ความดันสูงต้องเลิกบุหรี่


วันที่ 9 พฤษภาคม 2557


ความดันโลหิตสูง ต้องเลิกสูบบุหรี่

ข้อมูลจากมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ระบุว่า ผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงมีสิ่งที่จำเป็นต้องปฏิบัตินั้นก็คือ การปฏิบัติตัวและการกินยาตามที่แพทย์สั่ง เพื่อคุมความดันให้ใกล้ระดับปกติมากที่สุด เพื่อป้องกันและชะลอการเกิดโรคแทรกซ้อนอันได้แก่- โรคเส้นเลือดหัวใจตีบ หัวใจวาย หัวใจโต และหัวใจล้มเหลว- โรคเส้นเลือดสมองตีบ หรือแตก ซึ่งทำให้เกิดอัมพฤกษ์หรืออัมพาต- โรคไตวาย

ต้องยืนยันกันเลยว่า ถ้าคุณเป็นความดันโลหิตสูงและสูบบุหรี่ โรคแทรกซ้อนที่กล่าวแล้ว จะยิ่งเกิดเร็วขึ้นอีก 2-3 เท่า อันเป็นผลจากสารพิษต่าง ๆ ในควันบุหรี่ที่ทำให้
- ความดันโลหิตสูงขึ้น 5 - 10 มิลลิเมตรปรอท- เลือดมีความเข้มข้น และมีความหนืดมากขึ้น– ชีพจรเต้นเร็วขึ้น
– ออกซิเจนไปเลี้ยงหัวใจลดลง– เกล็ดเลือดเกาะตัวกันง่ายขึ้น- เกิดการอักเสบของผนังเส้นเลือด ทำให้หลอดเลือดแข็งตัวเร็วขึ้น- ไขมันในเลือดชนิดไม่ดี (LDL) เพิ่มขึ้น- ไขมันในเลือดชนิดดี (HDL) ลดลง

แล้วคุณทราบหรือไม่ว่าความเสียหายต่อเส้นเลือดของคุณที่เกิดขึ้นนี้ เกิดขึ้นทั้งที่หัวใจ สมอง ไต และอวัยวะอื่น ๆ ทำให้โรคแทรกซ้อนเกิดเร็วขึ้น ข้อสำคัญก็คือ แม้ว่าคุณจะคุมความดันด้วยยาได้“แต่”การสูบบุหรี่ก็จะทำให้เกิดความผิดปกติของระบบไหลเวียนโลหิตและความผิดปกติของไขมันในเลือด ซึ่งจะทำให้เส้นเลือดเสื่อมเร็วขึ้น ตีบตันเร็วขึ้น จนเกิดโรคหัวใจ สมองเสื่อม และไตวายเร็วขึ้นกว่าผู้ป่วยความดันสูงที่ไม่สูบบุหรี่ซึ่งแน่นอนการเปลี่ยนไปสูบบุหรี่ก้นกรองหรือบุหรี่รสอ่อน (ไลท์, ไมล์ด) ไม่ได้ลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจและถ้าคุณสามารถเลิกบุหรี่ได้ นั้นก็จะเกิดผลดีกับคุณดังต่อไปนี้
- ความดันของคุณจะรักษาง่ายขึ้น
- ความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ หัวใจวาย หัวใจโต โรคเส้นเลือดในสมอง และไตเสื่อมลดลงอย่างมาก
- ลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคอื่นๆ ที่เกิดจากการสูบบุหรี่ เช่น มะเร็งปอด มะเร็งที่อื่นๆ ถุงลมโป่งพอง
- คุณจะมีอายุยืนขึ้น
- คุณจะรู้สึกดีขึ้น เหนื่อยน้อยลง ไอน้อยลง
- คุณจะดูดีขึ้น หน้าตาสดใสขึ้น ตัวไม่เหม็นบุหรี่
- ทานอาหารได้อร่อยขึ้น
- ประหยัดเงิน ทั้งค่าบุหรี่และค่ารักษาความดันโลหิตสูง

อีกเรื่องหนึ่งที่จะนำมาเล่าให้ฟังก็คือเรื่องบุหรี่กับความเครียด เว็บไซต์เดอะเดลี่เมล์ออนไลน์ ระบุรายงานผลการศึกษาของนักวิจัยมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดและคิงส์คอลเลจ ลอนดอนในอังกฤษ ปฏิเสธความเชื่อของนักสูบบุหรี่ที่มักจะอ้างว่าสูบบุหรี่เพื่อคลายเครียด โดยนักวิจัยพบว่าความเชื่อเช่นนั้นเป็นเรื่องผิด การสูบบุหรี่ไม่ช่วยให้คลายเครียดได้จริง แต่จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งก็ต่อเมื่อเลิกสูบบุหรี่เท่านั้น

โดยได้มีการตรวจวัดระดับความวิตกกังวลในผู้สูบบุหรี่จำนวน 491 คน ทั้งก่อนและหลังพยายามเลิกบุหรี่ โดยผู้สูบบุหรี่ได้รับแผ่นแปะนิโคติน และไปพบแพทย์ตามนัดทุก 2 เดือน ผลปรากฏว่าหลังจาก 6 เดือน ผู้สูบบุหรี่จำนวน 68 คน สามารถบังคับใจตัวเองไม่ให้สูบบุหรี่ได้ และมีความกังวลน้อยกว่าเดิมแต่ผู้ที่ล้มเหลวกลับเครียดมากกว่าตอนเข้าคอร์ส

พิษภัยของบุหรี่นั้น เป็นที่ทราบกันดีในปัจจุบัน ด้วยเหตุนี้ทำให้ประเทศมุสลิมทั่วโลกได้ออกคำวินิจฉัยว่า บุหรี่นั้นเป็นสิ่งต้องห้าม (ฮะรอม)
ดังนั้น สมควรหรือที่เราจะดูดกลืนควันพิษ เข้าไปทำร้ายร่างกายที่พระผู้เป็นเจ้าประทานให้มานั้น...เหมาะสมหรือไม่.. คิดกันเองต่อก็แล้วกัน!

วารสารสุขสาระ กุมภาพันธ์ 2556



  • คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • สำนักจุฬาราชมนตรี
  • มูลนิธิสันติชน
  • มูลนิธิรณรงค์เพื่อ
    การไม่สูบบุหรี่