ผักเหลียง


วันที่ 28 สิงหาคม 2557


“ผักเหลียง”ผักพื้นบ้านซึ่งเป็นที่กล่าวขานและได้รับความนิยมกันมากในภาคใต้ จัดเป็นผักพื้นบ้านประเภทไม้ยืนต้นขนาดกลางสูงประมาณ 1-2 เมตร มีใบเรียวยาว มีมากในแถบจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง และแทบทุกจังหวัดในภาคใต้ ถือว่าเป็นผักประจำถิ่นใต้เลยก็ได้

คุณผู้อ่านค่ะ ผักต้นเดียวสามารถเรียกชื่อได้หลากหลายค่ะ เช่น พังงา ภูเก็ต กระบี่ เรียกว่า "ผักเหมียง" สุราษฎร์ฯ เรียกว่า "ผักเขรียง" ส่วนทางชุมพร ระนอง ประจวบฯ เรียกว่า "ผักเหลียง" ดั้งเดิมของผักเหลียงขึ้นอยู่ตามป่าเขา ที่ราบ บางครั้งก็เห็นขึ้น เคียงข้างกับต้นสะตอและต้นยาง ลักษณะของ ผักเหลียงที่อร่อย คนใต้เขาแนะนำว่าให้เลือก ใบที่เป็น “เพลาด” คือไม่อ่อนหรือไม่แก่จนเกินไป ใบจะออกรสมันและหวานนิดๆ ว่ากันว่าถ้าจะกินผักเหลียงที่มีรสหวานอร่อย จะต้องเป็นผักเหลียงที่ขึ้นในร่ม หรือไม่ก็ต้องหลังฤดูฝนไปแล้ว เพราะเป็นช่วงที่ผักเหลียงเริ่มแตกใบใหม่ หลังจากที่ทราบข้อมูลเกี่ยวกับผักเหลียงกันแล้ว ลองมาดูกันสิว่าเจ้าผักพื้นบ้านชนิดนี้สามารถนำไปปรุงอาหารอะไรได้บ้าง

เมนูแรกที่แนะนำ คือ ไข่เจียวผักเหลียง สามารถนำผักเหลียงที่เป็นยอดอ่อนๆ มาใส่ในไข่เจียวได้ ผักเหลียงผัดไข่ก็มีรสชาติที่ชวนเจริญอาหารเช่นกัน ส่วนแกงเลียงผักรวมก็ลองใส่ผักเหลียงเป็นส่วนหนึ่งผสมรวมกับผักชนิดอื่นๆ ก็น่าลองชิม และอีกเมนูที่แนะนำคือสามารถนำมาเป็นผักรองห่อหมกได้รสอร่อยไม่แพ้ผักชนิดอื่นเลยทีเดียวค่ะ นอกจากนี้คุณผู้อ่านยังสามารถนำมาประยุกต์กับเมนูอื่นๆได้ตามชอบ

รายงานการศึกษาข้อมูลจากภาควิชาอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ระบุว่า ผักเหลียงร้อยกรัมหรือหนึ่งขีดไม่รวมก้านให้เบต้าแคโรทีน สูงถึง 1,089 ไมโครกรัมหน่วยเรตินัล สูงกว่าผักบุ้งจีนสามเท่ามากกว่าผักบุ้งไทย 5-10 เท่า และผักเหลียงมีเบต้าแคโรทีนมากกว่าใบตำลึงเสียด้วยซ้ำ ผักที่ถือว่าเป็นสุดยอดของแหล่งเบต้าแคโรทีนอีกชนิดหนึ่งคือแครอท ก็ไม่ได้มีเบต้าแคโรทีนมากไปกว่าผักเหลียงเลย

เบต้าแคโรทีน เป็นสารตั้งต้นของ วิตามินเอ (โปรวิตามินเอ) มีบทบาทสำคัญในการรักษาสุขภาพและเพิ่มระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ทั้งนี้ โดยปกติร่างกายของมนุษย์เราสามารถเปลี่ยนเบต้าแคโรทีนไปเป็นวิตามินเอได้ตามปริมาณที่ร่างกายต้องการ นอกจากนี้ยังทำหน้าที่เสมือนเป็นสารต้านอนุมูลอิสระด้วย เบต้าแคโรทีนเป็นสารสีส้ม แต่กลับมองไม่เห็นสีส้มในผักเหลียง ก็เพราะมันถูกสีเขียว ของใบผักปกปิดไว้จนหมด กินผักเหลียงจึงให้ทั้งคุณค่าของเบต้าแคโรทีนและสารพฤกษเคมีจากผักใบ และผักเหลียงยังให้คุณค่าของแคลเซียมและฟอสฟอรัสช่วยบำรุงกระดูก ทราบกันแล้วนะค่ะว่าเจ้าผักพื้นบ้านชนิดนี้มีคุณค่าทางอาหารมากมายเลยทีเดียว

รู้จักเจ้าผักพื้นบ้านชนิดนี้กันแล้ว เย็นนี้ไปเดินตลาดก็อย่าลืมหาซื้อมาปรุงอาหารเพื่อเสริมคุณค่าทางอาหารและชวนเจริญอาหารหรือเป็นเมนูชวนชิมให้กับสมาชิกทุกคนในครอบครัวของคุณผู้อ่านกันนะค่ะ..แต่สำหรับคุณผู้อ่านที่อยู่ภาคอื่น..ถ้าแวะภาคใต้เมื่อใดอย่าลืมมาชิมผักเหลียงกันนะค่ะ..

ดินสอไม้-เรียบเรียง
สุขสาระ พฤษภาคม 2557




  • สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขพาพ (สสส.)
  • คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • สำนักจุฬาราชมนตรี
  • ศูนย์นโยบายโลกมุสลิม
  • มูลนิธิสันติชน
  • มูลนิธิรณรงค์เพื่อ
    การไม่สูบบุหรี่