน้ำพริก หรือนำใบสดไปหั่นตากแห้ง แล้วนำไปต้มดื่มเป็นน้ำชาก็ได้

ยังมีกะหล่ำปลี มีใยอาหารหรือไฟเบอร์สูง จะช่วยกระตุ้นระบบการย่อยอาหาร กระตุ้นลำไส้ใหญ่ ช่วยในเรื่องระบบขับถ่ายได้เป็นอย่างดี

อย่างไรก็ตามที่ดีที่สุดของการดูแลสุขภาพก็คือ การหันมากินอาหารที่มีเส้นใยเพิ่มขึ้น กินผักผลไม้ให้มากขึ้น ดื่มน้ำให้พอเพียง ที่สำคัญ ออกกำลังกายเป็นประจำ

สุขสาระ มิถุนายน 2557




  • สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขพาพ (สสส.)
  • คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • สำนักจุฬาราชมนตรี
  • ศูนย์นโยบายโลกมุสลิม
  • มูลนิธิสันติชน
  • มูลนิธิรณรงค์เพื่อ
    การไม่สูบบุหรี่